
'มาร์ค'ชี้'แม้ว'ปัดข้อเสนอสับจ้องล้างผิดให้ตัวเอง
'มาร์ค'ชี้ 'ทักษิณ'ปัดข้อเสนอไม่นิรโทษกรรม2-1 ชัดเจนต้องการล้างผิดให้ตัวเองสถานเดียวถึงปรองดองได้ ย้อนข่าวถูกลอบสังหารเชื่อไม่ได้ ข้องใจกลับไปกลับมาสถานะคู่ขัดแย้ง 'ป๋าเปรม'
12 เม.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับข้อเสนอที่ให้นิรโทษกรรมทุกคน ยกเว้นนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แบบ 2 ต่อ 1 ว่า ไม่แปลกใจ และตรงนี้เป็นการยืนยันว่าความขัดแย้งทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสังคมเป็นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ และตราบใดที่ยังไม่ล้างความผิดให้กับตัวเอง ทาง พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ยอมรับและจะเคลื่อนไหวให้เกิดปัญหากับบ้านเมืองต่อไป
“ก็มีคนเปรียบเทียบว่าขณะนี้เหมือนกับว่า ประเทศ สังคมถูกจับเป็นตัวประกันว่าจะยอมล้างความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ไม่เช่นนั้นเรื่องก็จะไม่จบ ตรงนี้เป็นบททดสอบว่าสังคมเราเข้มแข็งหรือไม่ จะยอมให้ถูกจับเป็นตัวประกันและจำนนกับความต้องการของคน ๆเดียวหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าตัวเองไม่ใช่ศูนย์กลางของความขัดแย้งและพยายามจะพูดให้เข้าใจว่าใครที่มาต่อต้าน คัดค้าน เป็นคนที่ไม่ต้องการปรองดอง ซึ่งตนยืนยันว่าคนที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง หากินกับความขัดแย้ง ก็คือคนที่ร่ำรวยขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองมีความขัดแย้ง ได้ดิบได้ดีมีตำแหน่งต่าง ๆ และคนที่น่าจะรู้ดีที่สุดว่าคนพวกนี้เป็นใครก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า เคยถูกลอบสังหารมาแล้ว 4 ครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น ที่ผ่านมาก็พูดมาหลายครั้งแล้วซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีนั้น ตนมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พูดกลับไปกลับมาอยู่เรื่อย ไม่ได้ให้น้ำหนักเท่าไหร่ อยากดูที่การกระทำมากกว่าว่าจะเลิกปลุกระดมได้หรือยัง ว่าความขัดแย้งทั้งหลายไปเกี่ยวข้องกับบรรดาบุคคลหรือสถาบันซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานและติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ( ปคอป. ) พยายามจะทำทุกอย่างให้จบในเดือน เม.ย. และบอกว่าเสียงข้างมากในสภาฯมิใช่เผด็จการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เสียงข้างมากที่จะมาชี้และอ้างว่าเป็นความยุติธรรมของผู้ชนะก็คือความไม่ยุติธรรมนั่นเอง เป็นการตอบโจทย์ฝ่ายเดียว ก็คือการไม่ปรองดอง ตนคิดว่านายยงยุทธต้องไปอ่านรายงานทั้งหลายที่ชี้ไว้ชัดว่าเรื่องไม่ควรจะจบในเดือนเม.ย. แต่สุดท้ายเชื่อว่ารัฐบาลก็เพียงแต่ควักเอากฎหมายในกระเป๋าที่มีอยู่ เหมือนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯพูด ขณะที่เรื่องที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องของพิธีกรรมที่ฝ่ายรัฐบาลสร้างขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องปรองดอง แต่กลายเป็นเรื่องการล้างผิดให้คนทุจริต คนโกง และเอาเรื่องความปรองดองมาบังหน้า



