ข่าว

เปิดชีวิตฉันทนา "นุชรี เกษดี" 
จากสาวโรงงานสู่ร้านเย็บผ้า

เปิดชีวิตฉันทนา "นุชรี เกษดี" จากสาวโรงงานสู่ร้านเย็บผ้า

14 พ.ค. 2552

แม้อาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าในเมืองหลวงจะทำรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 8,000-10,000 บาทของสาวจากแดนที่ราบสูง "นุชรี เกษดี" แห่งบ้านนาหว้าน้อย ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยนความตั้งใจในการนำวิชาความรู้ตัดเย็บเสื้อผ้ากลับสู่ภูมิลำเนาเพื่อ

  กว่า 10 ปีที่นุชรีใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงด้วยการยึดอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าโหลส่งโรงงาน ซึ่งมีรายได้ใกล้หลักหมื่นในแต่ละเดือน แต่เมื่อหักค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ละเดือนเกือบจะไม่มีเงินเหลือเก็บ หลังจากที่ทำงานเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดทันที ด้วยความตั้งใจอยากจะมีร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นตัวเอง

 "หนูอยู่กรุงเทพฯ 10 กว่าปี ทำงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า แล้วก็ออกมาทำเอง ตอนนั้นรายได้ก็ดีนะ แต่ละเดือนก็เกือบหมื่น แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงด้วย ก็เลยคิดว่าถ้ากลับมาอยู่บ้านเรา เปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้า มีรายได้เดือนละ 2,000-3,000 ก็อยู่ได้ เพราะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไร และมีความสุขอีกด้วยที่ได้อยู่กับครอบครัว" นุชรี ย้อนอดีตให้ฟัง

 หลังตัดสินใจกลับบ้านในปี 2543 ก็เปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นคนในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง ขณะเดียวกันก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดตั้งกลุ่มสตรีตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านนาหว้าน้อย เพื่อตอบสนองผู้สนใจที่อยากตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อหารายได้เสริม หลังว่างเว้นจากการทำนา ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 18 คน

 "ตอนนี้ไม่ค่อยได้เย็บเองแล้ว เป็นคนหาตลาดมากกว่า เพราะเคยทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พอจะรู้จักเครือข่ายอยู่บ้าง ก็เลยต้องมาทำตรงนี้เป็นหลัก ส่วนการตัดเย็บสมาชิกจะเป็นผู้รับไป แต่ละเดือนมีออเดอร์มาเท่าไหร่ก็มาแบ่งให้สมาชิกเป็นคนทำ ส่วนใหญ่ก็เป็นชุดเสื้อผ้าเด็ก กางเกงแฟชั่น แล้วก็ยังรับงานเย็บเสื้อผ้าโหลส่งให้โรงงานที่กรุงเทพฯ ด้วย ปัจจุบันมีออเดอร์เข้ามาแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 200-300 ชุด"

 นุชรี ยอมรับว่าลำพังตัวเองและสมาชิกคงไม่สามารถทำให้เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ได้ หากไม่มีหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลช่วยเหลือ โดยเฉพาะหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 (นพค.51) อำนาจเจริญ ที่ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล พร้อมมอบอุปกรณ์การตัดเย็บเสื้อผ้าไว้ให้จำนวนหนึ่ง อาทิ จักรโพ้ง จักรเดินสาย จักรก้นลา เป็นต้น

 ปัจจุบันกลุ่มมีรายได้จากการตัดเย็บเสื้อผ้าเฉลี่ยเดือนละ 10,000-12,000 บาท ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายในเรื่องต้นทุนก็จะแบ่งให้สมาชิก แม้รายได้ต่อเดือนทุกวันนี้จะไม่มาก แต่หากเทียบกับความสุขที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก และยังสามารถทำให้คนในชุมชนมีอาชีพเสริม มีรายได้ก็คิดว่าน่าจะเกินคุ้ม

"สุรัตน์ อัตตะ"