ข่าว

ไหม้ซ้ำ!หลังเพิ่งถูกพายุลูกเห็บถล่มพัง!

ไหม้ซ้ำ!หลังเพิ่งถูกพายุลูกเห็บถล่มพัง!

13 เม.ย. 2555

ไฟไหม้เผาบ้านวอด รับสงกรานต์ ที่พระพุทธบาท เจ้าของบ้านเผยเพิ่งซ่อมหลังคาบ้านแล้วเสร็จ หลังพายุลูกเห็บพัดถล่ม ขณะที่เมื่อเช้ามืด รง.ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ย่านบางขุนเทียน ถูกเพลิงไหม้ โชคดีไร้เจ็บตาย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 เม.ย. 55  พ.ต.ท.สายัณห์ ควบคุม สารวัตรเวร สภ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ได้รับแจ้ง จากนางดวงพร เจริญวรรธะ นายก อบต.ธารเกษม อ. พระพุทธบาท ว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่หมู่ 2 ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จึงเดินทางไปพร้อมประสานรถดับเพลิง อบต.ธารเกษม รถดับเพลิงของเทศบาล ต.โคกตูม และเทศบาลเมืองพระพุทธบาท รวม 3 คัน เข้าสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้บ้านหลังดังกล่าว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุใเพลิงไว้ได้ ปรากฏว่าไฟได้เผาบ้านหลังดังกล่าววอดหมดทั้งหลัง ในเบื้องต้นประเมินค่าเสียหายกว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท

          จากการสอบสวนนางอุทัย บุญเกิด อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน เลขที่ 28 หมู่ 2 ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท ให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวไม่มีใครอยู่ เนื่องจากตนเองไปช่วยงานศพนายก้อน มีอนันต์ ที่บ้านโคกสะอาด ต.โคกตูม ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. และเช้าวันที่ 13 เม.ย. ตนเดินทางไปทำงานที่ บริษัท เจริญ โภคภัณฑ์ อาหารสัตว์ อ.พระพุทธบาท มีชาวบ้านโทร.ไปแจ้งว่า บ้านของตนถูกเพลิงไหม้ จึงรีบเดินทางมาที่บ้าน ปรากฏว่าบ้านกำลังถูกไฟไหม้วอดทั้งหลังไปเสียแล้ว สิ่งของเครื่องใช้ที่มีอยู่ถูกเพลิงเผาผลาญจนเกลี้ยง 

          นางอุทัย กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าให้การกับตำรวจด้วยว่า ก่อนหน้านั้นบ้านได้ถูกลมพายุลูกเห็บพัดจนหลังคาบ้านพัง เพิ่งเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่แล้วเสร็จเพียงไม่กี่วัน ก็มาถูกไฟไหม้เผาวอดทั้งหลัง โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป

 

ไฟไหม้ รง.ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ย่านบางขุนเทียน เสียหาย 1 ใน 5 โชคดีไร้เจ็บตาย

 

                เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ. วิวรรธน์ หยกเล็ก พนักงานสอบสวน(สบ.1) สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเพลิงไหม้บริเวณอาคารภายในบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลรับเบอร์พาทร์ เลขที่ 7/12 ม.1 ถ.บางขุนเทียน - ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน จึงได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร รถดับเพลิงจำนวน 5 คัน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

                ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานขนาดใหญ่ บนเนื้อที่ 13 ไร่ ประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยบริเวณโกดังสินค้าที่ 3 ประตูที่ 8 เจ้าหน้าที่พบแสงเพลิงและกลุ่มควันโพยพุ่งออกมาจากโกดังดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ภายในมีเครื่องจักรประมาณร้อยกว่าเครื่องและชิ้นส่วนของยางสำเร็จรูป โดยเพลิงได้ลุกไหม้ติดส่วนที่เป็นที่เก็บยางสำเร็จรูปพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิต ซึ่งอยู่ทางด้านในสุดของโกดัง และมีทีท่าลุกลามออกมาภายนอกโกดังส่งกลิ่นเหม็นไหม้อย่างรุนแรงไปทั่วบริเวณ ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบใช้น้ำทำการดับ รวมทั้งใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงจะควบคุมเพลิง ไว้ได้                

                จากการสอบสวน นาย อิธิเชษฐ์ ไทยเจริญ อายุ 40ปี ช่างไฟประจำโรงงานดังกล่าว ให้การว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ตนได้กลิ่นไหม้มาจากโกดังดังกล่าวจึงรีบวิ่งออกมาดูแล้วเปิดประตูเข้าไปตรวจสอบภายในก็พบว่าได้มีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ที่ภายในของโกดัง ตนจึงได้รีบออกไปตามคนพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุไม่มีพนักงานอยู่ภายในเนื่องวันนี้เป็นวันหยุดของทางโรงงาน ทำให้ไม่มีพนักงานบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างไร

                เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบภายในพบว่าตัวโกดังได้รับความเสียหายประมาณ1 ใน 5 ของพื้นที่ โดยคาดว่าต้นเพลิงเกิดจากห้องเก็บยางสำเร็จรูปเนื่องจากภายในห้องดังกล่าวได้มีการเปิดเครื่องปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิจึงทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้เข้ามาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง