
กรมป่าไม้จัดการป่าแบบบูรณาการ
กรมป่าไม้จัดการป่าแบบบูรณาการ...เร่งฟื้นป่าต้นน้ำแก้ 'น้ำท่วม-น้ำแล้ง' : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ
กรมป่าไม้เตรียมจัดโครงการจัดการทรัพยากรป่าไม้แบบบูรณาการใน 8 พื้นที่ลุ่มน้ำหลัก ปิง วัง ยม น่าน ป่าสัก สะแกกรัง เจ้าพระยา และท่าจีน หลังเกิดปัญหาการบุกรุกป่าและมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในฤดูฝน และการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งทวีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากวิกฤติมหาอุทกภัยในปี 2554 ที่ผ่านมา ที่เกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณกว้างในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
สุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงพื้นที่เป้าหมายที่ต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน ป่าสัก สะแกกรัง เจ้าพระยา และท่าจีนว่า กรมป่าไม้มีนโยบายอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ในระบบนิเวศ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างยั่งยืน โดนน้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาเป็นกรอบแนวทางในการฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศตามแนวทางพระราชดำริ
โดยเริ่มจากการปลูกป่าในใจคน เป็นหลักการสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ที่เสื่อมโทรม ซึ่งจะต้องสร้างจิตสำนึกให้ราษฎรมีความตระหนักถึงคุณค่า มีความรักในทรัพยากรป่าไม้ก่อนจึงได้รับความร่วมมือ เปรียบเป็นการปลูกป่าในใจคนก่อน รวมทั้งทฤษฎีการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกเพื่อเพิ่มปริมาณพื้นที่ป่าไม้ โดยวิธีการดำเนินงานที่เรียบง่ายและประหยัด โดยใช้หลักการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง และปล่อยให้ป่าเจริญเติบโดขึ้นมาเป็นป่าที่สมบูรณ์โดยไม่ต้องปลูก
"การปลูกฟื้นฟูป่าและการปลูกป่าทดแทนจำเป็นต้องฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน ด้วยแนวคิดการปลูกไม้ 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ปลูกไม้ที่ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง เป็นพืชอาหารของทั้งคนและสัตว์ เป็นไม้ฟืนและถ่านเพื่อให้พลังงาน รวมถึงประโยชน์ทางด้านสิ่งแวดล้อมในการช่วยปกคลุมหน้าดินและการเก็บรักษาน้ำในดินเพื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำลำธาร และให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกและรักษาต้นไม้ให้เจริญเติบโต ทั้งยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้ราษฎรเห็นความสำคัญของการปลูกป่า"
อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ยังมีป่าเปียก ซึ่งเป็นทฤษฎีการฟื้นฟูป่าไม้โดยใช้ความชุ่มชื้นเป็นหลักสำคัญในการสร้างแนวป้องกันไฟป่า โดยใช้ไม้โตเร็วคลุมร่องน้ำ เพื่อให้มีความชุ่มชื้นมากขึ้น ร่วมกับการสร้างฝายอนุรักษ์ต้นน้ำ (Check Dam) โดยใช้วัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่นและประหยัด เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ทำให้ระยะเวลาการไหลของน้ำเพิ่มมากขึ้น และมีผลให้ความชุ่มชื้นมากขึ้น ทำให้พืชพรรณมีการแพร่พันธุ์เกิดสภาพความเขียวชอุ่ม รวมทั้งยังช่วยกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลสู่ลุ่มน้ำตอนล่างทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น สำหรับในพื้นที่ตอนกลางและปลายน้ำ ก็อาจพิจารณาการสร้างฝายแบบเรียงด้วยหินค่อนข้างถาวร (ฝายกึ่งถาวร) หรือฝายแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก (ฝายถาวร) ตามความเหมาะสม
และสุดท้ายสนับสนุนให้มีการปลูกหญ้าแฝกตามแนวขวางความลาดชันและร่องน้ำบนภูเขา เพื่อลดความรุนแรงในการไหลของน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ และยึดดินไม่ให้ถูกกัดเซาะและพังทลาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการเก็บกักอินทรียวัตถุในดินและดูดซับสารเคมีไม่ให้ลงสู่แหล่งน้ำตอนล่าง และการส่งเสริมพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริรวมถึงการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน การเพิ่มผลผลิตด้านเกษตรกร เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม การนำแนวพระราชดำริไปสู่การปฏิบัตินั้น อธิบดีกรมป่าไม้ย้ำว่า จะคำนึงถึง “หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ใน 3 ส่วนสำคัญ คือ สังคม เศรษฐกิจ และนิเวศธรรมชาติ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน หากจะรักษาระบบนิเวศและสมดุลธรรมชาติ จะต้องให้ความสำคัญกับคนและชุมชน ซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์และได้รับผลกระทบจากทรัพยากรธรรมชาติโดยตรงนั่นเอง
----------
(หมายเหตุ : กรมป่าไม้จัดการป่าแบบบูรณาการ...เร่งฟื้นป่าต้นน้ำแก้ 'น้ำท่วม-น้ำแล้ง' : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ)
----------



