ข่าว

 ภาพซ้อนบนถนนสายรองกับยาเสพติดสงกรานต์

ภาพซ้อนบนถนนสายรองกับยาเสพติดสงกรานต์

13 เม.ย. 2555

ภาพซ้อนบนถนนสายรองกับยาเสพติดสงกรานต์ : เลียบค่าย โดย อนลัส [email protected]

             ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการที่การข่าวด้านยาเสพติดมีอยู่ คือมียาบ้าราวๆ 30 ล้านเม็ดจ่อทะลักเข้าไทยช่วงสงกรานต์ปีนี้
 
             ช่วงเทศกาลมักมีข่าวขบวนการค้ายาเสพติดจะอาศัยช่วงที่ตำรวจ ทหาร ตชด.และฝ่ายปกครอง ทุ่มกำลังไปกับการอำนวยความสะดวกและป้องกันภัยแก่ประชาชนคนไทย ลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ
 
             คล้ายๆ กับว่าใจจดจ่ออยู่กับช่วงเวลาพิเศษนี้
 
             นัยว่าเจ้าหน้าที่ทุ่มกำลังให้ความสนใจกับภัยบนท้องถนนและภัยจากสุรายาเมาจนอ่อนล้า รอจังหวะนี้ก็ขนจากชายแดนเข้ามาชั้นในกันเลย
 
             เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย กี่ปีกี่ปีมาแล้วก็เป็นแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ มันเป็นเรื่องจริง !?!
 
             ช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ตรุษจีน เช็งเม้ง หรือวันหยุดยาวๆ เราเสียกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมความปลอดภัยบนท้องถนนเยอะจนเรียกได้ว่าฟุ่มเฟือย
 
             ทั้งที่เรื่องแบบนี้น่าจะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน จะต้องตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน
 
             ตำรวจน่าจะมีหน้าที่คอยดูแลทรัพย์สิน บ้านช่องห้องหอ และปัญหายาเสพติดที่รู้ทั้งรู้ว่าเครือข่ายยาจะอาศัยลักลอบลำเลียงขนช่วงนี้ เอากำลังไปสกัดกั้นตามถนนสายรอง ที่แยกมาจากสายหลัก วางกำลังให้ครอบคลุมถนนทุกสายให้เป็นเหมือนใยแมงมุม
 
             จะเข้าจะออกทางไหนก็ถูกดักถูกสกัดไว้หมดอย่างนี้ผมว่าดีกว่าไปตั้งด่านตรวจเมาขับถูกจับถูกปรับ !?!
 
             ลองคิดดูนะครับ แทนที่ตำรวจจะจ้องจับแต่ขบวนการยาเสพติด กลับต้องมาพะวงกับคนเมาขับ แก๊งค้ายามันไม่เมาก็ไม่กลัว ตำรวจก็ไม่ค้น ผมว่าให้ตำรวจท่านเปิดศึกด้านเดียวไม่ดีกว่าหรือครับ
 
             ความตายเป็นเรื่องส่วนบุคคลก็จริง แต่ถ้าวันไหนเราไม่คำนึงถึงความปลอดภัยสาธารณะแล้ว โอกาสที่มันจะเป็นภัยส่วนรวมก็เป็นไปได้สูง
 
             ถ้าการกระทำนั้นพิสูจน์ได้ว่าเป็นการทำผิดกฎหมายถือเป็นการละเมิดด้วยเช่นกัน
 
             เส้นทางของการตระหนักคิดสาธารณะบ้านเรายังไม่เข้มข้นพอ การรณรงค์เมาไม่ขับเกิดขึ้นมานาน ดีขึ้นบ้างแต่ก็ไม่มาก
 
             สถิติความสูญเสียช่วงเทศกาลลดลงก็จริง แต่ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้าเหมือนชายชราหมดเรี่ยวแรงพยุงกาย
 
             ก่อนจะดื่มแล้วขับรถครั้งหน้า นอกจากจะนึกถึงอุบัติเหตุและความตายแล้ว ลองนึกถึงลูกหลานที่ตกเป็นทาสยาเสพติด และกำลังตำรวจ-ทหารที่สูญเสียไปกับการปราบปรามยาเสพติดด้วย
 
             ตอนนี้ทั้งสองเรื่องแทบจะแยกกันไม่ออก !?!