
'ไพฑูรย์-นิยมเวช'ดันอบต.สวนหลวงสู่เทศบาลฯ
'ไพฑูรย์ นิยมเวช' ดัน อบต.สวนหลวงสู่เทศบาลฯ : คอลัมน์ เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลเป็น อบต.สวนหลวงปี 2539 มีพื้นที่ 6.5 ตร.กม. ครอบคลุม 15 หมู่บ้าน ประชากร 1,200 หลังคาเรือน ราว 5,000 คนเศษ
อบต.นี้เป็นเขตปลอดโรงงาน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รับจ้าง ค้าขาย ทำให้เก็บภาษีได้น้อย จึงมีงบบริหารเพียงปีละ 20 ล้านบาทเศษ เกือบทั้งหมดเป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
นายไพฑูรย์ นิยมเวช นายก อบต.สวนหลวง เล่าให้ฟังว่า ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านหมู่ 13 เลือกให้เป็นสมาชิก อบต.สวนหลวง ติดต่อกัน 3 สมัย และปี 2551 ได้รับเลือกให้นั่งตำแหน่งนายก อบต.สวนหลวง จึงบริหารงานมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับแผนการพัฒนานั้นได้ นายกไพฑูรย์ บอกว่า ได้คำนึงถึงความต้องการของชาวบ้านเป็นหลัก อีกทั้งทำประชาคมเพื่อทราบความต้องการของชาวบ้านแล้วนำสิ่งนั้นมาทำแผน 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี ซึ่งแผนระยะสั้น หรือเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไขคือสาธารณูปโภค โดยเฉพาะน้ำ เนื่องจากประปาหมู่บ้านของตำบลได้สร้างเพื่อรองรับชาวบ้านหมู่บ้านละ 60-70 หลังคาเรือน
"ผู้ต่างถิ่นมาปลูกสร้างบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ชุมชนจึงใหญ่ขึ้น ทำให้ระบบประปาหมู่บ้านผลิตน้ำไม่ทัน จึงต้องวางแผนขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอ ติดตั้งซ่อมบำรุงไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ จัดซื้อรถดับเพลิง ขยายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลสุขภาพประชาชน พัฒนาการศึกษา" นายกไพฑูรย์กล่าวถึงแผนระยะสั้น
ส่วนแผนระยะกลาง นายกไพฑูรย์ บอกว่า จะพัฒนาคนเพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนปี 2558 ซึ่ง อบต.ได้วางแผนรองรับมากว่า 2 ปีแล้ว ได้ว่าจ้างครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนในพื้นที่ 3 โรงเรียน เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักเขตพื้นที่การศึกษา จ.สมุทรสงคราม และสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชน เพื่อให้เด็กๆสามารถฟัง พูด เขียนภาษาอังกฤษได้
"ชาวบ้านส่วนใหญ่นอกจากประกอบอาชีพเกษตรกรรมแล้ว พื้นที่ยังเป็นตำบลท่องเที่ยว มีที่พัก รีสอร์ทกว่า 20 แห่ง นั่นหมายถึงจะเป็นประโยชน์จากการค้าขาย ต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของแรงงานที่จะหมุนเวียนไป จะทำให้ชาวบ้านได้ทำงานกับคนหลากหลายชาติ"
นายกไพฑูรย์ บอกถึงแผนระยะยาวว่า จะพัฒนาอาชีพ สร้างกลุ่มอาชีพ พัฒนาเยาวชน ที่สำคัญการยกฐานะ อบต.เป็นเทศบาลตำบลสวนหลวง เนื่องจาก ต.ส่วนหลวง มีความพร้อมทั้งเรื่องรายได้ พื้นที่ จำนวนประชากร เข้าองค์ประกอบของเทศบาลทั้งหมด
"การยกฐานะ อบต.เป็นเทศบาล จะทำให้การบริหารงานคล่องตัวขึ้น เพราะ ต.สวนหลวงมี 15 หมู่บ้าน มีสมาชิก อบต. 30 คน แต่เมื่อเป็นเทศบาลแล้วจะแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 2 เขต เขตละ 6 คน ทำให้สมาชิกเหลือเพียง 12 คน ลดลง 18 คน การหาเสียงจะยากขึ้น เพราะต้องหาทั้งเขต ชาวบ้านไม่เดือดร้อน เพราะ อบต.มีกฎระเบียบไม่ต่างกับเทศบาลมากนัก ที่ต่างคือผู้ที่มีที่ดิน 4 ไร่ เพราะ อบต.ยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี เมื่อเป็นเทศบาลจะยกเว้นแค่ 1 ไร่ เกินกว่า 1 ไร่ต้องเสียภาษี โดยจัดเก็บไร่ละ 30 บาท"
นายก อบต.ย้ำว่า การยกฐานะเป็นเทศบาลผู้ที่ได้รับประโยชน์คือชาวบ้าน เพราะการบริหารจัดการเทศบาลทำได้ดีกว่า อีกทั้งมีงบมากกว่า จัดการสิ่งสาธารณูปโภคได้ดีกว่าทั้งถนน ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ การดูแลสุขภาพประชาชน เมื่อยกฐานะเป็นเทศบาล จะมีกองสาธารณสุขมาดูแลรับผิดชอบทำงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วย ด้านภัยสาธารณะจะมีกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้ามาดูแลช่วยเหลือประชาชน
สำหรับการดำเนินการนั้น นายกไพฑูรย์ บอกว่า ตอนนี้ผ่านกระบวนการประชาคมไปแล้ว โดยผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นด้วยให้ยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาลตำบลสวนหลวง อีกทั้งยังส่งแบบสอบถามไปยังคนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชาคมจำนวน 500 ชุด ตอบกลับมาว่าเห็นด้วย 470 ราย ไม่เห็นด้วย 30 ราย แต่ในส่วนสมาชิกสภา อบต.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ซึ่งตนได้ทำเรื่องไปตามขั้นตอนเสนอนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปยังกระทรวงมหาดไทย เพราะเรื่องนี้เป็นความต้องการของชาวบ้าน
“ผมจะเดินหน้าต่อไป แม้เป็นเทศบาลแล้วชาวบ้านไม่เลือกให้ทำหน้าที่นายก ผมก็จะทำเพื่อความเจริญของบ้านเกิด เรื่องนี้เป็นความต้องการของชาวบ้าน เราในฐานะตัวแทนจะไปฝืนความต้องการของชาวบ้านทำไม” นายก อบต.สวนหลวงกล่าว
----------
(หมายเหตุ : 'ไพฑูรย์ นิยมเวช' ดัน อบต.สวนหลวงสู่เทศบาลฯ : คอลัมน์ เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)
----------



