
ความท้าทายขีดความสามารถของธุรกิจไทยในเวทีสากล
ความท้าทายขีดความสามารถของธุรกิจไทยในเวทีสากล : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร
นับเวลาก็อีกไม่นานที่ประเทศไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนจะก้าวเข้าไปสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี อย่างที่เราๆ ท่านๆ ต่างก็ได้รับรู้ คำถามที่สำคัญพื้นฐานมากๆ สำหรับผู้คนในประเทศไทยแบบบ้านๆ เช่น เรารู้จักผู้คนในชาติอื่นๆ มากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเราจะรู้จักแต่ตัวเราว่า ยิ้มสยาม ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นหรือตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิใดๆ
เรามีสงครามกับพม่า เราเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับลาว เรามีประเด็นเรื่องดินแดนกับกัมพูชา เราร่วมมือกับมาเลเซียในการปราบขบวนการก่อการร้ายในภาคใต้....จะเห็นได้ว่าคนของเราจะมองโดยเอาตัวเราเองเป็นหลัก หากแต่ตอนนี้เรา...คนไทยต้องมองโดยเอาสิ่งแวดล้อมใหม่มาเป็นหลัก เพราะข้อมูลเกี่ยวกับเออีซีนั้นมีความน่าสนใจดังเช่นที่ผมขอนำเสนอคือ
1. อัตราการเจริญเติบโตของกลุ่มประเทศแถบนี้เฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี
2. ประชากรในเออีซี รวมกันประมาณ 600 ล้านคนซึ่งมากกว่าประชากรของอียู
3. จีดีพีมีขนาด 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเทียบเท่ากับจีดีพีของเกาหลีใต้
4. การค้าขายระหว่างประเทศ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา คิดเป็น 6 เท่าของประเทศไทย
5. การลงทุนจากต่างประเทศ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา คิดเป็น 60% ของประเทศจีน
6. นักท่องเที่ยวต่างประเทศ 65 ล้านคน คิดเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศฝรั่งเศส
หากเราๆ ท่านๆ มองออกไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงจะเกิดมากขึ้นลองคิดแบบนี้นะครับ
ลูกค้าเราจะมีความหลากหลายทั้ง ภาษา ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมการดำเนินชีวิต การใช้ชีวิต การใช้สินค้าและบริการ คนไทยเราพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หรือไม่ เรามีประชาธิปไตยดีกว่าอินโดนีเซียหรือเปล่า เรามีโครงการการลงทุนขนาดใหญ่ที่ดึงดูดเม็ดเงินต่างประเทศเช่นโครงการทวายในพม่าหรือไม่ เรามีแรงงานที่ขยันและราคาถูกกว่าพม่าและกัมพูชาหรือไม่ เรามีทรัพยากรธรรมชาติเท่ากับลาวหรือไม่ แน่นอนคนของเราไม่ร่ำรวยเท่ากับบรูไนแน่นอน
ในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยของเราถือได้ว่าเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลกไม่ว่าด้านใด ท่านผู้อ่านจะเห็นได้จากการเกิดน้ำท่วมในไทยได้ส่งผลต่อระบบการผลิตและการส่งมอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทใหญ่ๆ มากแค่ไหน คนของเรามีความรู้ในเรื่องช่างเทคนิค
เรื่องเทคโนโลยีมากพอสมควร การที่ประเทศไทยเราเป็น Supporting Industries ในปัจจุบันเราก็ต้องต่อยอดออกไปเป็น Value Added Product ให้ได้
เราต้องกลับมาที่จุดแข็งของเราให้ได้ จุดแข็งของเราคือ "ความเป็นช่าง" ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับธุรกิจ กับอุตสาหกรรม กับประเทศชาติ กลับมาเป็นคนช่างคิด ช่างฝัน ช่างผลิต ช่างจำนรรจา ค้าขายเก่งดีกว่า...อย่าเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง คิดเอง เออเอง
เจ้าถ้อยหมอความ หัวหมอ ลีลามากแต่กลวง พูดเก่งพูดมากแต่ทำไม่เป็น วันๆ
ไม่ทำอะไรมีแต่การตีความในตัวบทกฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนของพวกพ้อง
ชอบทะเลาะชอบขัดแย้ง...หากไม่เป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการก็จะบอกว่าผิด
สิ่งเหล่านี้หากยังคงอยู่แล้วยากที่เราจะก้าวไปกับการเติบโตของเออีซี ท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านจะทราบว่าเออีซีเป็นสิ่งที่ประเทศไทยผลักดันในตอนริเริ่ม แล้วทำไมเราจะกลายเป็นคนที่ล้าหลังกับสิ่งที่เราได้ดำเนินการไปในอดีต
หากเรามีความเป็นช่างที่เก่งจริงนอกจากสร้างบ้านให้ใครต่อใครเขาได้เข้ามาอยู่เข้ามาชมแล้ว เราก็ควรเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนเป็นเจ้าของอย่างภาคภูมิใจ
เราไม่ใช่คนงานก่อสร้างหรือกรรมกรที่ต้องย้ายบ้านสังกะสีหลังจากที่ได้สร้างบ้านที่ทันสมัยให้คนต่างชาติอยู่ ทั้งที่บ้านนั้นตั้งอยู่บนแผ่นดินไทย ขอบคุณครับ
----------
(หมายเหตุ : ความท้าทายขีดความสามารถของธุรกิจไทยในเวทีสากล : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร)
----------



