ข่าว

นิคมชี้'ประธานตรง-เฉียงคนดูออก'

นิคมชี้'ประธานตรง-เฉียงคนดูออก'

12 เม.ย. 2555

นิคม ไวยรัชพานิช "ประธานตรง-เฉียงคนดูออก" : สัมภาษณ์พิเศษ โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

                 การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ในวาระที่ 2 หลังจากกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ โดยการประชุมเมื่อวันที่ 11 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สองของการประชุมปิดประชุมเร็วกว่าปกติ เนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ ที่บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ใกล้เคียงกับสึนามิที่เคยเกิดขึ้นทางภาคใต้ของไทย
   
             ทำให้ "สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" ประธานรัฐสภา สั่งปิดประชุมตามข้อเสนอของสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะส.ส.ภาคใต้ ต่างติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ หลังจากมีประกาศให้พื้นที่ 6 จังหวัดเสี่ยงภัย ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง และสตูล อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง
   
             โดยที่ประชุมสภาได้เสนอเลื่อนประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 2 ไปเป็นวันที่ 18-19 เมษายน ลงมติวาระ 3 วันที่ 8 พฤษภาคม
   
             การประชุม 2 วันที่ผ่านมา จะเห็นว่าตลอดการประชุมมักมีการประท้วงกันอยู่บ่อยครั้ง ทำให้วันแรกพิจารณาได้เพียงมาตรา 3 ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของ "ประธานการประชุม"
   
             "นิคม ไวยรัชพานิช" รองประธานวุฒิสภา มองว่า ปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุม เนื่องจากประธานการประชุมไม่แม่นข้อบังคับ ทำให้การตัดสินใจไม่เด็ดขาด คนเป็นประธานต้องยึดหลักข้อบังคับ และส่วนตัวเห็นว่า คนเป็นประธานบางครั้งต้องทำตัวเป็นศิลปิน รู้จะผ่อนสั้น ผ่อนยาว
   
             "ผมอยู่กับนักการเมืองมายาวนาน พอจะมองออกว่า แต่ละคนมีวัตถุประสงค์อะไร ดังนั้นประธานในที่ประชุมจึงมีความสำคัญ ถ้าไม่แม่นข้อบังคับจะทำให้เพลี่ยงพล้ำได้ ต้องใช้ข้อบังคับการประชุม คนที่จะอภิปรายคือคนที่ขอสงวนคำแปรญัตติต้องเรียงลำดับ โดยให้สิทธิกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก่อน จากนั้นก็ให้ผู้ที่ขอสงวนคำแปรญัตติเป็นลำดับต่อไป ถ้าไม่อยู่ในห้องประชุมให้ถือว่าไม่ติดใจไม่ขอแปรญัตติก็ให้ข้ามไป ประธานต้องยึดหลักนี้ ห้องประชุมจะได้ไม่วุ่นวาย" รองประธานวุฒิสภา กล่าว
   
             เมื่อถามถึงการทำหน้าที่ "ประธาน" การประชุมของ "สมศักดิ์" ในมุมมองของ "นิคม" บอกว่า พยายามยึดหลักให้ตรง ต้องแม่นข้อบังคับกว่านี้ ที่สำคัญต้องมีอารมณ์ศิลปินบ้าง ต้องรู้จักตึง รู้จักหย่อน ไม่ใช่ทื่อ เพราะหน้าตาก็นิ่งอยู่แล้ว ยิ่งไปพูดว่าเป็นอำนาจของประธาน ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมยิ่งเครียดมากกว่าเดิม
   
             "การที่ประธานสมศักดิ์จะใช้คำพูดว่าเป็นอำนาจของประธาน ถือว่าใช้คำนี้ไม่ได้ เพราะความจริงแล้วเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เป็นอำนาจ ส่วนคำพูดที่ว่า ขอกันกินมากกว่านี้ ก็ไม่สมควรพูด เพราะบางอย่างก็ขอกันกินไม่ได้ และคำนี้ถือเป็นสไตล์นักเลงบ้านนอกใช้กัน แต่มาใช้กับนักเลงเมืองกรุงไม่ได้ คนละสถานการณ์กัน" นิคม กล่าว
   
             ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์การทำหน้าที่ประธานของ "สมศักดิ์" บางครั้งไม่เป็นธรรม ในเรื่องนี้ "นิคม" มองว่า บางครั้งก็อาจจะไม่รู้ตัว แต่ประธานที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาคำวินิจฉัยจะบอกว่าประธานตรงหรือเฉียง เรื่องนี้คนดูออก เพราะคำวินิจฉัยไม่เนียน
   
             สำหรับการทำหน้าที่ "ประธาน" การประชุมของ "พล.อ.ธีรเดช มีเพียร" ประธานวุฒิสภา "นิคม" มองว่า ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่เด็ดขาด ขี้เกรงใจ เนื่องจากเป็นนักประสาน เป็นคนประนีประนอม ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยและเสนอแนะไปแล้ว เพราะหากการทำหน้าที่อ่อนมาตลอด แล้วภายหลังจะมาแข็งทำได้ยาก ดังนั้นต้องยึดหลักข้อบังคับ จะทำให้ไม่ล้ม ไม่เซ สมาชิกในที่ประชุมก็จะเถียงไม่ได้
   
             "เมื่อเช้าผมได้พูดคุยกับท่านธีรเดชแล้ว บอกทำอย่างที่ผ่านมาไม่ได้ ต้องยึดหลักข้อบังคับ เราต้องให้เกียรติคนควรให้เกียรติ อย่าไปให้เกียรติโจร"
   
             เมื่อถึงหลักการสังเกต "โจร" มีลักษณะแบบไหน "นิคม" หัวเราะก่อนตอบพร้อม ยกตัวอย่างให้ฟังว่า "ให้ดูจากการตอบสนองจากการขอร้องของประธาน คนที่เป็นผู้ดีจะตอบแบบไหน เปรียบเหมือนการให้ใบเหลือง ถ้าประธานสั่งห้ามให้ใบเหลืองไปแล้ว 4-5 ใบ ก็ยังไม่ยอมฟัง คนทำหน้าที่ประธานต้องเชิญคนนั้นออกนอกห้อง เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้คนอื่นเลียนแบบ ก็จะไม่มีใครกล้ากับคำขอของประธานอีก"


...........

(หมายเหตุ :นิคม ไวยรัชพานิช "ประธานตรง-เฉียงคนดูออก" : สัมภาษณ์พิเศษ โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์)