ข่าว

ปูลงนามเอ็มโอยูสกอ.ติดตามน้ำท่วม

ปูลงนามเอ็มโอยูสกอ.ติดตามน้ำท่วม

12 เม.ย. 2555

นายกฯ ลงนามเอ็มโอยู สกอ. ให้มหาวิทยาลัย ติดตามโครงการป้องกันน้ำท่วม เพื่อเร่งรัด-โปร่งใส

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 55  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เรื่องการติดตามและประเมินผลโครงการป้องกันปัญหาอุทกภัยต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาตร์และสิ่งแวดล้อม และนายสุชาติ ธาดาธำรงค์เวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมด้วย

          โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายการติดตามประเมินผลโครงการ ว่า หลังรัฐบาลอนุมัติงบประมาณในการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนเพื่อเตรียมป้องกันอุทกภัยที่กำลังจะมาถึง ซึ่งหากมีการติดตาม และมีประสิทธิภาพในการจัดการ ก็เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเหมือนปีที่ผ่านมา ทั้งนี้นอกจากการซ่อมแซม การขุดลอกคูคลอง การติดตามการทำงานถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นกลไกที่รัฐบาลต้องใช้ในการติดตามความคืบหน้าในช่วง 1-2 เดือนนี้ โดยหลักจะต้องติดตามทุกโครงการของรัฐบาลรวมทั้งการใช้ระบบสาระสนเทศ จีพีเอส กำหนดจุด และต้องไปติดตามปัญหาในแต่ละพื้นที่ด้วย

          นอกจากนี้ยังขอให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมเครื่องจักร อุปกรณ์ ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ รวมถึงความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ เช่นเดียวกับความเป็นอยู่ของประชาชนว่าได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการนำข้อมูลในแต่ละส่วนมาบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางในการนำไปใช้ อย่างไรก็ตามหากสามารถดำเนินการจัดการให้มีประสิทธิภาพก็จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้และสถานการณ์ต่าง ๆ ก็จะผ่านไปด้วยดี 

          ด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 รัฐบาลโดยการนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ดำเนินการโดยเร่งด่วนในการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านเงินเยียวยา 5 พันบาท ความเสียหายด้านที่พักอาศัย ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม และด้านอื่น ๆ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนของการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น นายกรัฐมนตรีได้ยึดแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมตามแนวพระราชดำริ และสั่งการให้หน่วยราชการ กระทรวง ทบวง กรม และจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัย จัดทำแผนงานโครงการป้องกันปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งที่สมบูรณ์และถาวรสำหรับประเทศไทย ซึ่งโครงการต่าง ๆ ได้ถูกแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ โครงการระยะเร่งด่วนที่ต้องทำให้เสร็จภายในกลางปีนี้เพื่อพร้อมรับมือกับฤดูฝนและโครงการระยะยาว 

          สำหรับโครงการระยะเร่งด่วน รัฐบาลต้องฟื้นฟูและสร้างเสริมสาธารณูปโภคด้านต่าง ๆ เช่น การซ่อมแซมถนน การฟื้นฟูแหล่งเก็บน้ำ ขุดลอกคูคลอง ทำคันกั้นน้ำเป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ ประสบความสำเร็จ สมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ รัฐบาลจึงมีการตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามรายงานความคืบหน้า พร้อมรายงานปัญหาอุปสรรค เพื่อให้ความช่วยเหลือ แก้ไขและสนับสนุน พร้อมมีมติ ครม.จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโครงการ อย่างไรก็ตามการติดตามและรายงานผลการดำเนินโครงการจะเชื่อมโยงกับระบบงานของกรรมการบริหารจัดการอุทกภัย หรือ กบอ. อย่างไรก็ตามการลงนามครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน