ข่าว

การ/ความปรองดองทางการเมืองคือศิลปะ

การ/ความปรองดองทางการเมืองคือศิลปะ

12 เม.ย. 2555

การ/ความปรองดองทางการเมืองคือศิลปะ : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

             ดังที่ในฉบับวันอังคารนั้นได้กล่าวถึงคำจำกัดความในเรื่องของการ/ความปรองดอง (reconciliation) ไปแล้ว จากงานของ Charles Villa-Vicencio. "Reconciliation" ใน Pieces of the Puzzle: Keywords on Reconciliation and Transitional Justice. Cape Town: Institute for Justice and Reconciliation. 2004. (ชาร์ลเป็นผู้อำนวยการของสถาบันความยุติธรรมและความปรองดอง ของแอฟริกาใต้) วันนี้จะมาขยายความเพิ่มเติมต่อไป
 
             ประการแรก กระบวนการปรองดองทางการเมืองนั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมาย แต่การมุ่งสู่เป้าหมายนั้นก็ไม่ได้มีลักษณะที่เป็นเส้นตรง หากแต่อาจมีลักษณะที่ไม่สม่ำเสมอและอาจจะมีบางช่วงขณะที่ไม่ค่อยจะได้ประโยชน์สักเท่าไหร่ หรืออาจจะกลับไปสู่ความรุนแรงด้วยซ้ำ ดังนั้น การ/ความปรองดองก็จำเป็นจะต้องมีการข่มใจ ความเปิดกว้างทางจิตวิญญาน ความเข้าอกเข้าใจต่อผู้อื่น และความมุ่งมั่น ในขณะเดียวกัน ภารกิจที่ยากลำบากก็คือการทำให้การ/ความปรองดองนั้นดำเนินต่อไปและเต็มไปด้วยพลังด้วยการมีไว้ซึ่งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมและวิสัยทัศน์ร่วมกันว่าอะไรบ้างที่จะสามารถทำให้สำเร็จได้
 
             การ/ความปรองดองทางการเมือง จึงหมายถึงศิลปะของการเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปได้ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นจริง และความเข้าใจที่ว่าความล้มเหลวในการสร้างความปรองดองโดยการไม่สามารถระบุแหล่งของความขัดแย้ง ซึ่งรวมถึงการจัดการกับความผิด การยอมรับ การชดเชย การขจัดความยากจน และการเข้าถึงทรัพยากรที่เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต (อาทิ ที่ดิน) จะนำไปสู่ความรุนแรงที่ยังแฝงตัวอยู่ในสังคมและอาจจะปรากฏขึ้นอีก การ/ปรองดองทางการเมืองจึงเป็นก้าวแรกที่จะบรรลุถึงเป้าหมายที่สูงกว่านั้น ซึ่งก็คือ สันติภาพที่ยั่งยืน ซึ่งหากจะใช้คำของผู้เฒ่าชาวซูดานที่พูดถึงเรื่องของการปรองดอง เขาได้กล่าวว่า "ความปรองดองนั้นเริ่มต้นจากตกลงที่จะนั่งใต้ต้นไม้เดียวกับศัตรู เพื่อหาหนทางในการระบุสาเหตุของความขัดแย้ง" กระบวนการดังกล่าวนี้จึงให้ความสำคัญกับการพูดคุยและความเข้าใจ (แต่ก็นั่นแหละครับ สังคมของเราอาจจะมีความเข้าใจในเรื่องของต้นไม้ที่แตกต่างไปจากชาวซูดานก็ได้ครับ)
 
             ประการต่อมาที่น่าสนใจในบริบทของแอฟริกาก็คือ เขาพยายามค้นหาแนวคิดทางวัฒนธรรมเดิมของเขาที่จะมาส่งเสริมเรื่องของการ/ความปรองดอง ซึ่งเขาพบคำ/แนวคิดที่เรียกว่า อูบันตู (Ubuntu) ที่ลึกซึ้งไปกว่าเรื่องของความจำเป็นทางการเมืองในการสร้างความปรองดองด้วยว่าในสังคมแอฟริกานั้นมีความเชื่อว่าเจตจำนงในการจะมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์ โดยการเชื่อมโยงกับผู้อื่น และยอมรับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การยอมรับซึ่งกันและกัน และความยุติธรรมทางสังคม หรือจะกล่าวสั้นๆ ก็คือ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน และเราจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ก็เมื่อเราเติมเต็ม/เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้อื่น (นี่แหละครับที่ผมอยากรู้ว่าในรายงานต่างๆ นั้น เคยพูดอะไรในเชิงวัฒนธรรมอะไรแบบนี้ที่ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการกดทับ/สร้างความเงียบให้แก่ความคิดเห็นที่แตกต่างจากเราบ้างไหม)
 
             เราต้องไม่ลืมว่าการ/ความปรองดองไม่ใช่แนวคิดที่ยิ่งใหญ่ที่ครอบคลุมไปทุกเรื่อง และการคิดว่าเราจะหาคำจำกัดความในระดับนามธรรมของ ความสำนึกเสียใจ การให้อภัย และการชดใช้เพื่อให้กลับสู่สภาพเดิมนั้นในทางการเมืองอาจไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย การ/ปรองดองนั้นไม่ใช่เรื่องทฤษฎีหรือขั้นตอนการปฏิบัติที่จะนำมาใช้ได้ง่ายๆ และการทำให้แต่ละฝ่ายเข้าสู่กระบวนดังกล่าวโดยที่ฝ่ายเขารู้สึกว่ากระบวนการนั้นมีความตายตัวแล้วในเชิงคำจำกัดความและขั้นตอนอาจจะนำมาซึ่งความเสียหายมากกว่าประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ดังนั้นภายใต้กระบวนการดังกล่าวนี้ การ/ความปรองดองจะต้องเกี่ยวข้องกับโชคชะตาที่มากับความบังเอิญ จินตนาการ ความเสี่ยง และการค้นหาว่าการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหมายถึงอะไร? ซึ่งบางทีเราก็อาจจะต้องมองว่า การ/ความปรองดองนั้นเป็นเหมือนสิ่งสวยงาม/พรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้เรามองเห็นว่าการ/ความปรองดองอาจจะเกิดมาจากสิ่งที่ไม่ได้มีใครเตรียมมาก่อนที่จะคุยกัน แต่เกิดมาจากเมื่อเรามานั่งคุยกัน หรือแม้กระทั่งมองว่าเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเรานั้นมอบให้ และเป็นที่น่าภูมิใจของจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์
 
             ผมแปลเก็บความมาถึงตอนนี้ ก็เริ่มสะท้อนใจว่า เวลาที่ใครๆ พูดว่าบรรยากาศปรองดองนั้นยังไม่เกิดในบ้านเรา บางทีเราอาจจะต้องคิดมากกว่าเรื่องของการโทษใคร/ฝ่ายใด มาสู่เรื่องของการมองเรื่องบรรยากาศที่จะนำไปสู่ความปรองดองในเชิงบวกด้วยครับ
 
             อังคารหน้านั้นจะว่าถึงเรื่องของประเด็นหลักที่จะต้องมีและเข้าใจเมื่อคิดจะมีและเมื่อจะทำการปรองดองครับ