ข่าว

รักสายฟ้าแลบ เจอกันวันแรกขอแต่งงาน

รักสายฟ้าแลบ เจอกันวันแรกขอแต่งงาน

12 เม.ย. 2555

รักสายฟ้าแลบ เจอกันวันแรกขอแต่งงาน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ

              "หลายคนถามว่าไม่กลัวโดนหลอกหรือ เพราะเพิ่งคบหากันได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจแต่งงานกับเขาแล้ว แต่ก็คิดว่าไม่ว่าเจอกันกี่วัน กี่เดือน กี่ปี หากเขาไม่ใช่เนื้อคู่เรา สักวันก็ต้องไป แต่หากใช่ เราจะได้ดูแลกันไปจนแก่จนเฒ่า"

              รักติดจรวดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับชีวิตของ "อัมพร ไวท์เฮด "หรือ กระแต วัย 46 ปี เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2552 ทำให้ชีวิตสาวขอนแก่นพลิกผันเป็นสะใภ้อินเตอร์แค่ชั่วข้ามคืน ขณะทำงานนวดแผนไทยที่ร้านแห่งหนึ่งใจกลางเมืองขอนแก่น"เจอรัล ไวท์เฮด" หรือ เจอรี่ ชาวอเมริกัน วัย 63 ปี เดินมาดูรายการนวดที่หน้าร้าน พนักงานได้เข้าไปพูดคุยทักทายเชิญชวนให้นวด ในที่สุดเจอรัลได้นวดน้ำมันกับน้องคนหนึ่ง ระหว่างนั้นเจอรัลเอ่ยปากอย่างจริงจัง "อยากมีภรรยาเป็นคนไทย"น้องพนักงานจึงแนะนำให้รู้จักกับอัมพร และในเย็นวันนั้น  อัมพร-เจอรัล" ก็ได้ไปรับประทานอาหารด้วยกัน เริ่มทำความรู้จัก เรียนรู้กันและกัน

              "อัมพร " เคยผ่านชีวิตคู่มาแล้วกับคนไทย อยู่ด้วยกัน 6 ปีก็ต้องโบกมือลา ทางใครทางมัน เพราะเบื่อกับความเจ้าชู้ของฝ่ายชาย หลังจากนั้นเธอไม่ยอมปล่อยชีวิตให้จมกับอดีต แต่กลับเอามาเป็นบทเรียนในการฮึดสู้และกลับมาใช้ชีวิตอิสระอีกครั้ง หันมาดูแลตัวเองและหาอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว ทำธุรกิจส่วนตัวระยะหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเรียนนวดแผนไทยที่ จ.ขอนแก่น และยึดเป็นอาชีพมาตลอด

              ส่วน "เจอรัล" อดีตทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ผู้หลงใหลประเทศในแถบเอเชีย ชื่นชอบประเพณีวัฒนธรรมของชาวเอเชียมาก ทุกปีจะลาพักร้อนเพื่อเดินทางมาเที่ยวลาว เวียดนาม และประเทศไทย เขาเคยมาเยือนแล้วหลายครั้ง ไปเที่ยวมาเกือบทั่วหมดแล้ว คราวนี้พรหมลิขิตให้เขาเลือกมาเที่ยวขอนแก่นแดนอีสาน กระทั่งได้พบกับ "อัมพร" อย่างบังเอิญ

              อาหารมื้อเย็นของวันแรกที่เพิ่งรู้จักกัน แม้ว่าภาษาที่ใช้สื่อสารกันจะยังกระท่อนกระแท่นพอสมควร แต่ด้วยบุคลิกของสาวไทย ความอ่อนโยนและยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้อดีตทหารผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน หัวใจอันแข็งแกร่งต้องอ่อนยวบพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ หลงรักสาวไทยคนนี้จนต้องเอ่ยปากขอคบอย่างจริงจัง และขอไปทำความรู้จักกับครอบครัวฝ่ายหญิง เพื่อยืนยันว่า "รักจริงหวังแต่ง"

              "เขาเป็นคนใจดี เงียบๆ สมถะ ที่สำคัญให้เกียรติเรามาก ไม่เคยคิดว่าจะขอแต่งงานทันที วันแรกก็ขอแต่งงานเลย 2-3 วันต่อมาเขาชวนไปจดทะเบียนสมรส แต่ตอนนั้นเอกสารยังไม่พร้อม ใจจริงตั้งใจว่าหากจะคบกันจริง น่าจะเรียนรู้นิสัยใจคอกันก่อน เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อจะได้คุยกันรู้เรื่อง พอแนะนำให้ญาติพี่น้องรู้จัก ทุกคนก็ยินดีและดีใจด้วยเพราะเราอยู่คนเดียวมานาน หากตกลงปลงใจแล้ว จะได้มีคนดูแล"

              การนัดพบกันวันรุ่งขึ้น ฝ่ายชายพาไปซื้อแหวนทองคำน้ำหนัก 2 สลึง บอกว่า เป็นของหมั้นหมายกันไว้ก่อน แต่แค่วันแรกของการตกลงปลงใจทั้งคู่ก็เกือบเลิกรากันสาเหตุมาจากความเข้าใจผิด และความแตกต่างของภาษาวัฒนธรรม

              หลังจากออกจากร้านทองก็ต่างแยกย้าย เที่ยงๆ เห็นเขาเดินมองเข้ามาในร้าน ก็คิดว่ามาหา แต่กลับเดินผ่านไป ไม่นานก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มองเข้ามาในร้าน เริ่มรู้สึกผิดปกติ เลยคุยกับน้องในที่ทำงานว่าต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าอะไร จึงรีบวิ่งตามชวนมาที่ร้าน มาพูดคุยกันถึงรู้ว่าหลังจากออกจากร้านทอง เขานึกว่าเราจะตามไปที่พัก แต่เมื่อไม่ได้ไป ก็เลยคิดว่าเราโกหกหลอกเอาเงิน น้องที่ทำงานก็ช่วยอธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจ ถ้าคิดว่าเป็นการหลอกลวง ก็จะคืนให้ทุกบาททุกสตางค์ จากนั้นเราจึงได้ปรับความเข้าใจกัน

              หลังจากทำความเข้าใจกันแล้ว อัมพรตัดสินใจไปอยู่ดูแลฝ่ายชายระหว่างที่อยู่ขอนแก่น 10 วัน ทั้งสองคนได้เรียนรู้กัน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันทั้งไปเดินเที่ยว ไหว้พระ และตระเวนกินอาหารไทยด้วยกัน

              พาไปเที่ยวงานไหม ดูผ้าไหมที่ชาวบ้านเอามาประกวด พาไปไหว้พระที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง ทำความรู้จักนิสัยใจคอกันให้มากที่สุด จะได้รู้ว่า เราสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายคนนี้ได้ไหม ยอมรับว่า ประทับใจมาก เพราะเป็นคนสุภาพ ใจดี ดูแลเป็นอย่างดี 

              หลายคนที่รู้ก็คอยเตือนเพราะกลัวว่า ฝรั่งคนนี้จะมาหลอก ไม่จริงจังกับเรา ตอนนั้นก็คิดเยอะเหมือนกัน เพราะเจอกันไม่กี่วันก็ตัดสินใจใช้ชีวิตกับเขาแล้ว

              แต่พอคิดย้อนกลับไปครั้งที่แต่งงานกับคนไทยรู้จักกันมาตั้ง 6 ปียังมีเหตุทำให้แยกกันเลย จึงคิดว่า หากเขาเป็นเนื้อคู่จริง เขาก็ต้องอยู่กับเรา อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ก่อนกลับอเมริกาก็ชวนไปจดทะเบียนสมรสที่กรุงเทพฯ  บอกว่าถือเป็นคำสัญญาว่า เขาจริงใจ

              2 ปีที่ตกลงจดทะเบียนสมรสกัน เจอรัลเดินทางกลับไปทำงานที่อเมริกานาน 3-4 เดือน ก็จะเดินทางมาเมืองไทย ช่วงที่อยู่ไกลกันทั้งคู่เขียนจดหมาย และโทรศัพท์คุยกันทุกวัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และส่งความห่วงใยข้ามฟ้ามาให้ บางครั้งส่งของขวัญ การ์ดและสร้อยคอมาให้บ้าง เมื่อมาพบกันที่ขอนแก่น อัมพรพาไปวัด ไปไหว้พระ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจอรัลชอบมาก บอกว่าสวยและสงบร่มเย็น

              ในอนาคต "เจอรัล "ตั้งใจว่าเมื่อเกษียณแล้วจะเดินทางมาอยู่ประเทศไทยถาวร ระหว่างนี้เร่งทำงานเพื่อรวบรวมเงินมาปลูกบ้านบนที่ดินที่ตั้งใจซื้อไว้ 5 ไร่ ที่ ต.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น

               "ไปตระเวนหาซื้อที่ดินหลายที่ จนไปเจอที่ดินใน ต.บ้านฝาง ช่วงนั้นที่บริเวณนี้มีข้าวขึ้นงามมาก เห็นแล้วถูกใจ ตัดสินใจซื้อไว้ 5 ไร่ จากนั้นก็ปรับพื้นที่บางส่วนไว้สำหรับปลูกบ้าน ในส่วนที่เป็นที่นาจะเก็บไว้ ตั้งใจว่าจะปลูกข้าวกินเอง ถึงจะทำไม่เป็นแต่จะลองทำดู ส่วนสามีชอบทำบุญ และปลูกต้นไม้ ทำให้ตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงนี้ สร้างครอบครัวในอนาคต ตอนนี้ขุดสระน้ำไว้ใช้รดน้ำต้นไม้ เพราะจะปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินเอง"

              ปัจจุบันทั้งสองคนยังคงทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบ อัมพรทำงานทั้งที่ร้านนวดแผนไทย นอกจากนี้ด้วยความที่มีฝีมือในการทำอาหาร จึงร่วมหุ้นกับน้องสาวเปิดร้านขายโจ๊ก กวยจั๊บ ต้มเส้น และแหนมเนือง ถนนกลางเมือง ข้างวัดกลาง ใน จ.ขอนแก่น

              แม้ชีวิตคู่ของ "อัมพร-เจอรัล" จะพบรักกันแค่ชั่วข้ามคืน แต่วันเวลาของทั้งสองในวันนี้ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน บ้านหลังเล็กในทุ่งนา มีป่าไม้ ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และเรา...สองตายายจะดูแลกันและกันตลอดไป

..........................
(หมายเหตุ : รักสายฟ้าแลบ เจอกันวันแรกขอแต่งงาน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ)