ข่าว

'สงกรานต์ 55'...

'สงกรานต์ 55'...

12 เม.ย. 2555

“สงกรานต์ 55”...: กระจกเงา โดย อัศศิริ ธรรมโชติ

   “อังคารพักรในเมษราศี ธนู สิงห์  
 สามสิ่งนี้ร้ายหนักหนา
 เป็นนิมิตแก่แผ่นพสุธา
 จะแยกเป็นสองว่าอัศจรรย์”
 
             คำพยากรณ์ข้างบนนี้โหร กรหริศ บัวสรวง เป็นผู้ยกมากล่าวไว้ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ท่านว่าเป็นคำพยากรณ์จากตำราโหรเก่าแก่ที่ชื่อว่า คำภีร์อรรถสาลินี โดยที่ในปีนี้โหรหลายท่านต่างเชื่อว่าเหตุการณ์วิปโยคนองเลือดย่อมมีทางเกิดขึ้นได้ตามสถิติและปูมโหร
 
             พรุ่งนี้เป็นวันสงกรานต์มาเปิดอ่านตำนานเรื่องสงกรานต์กันก่อน
 
             เสฐียรโกเศศ เล่าเรื่องสงกรานต์ว่ามีปรากฏอยู่ในศิลาจารึกวัดพระเชตุพน ว่าเศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร ถูกนักเลงสุราข้างบ้านเหยียดหยามกล่าวถ้อยคำหยาบช้าหมิ่นประมาทใส่ว่า เป็นคนไม่มีความหมาย ตายไปแล้วทรัพย์สมบัติก็มีแต่จะสูญเปล่า ในขณะที่ชายขี้เมาทั้งที่เมามายอย่างนั้น ยังมีลูกถึง 2 คน นับว่าเป็นคนประเสริฐกว่า
 
             ไพร่หาเรื่องมาด่าอำมาตย์ว่าเศรษฐี จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ
 
             ว่าฝ่ายเศรษฐีละอายใจจึงได้ไปบวงสรวงอธิษฐานขอลูกจากทั้งพระอาทิตย์และพระจันทร์ แต่ก็ไม่ประสบผล จนกระทั่งวันหนึ่งไปเที่ยวเล่นอยู่ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีต้นพระไทรอยู่ อันเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษพอดี จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรจากพระไทร
 
             พระไทรสงสารเศรษฐีจึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ผู้ซึ่งมีอุปนิสัยจัดให้ทุกอย่างอยู่แล้ว พระอินทร์จึงให้เทพบุตรที่ชื่อว่า ธรรมบาล จุติจากสวรรค์ลงมาปฏิสนธิเกิดเป็นลูกของเศรษฐี สมดังที่ปรารถนา
 
             ว่าธรรมบาลกุมารเจริญวัย ทั้งสุขสบายและมีปัญญายิ่งนัก จนวันหนึ่งก็ได้พบผู้มีปัญญาเช่นกัน ที่ชื่อว่าท้าวกบิลพรหม มาท้าทายปัญญา โดยตั้งปัญหาเดิมพันเอาศีรษะเข้าแลกให้ธรรมบาลกุมารตอบ และเมื่อธรรมบาลกุมารตอบได้ ท้าวกบิลพรหมก็จำต้องตัดศีรษะตนเองตามที่ได้ท้าพนันไว้
 
             เรื่องของนักวิชาการบ้าปัญญาจะว่าอย่างนั้นก็ได้อีก
 
             ท้าวกบิลพรหมมีลูกสาวอยู่ 7 คน ก่อนตัดศีรษะได้เรียกลูกสาวทั้งเจ็ดมาสั่งความไว้ว่า คือศีรษะของเราถ้าตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟจะลุกไหม้โลก ถ้าทิ้งไปในอากาศฝนฟ้าก็จะแล้ง และถ้าทิ้งลงน้ำหรือว่าในมหาสมุทรก็จะเกิดเหือดแห้ง ล้วนเดือดร้อนต่อโลกทั้งสิ้น (ทีทำไม่คิด)
 
             ลูกสาวทั้งเจ็ดนางของท้าวกบิลพรหมก็เลยต้องรับหน้าที่ผลัดเวรเปลี่ยนกันมาเอาพานรองรับศีรษะของพ่อไว้ เพื่อมิให้มีใครต้องเดือดร้อน รวมทั้งจะต้องนำขบวนหัวพ่อแห่บูชาทำประทักษิณไปรอบเขาพระสุเมรุในทุก 365 วัน หรือว่าในทุกปีหนึ่ง ซึ่งเป็นวันสงกรานต์ โดยเริ่มต้นจากลูกสาวคนใหญ่ก่อนคือนางสงกรานต์วันอาทิตย์
 
             เรื่องตำนานวันสงกรานต์ที่เราได้ดูรูปจากปฏิทินของธนาคารออมสินมาเป็นประจำในทุกปี ก็มีความเป็นมาดังนี้ ส่วนขบวนแห่อันประกอบด้วยดอกไม้ เครื่องประดับ อาหาร อาวุธและสัตว์พาหนะนั้น ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมและนิสัยของนางสงกรานต์ที่ต่างไปในแต่ละปี
 
             ประกาศวันสงกรานต์ปีพ.ศ. 2555 นี้ จากกระทรวงวัฒนธรรม ว่าวันมหาสงกรานต์ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 เมษายน นางสงกรานต์ชื่อ กิมิทาเทวี ชอบดอกบัว ชอบกินกล้วย มีเครื่องดนตรีคือพิณ กับอาวุธคือพระขรรค์ นอนมาบนหลังควาย (มหิงส์)
 
             เรียกว่า “นารีขี่หลังควาย” จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิด
 
             ส่วนคำพยากรณ์ที่ว่า สงกรานต์ปีนี้จะทำให้บ้านเมืองเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นต้องฆ่ากันล้มตายฉิบหายเป็นอันมากนั้น เมื่อได้รู้ถึงตำนานเรื่องของสงกรานต์ดังที่กล่าวมาแล้วนี้ก็น่าจะปลงใจกันได้บ้าง
 
             เพราะเรื่องของวันสงกรานต์นั้นจะเห็นว่า มีต้นกำเนิดมาจากความรุนแรงดุเดือด เสียเลือดเสียเนื้อจนถึงขั้นตัดหัวกัน ทั้งนี้ก็ด้วยสาเหตุที่จะเอาชนะคะคานกัน นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเรื่องของคนเมาที่ไม่ได้สติเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยอีกต่างหาก
 
             ความรุนแรงของวันสงกราต์ถ้าหากจะเกิดขึ้นจึงไม่น่าแปลกใจครับ ทั้งในเรื่องของการเมืองและเรื่องเมาไม่ขับ