ข่าว

อานิสงส์น้ำท่วมภาคกลาง-โอกาสของการลงทุนโซนตะวันออก

อานิสงส์น้ำท่วมภาคกลาง-โอกาสของการลงทุนโซนตะวันออก

14 เม.ย. 2555

อานิสงส์น้ำท่วมภาคกลาง โอกาสของการลงทุนโซนตะวันออก : โดย ... มัทนา ลัดดาสิริพร /// สนทะนาพร อินจันทร์

          "ผมเชื่อว่าจากนี้ไปนักลงทุนจะหันมาให้ความสนใจกับการลงทุนในพื้นที่ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม แทนที่จะไปลงทุนในลักษณะของการตั้งโรงงานแบบอิสระ เพราะความเชื่อมั่นถึงระบบการจัดการภายในที่มีมากกว่า โดยเฉพาะการรับมือภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงการฟื้นตัวหากเกิดความสูญเสียที่จะทำได้เร็วกว่า เพราะพื้นฐานที่แข็งแกร่ง" วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด เจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกให้ข้อมูล    

          "มีนักลงทุนแจ้งความประสงค์ขอย้ายฐานการลงทุนออกไปจากนิคมอุตสาหกรรมนวนคร 3 ราย ด้วยกัน กิจการที่ย้ายออกไปคือสาขาการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์" นิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) จ.ปทุมธานี ระบุ และความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในบริษัทสวนอุตสาหกรรม โรจนะ จำกัด จ.พระนครศรีอยุธยา ในเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่เพื่อประกอบการโรงงาน รวม 10 ราย แจ้งความประสงค์ขอย้ายออก

          หากพิจารณาจากความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนับจากเดือนตุลาคม ที่เกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือต่อเนื่องมาจนถึงภาคกลางในช่วงเดือนธันวาคม 2554 กระทั่งสถานการณ์สิ้นสุด นี่คือความชัดเจนในด้านที่ว่า ภัยจากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ได้กลายมาเป็นตัวแปรให้เกิดการเคลื่อนย้ายทางการลงทุน จากพื้นที่ภาคกลางที่ประสบภัยน้ำท่วมสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ไปสู่พื้นที่ภาคตะวันออกที่มีความปลอดภัยอยู่ในระดับที่สูงกว่า 

          ทั้งนี้ การตั้งรับสถานการณ์จากนี้ไปของรัฐบาลและภาคเอกชนในฐานะผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม ด้วยการสนับสนุนจัดสร้างกำแพงตลอดนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแนวป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปีนี้ รวมไปถึงการเดินทางไปยังพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ 

          กระทั่งเป็นที่มาของการสนับสนุนงบประมาณรวม 4,998.55 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการลงทุนเพิ่มเติม ตามความจำเป็นเร่งด่วน รวม 177 โครงการ กระจายอยู่ในภาคเหนือภาคกลาง  ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 13 -17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อาจจะสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง ในแง่ของการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ กับการกระตือรือร้นที่จะหาทางป้องกัน หรือรักษาพื้นที่อันเป็นฐานทางการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมเอาไว้

          สำหรับบาดแผลจากภัยธรรมชาติ อันมีที่มาจากภาวะน้ำท่วม คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งมีพื้นที่รวม 2,379 ไร่ โรงงานประกอบการรวม 143 บริษัท เงินลงทุนสะสมรวม 6.5 หมื่นล้านบาท, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน พื้นที่รวม 1,962 ไร่ โรงงานประกอบการรวม 90 บริษัท เงินลงทุนสะสม 6.6 หมื่นล้านบาท, นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร พื้นที่ 2,050 ไร่ โรงงานประกอบการรวม 43 บริษัท เงินลงทุนสะสม 9,500 ล้านบาท, สวนอุตสาหกรรมโรจนะพื้นที่รวม 7,275 ไร่ โรงงานประกอบการรวม 198 บริษัท เงินลงทุนสะสมรวม 5.8 หมื่นล้านบาท ใน จ.พระนครศรีอยุธยา นิคมอุตสาหกรรมนวนคร พื้นที่ 6,500 ไร่  โรงงานประกอบการรวม 227 บริษัท เงินลงทุนสะสม 4 หมื่นล้านบาท, นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี พื้นที่ 250 ไร่ โรงงานประกอบการรวม 47 บริษัท เงินลงทุนสะสม 5.4 หมื่นล้านบาท ในจังหวัดปทุมธานี 

          ขณะเดียวกันข้อเท็จจริงด้านหนึ่งของภัยธรรมชาตินั่นก็คือ การที่ไม่สามารถขีดวงจำกัดได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดของนักลงทุนในรายที่มีความพร้อม หรือผู้ที่จะเข้ามาลงทุนรายใหม่ก็คือการเลือกทำเลที่มีความปลอดภัยสูงสุด และนั่นจึงเป็นโอกาสทางการลงทุนที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งกับพื้นที่ภาคตะวันออก นับตั้งแต่ จ.ชลบุรี  ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี  และระยอง  ให้กลายเป็นศูนย์กลางของการลงทุน 

          สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกมีผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมรายสำคัญอยู่ที่ จ.ชลบุรีและ จ.ระยอง คือ  บริษัทเหมราช พัฒนาที่ดิน จำกัด  เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด), นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ชลบุรี, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง บริษัท อมตะคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ทั้งสองรายข้างต้นเป็นที่คาดการณ์ว่า จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น จากการจูงใจให้นักลงทุนรายใหม่ย้ายฐานการผลิตมาที่ภาคตะวันออก

          "ปีนี้ทางบริษัทมีความมั่นใจว่า จะสามารถขายพื้นที่การลงทุนอุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะได้เพิ่มขึ้น คิดเป็นเนื้อที่รวมมากว่า 3,000 ไร่ จากปีที่ผ่านมา ที่มียอดขายรวม  2,000 ไร่  ขณะนี้ยังคงมีนักลงทุนหลั่งไหลเข้ามาจากพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ เพื่อที่จะหาพื้นที่ลงทุนในภาคตะวันออกทดแทนโซนภาคกลาง" วิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)  ให้ความเห็น

          "ในรอบไตรมาสแรก มีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินแล้ว 8 ราย คิดเป็นเนื้อที่รวมกว่า 200 ไร่ มูลค่าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นคาดว่าจะมากกว่า 5,000 ล้านบาท จนถึงขณะนี้ทางบริษัทสามารถจัดสรรพื้นที่ เพื่อการลงทุนไปสู่ผู้ประกอบการได้มากกว่า 4,000 ไร่ จากที่ดินทั้งหมดของโครงการที่มีมากกว่า 7,000 ไร่  ปัจจัยที่ทำให้เกิดการขยายตัวทางการลงทุน มาจากความเชื่อมั่นต่อการปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วม  เนื่องจากที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรม 304 มีความได้เปรียบ เนื่องจากที่ตั้งที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล    อยู่ใกล้แหล่งแรงงานขนาดใหญ่  สามารถดึงเอาแรงงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาสนับสนุนได้"  แหล่งข่าวจากบริษัท 304 อินดัสเตรียลพาร์ค จำกัด ผู้ประกอบการ เขตอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียลปาร์ค จ.ปราจีนบุรี ระบุ 

 

          เป็นภาพรวมทิศทางการลงทุนที่กำลังเกิดขึ้นกับพื้นที่ภาคตะวันออกในขณะนี้

 

 

----------

(หมายเหตุ : อานิสงส์น้ำท่วมภาคกลาง โอกาสของการลงทุนโซนตะวันออก : โดย ... มัทนา ลัดดาสิริพร /// สนทะนาพร อินจันทร์)

----------