ข่าว

งูเหลือมกับ"เจ้าชายน้อย"

งูเหลือมกับ"เจ้าชายน้อย"

13 เม.ย. 2555

งูเหลือมกับ"เจ้าชายน้อย" : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

           วันก่อนผมอ่านพบข่าวงูเหลือมยักษ์ ลำตัวยาว 8 เมตร ถูกชาวบ้านใน จ.นราธิวาส รุมตีตาย สาเหตุก็เนื่องมาจากช่วงท้องของงูมีลักษณะโตผิดสังเกตยาวประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านจึงพากันคิดว่างูตัวนี้คงจะกลืนกินเด็กเข้าไปแต่เมื่องูตายแล้ว และผ่าท้องดูจึงพบว่าสิ่งที่อยู่ในท้องของงูคือซากหมูป่า ลำตัวยาว 1 เมตร น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม
 
             ข่าวเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ของ อองตวน เดอ แซงแตก-ซูเปรี นักเขียน-นักบิน ชาวฝรั่งเศส ที่เขียนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2486 และยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แซงแตก-ซูเปรี เขียนไว้ในบทที่ 1 ของ “เจ้าชายน้อย” ว่า “เมื่อตอนอายุ 6 ขวบ ฉันได้เห็นรูปภาพมหัศจรรย์ใจรูปหนึ่งในหนังสือเกี่ยวกับป่าดงดิบ ชื่อว่า “ประวัติชีวิตธรรมชาติ” รูปนั้นเป็นรูปงูเหลือมกำลังกลืนสัตว์ป่า...ในหนังสือเขาบรรยายไว้ว่า "งูเหลือมกลืนเหยื่อของมันเข้าไปทั้งหมด โดยไม่เคี้ยวเลย จากนั้นมันก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และนอนย่อยอาหารอยู่เป็นเวลา 6 เดือน
 
             ฉันติดใจเรื่องชีวิตผจญภัยในป่าทึบมาก จึงหัดวาดภาพด้วยดินสอสีจนสำเร็จ...ฉันอวดผลงานชิ้นเยี่ยมนี้แก่ผู้ใหญ่และถามเขาว่ารูปของฉันทำให้เขารู้สึกกลัวไหม พวกเขาตอบว่า “ทำไมหมวกจะทำให้คนกลัวเล่า?”
 
             รูปภาพของฉันไม่ได้เป็นรูปหมวก แต่เป็นรูปงูเหลือมกำลังนอนย่อยช้างที่มันกลืนเข้าไป ฉันจึงต้องวาดภายในตัวงูเหลือมเพื่อให้พวกผู้ใหญ่เข้าใจ เพราะพวกนี้ต้องการคำอธิบายเสมอ...”
 
             ผมเชื่อว่าในสังคมทุกวันนี้ มีคนประเภทที่เห็นรูปงูเหลือมกลืนช้างเป็นรูปหมวกอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย คนพวกนี้ก็จะตีความสิ่งที่ตนเห็นไปตามแต่ใจของตน และคนพวกนี้ก็จะไม่รู้สึกกลัวงูเหลือมที่กำลังกลืนช้าง เพราะคิดเอาเองว่ามันเป็นแค่หมวกใบหนึ่ง ต่อเมื่อไหร่มีใครมาชี้ให้เห็นความจริงถึงจะรู้สึกตื่นเต้น
 
             แต่ขณะเดียวกัน ก็มีคนอีกประเภทหนึ่งซึ่งไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เมื่อได้ยินว่างูเหลือมกลืนเด็ก ก็พากันฉวยมีดฉวยไม้มาตีงูจนตาย โดยไม่สืบสวนทวนพยานให้ชัดเจนก่อน เข้าทำนองตีให้หมอบก่อนแล้วค่อยถามทีหลัง ซึ่งจะว่าไปแล้วคนทั้งสองประเภทนี้ก็น่ากลัวพอๆ กันแหละครับ และสังคมใดที่มีคนสองประเภทนี้อยู่มากๆ ก็ย่อมเป็นสังคมที่น่ากลัวตามไปด้วย
 
             โลกทุกวันนี้เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ ดังนั้น เครื่องมือสำคัญประการหนึ่งที่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ก็คือข่าวต่างๆ ซึ่งในแต่ละวันจะมีปริมาณที่มากมาย และการแข่งขันกันในด้านความรวดเร็วของการเสนอข่าว ก็ทำให้ข่าวจำนวนมากเป็นข่าวที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง ทั้งในเรื่องความถูกต้อง ความแม่นยำ หรือแม้กระทั่งเจตนารมณ์ของการนำเสนอข่าวนั้น และที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้น ก็คือระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือสังคมออนไลน์ ที่สามารถแพร่กระจายข่าวออกไปในวงกว้าง และเจาะเข้าถึงตัวผู้ที่ต้องการส่งข่าวโดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาสื่อใดๆ
 
             สมมุตินะครับ สมมุติเล่นๆ ว่า ถ้ามีเด็กสักคนวาดรูปงูเหลือมกลืนประเทศไทยไว้ในท้อง ก็อาจจะมีคนบอกว่างูกลืนขวานของชายตัดฟืนในเรื่อง “เทพารักษ์กับคนตัดฟืน” ต่างหาก
 
             และสมมุติต่อไปว่าเกิดมีงูเหลือมอีกตัวหนึ่งกลืนจระเข้ที่ดุร้ายเข้าไป แล้วชาวบ้านคิดว่ามันกลืนวัวกลืนควาย และตีงูตายผ่าท้องเอาจระเข้ที่ยังมีชีวิตอยู่ออกมา ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
 
             เรื่องงูเหลือม กับ “เจ้าชายน้อย” วันนี้ คงไม่ได้อยากจะบอกอะไรมากไปกว่า การจะดูสิ่งใดก็ตาม ต้องพิจารณาจากความเป็นจริง ไม่ใช่จากความคิดของตัวเอง หรือคำพูดของคนอื่น
 
             ถ้าทำได้เช่นนี้ ก็คงจะไม่ต้องฆ่างู หรือเห็นรูปงูกินช้างเป็นรูปหมวกหรอกครับ
 
             ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแนะหนังสือสัก 2 เล่ม ที่มีชื่อเป็นภาษาฝรั่งมังค่าหน่อย เล่มแรกคือ “Praphansarn Academy” บันทึกตำนาน 50 ปี สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น (สนพ.ประพันธ์สาส์น/ราคา 190 บาท) ส่วนอีกเล่มคือ “The Sky So Near” ของ เพ็ญศรี เคียงศิริ (นราวดี) (สนพ.ประพันธ์สาส์น) ถือว่าเป็นควันหลงของงานสัปดาห์หนังสือฯ ก็แล้วกันครับ