
ผีคึกเยือนวีแกนข่ม8ปีไม่แพ้
"ปีศาจแดง" ทีมจ่าฝูงสุดคึกพร้อมเยือน วีแกน ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันพุธที่ 11 เม.ย.นี้ พกสถิติหรู 8 ปี 14 นัด ไม่แพ้ ขณะที่ กุนซือ เชลซี ลั่นพร้อมสู้ตายจนถึงนัดสุดท้าย เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า ชปล.
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 11 เมษายน มีฟาดแข้ง 4 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่ไร้พ่ายมา 12 เกมติด แข่ง 32 นัด มี 79 แต้ม มีคิวออกไปเยือน "ลาติกส์" วีแกน ทีมรองบ๊วยที่แข่ง 32 นัด มี 28 แต้ม ที่ดีดับเบิลยู สเตเดี้ยม เวลา 01.45 น.
เกมนี้ลูกทีมของ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีมเยือนกำลังอยู่ในช่วงคึกคักสุดขีด หลังเก็บชัยชนะได้ 8 เกมติดต่อกัน แถมบรรดาแข้งหลักๆ ยังไร้ปัญหา ไม่มีคนใดบาดเจ็บเพิ่ม คาดว่าน่าจะใช้นักเตะชุดที่เล่นในบ้านอัด ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 2-0 เป็นหลัก อาทิ เดวิด เดอ เกีย, ริโอ เฟอร์ดินานด์, พอล สโคลส์, หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย และเวย์น รูนีย์
นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังพกสถิติสุดข่มไม่เคยแพ้ วีแกน แม้แต่นัดเดียว หลังพบกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 14 เกม นับตั้งแต่ปี 2005-2012 รวม 8 ปี ยังไม่เคยแพ้ ส่วนผลการพบกันในบ้านของ "ลาติกส์" เมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฏว่า ลูกทีมของ "เฟอร์กี้" บุกไปไล่ต้อนชนะได้ถึง 4-0
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น แมนฯ ซิตี้ (2) พบ เวสต์บรอมวิช (13), วูล์ฟแฮมป์ตัน (20) พบ อาร์เซนอล (3), ควีนส์ปาร์ค (17) พบ สวอนซี (14) เวลา 02.00 น.
ขณะที่ โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ประกาศกร้าวพร้อมสู้ตายจนถึงเกมนัดสุดท้าย เพื่อไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังต้องพบกับความผิดหวังจากเกมนัดล่าสุดที่ทำได้เพียงแค่บุกไปโดน "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม ไล่ตีเสมอ 1-1 เมื่อคืนวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งที่เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกจุดโทษของ แฟรงค์ แลมพาร์ด นาที 45 แต่เจ้าถิ่นมาทวงคืนได้จาก คลินท์ เดมป์ซีย์ นาที 82 ทว่าโค้ชชาวอิตาเลียนยังคงเชื่อมั่นว่าทีมของเขายังคงมีโอกาสจบฤดูกาลนี้ด้วยการขยับขึ้นไปเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ติดโผใน 4 อันดับแรกได้เหมือนกัน แม้ตอนนี้จะร่วงลงไปอยู่อันดับ 6 แข่ง 33 นัด มี 57 แต้ม แถมยังมีคะแนนตามหลัง "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 และ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 5 ที่ลงแข่งเท่ากันอยู่ถึง 2 แต้มด้วย
"เราต้องมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพราะเรายังคงมีคะแนนอยู่ใกล้กับอันดับ 4 เรามีผู้เล่นฝีเท้าดีที่มีประสบการณ์สูงอยู่มากมายหลายคน และพวกเขาก็พร้อมที่จะสู้ต่อไปอย่างแน่นอน ดังนั้นเราขอเพียงแค่เก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เพื่อกดดันคู่แข่งที่มีอันดับอยู่เหนือกว่าเราต่อไป แม้มันจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมาก หลังจากที่เราบุกไปโดน ฟูแล่ม ไล่ตามตีเสมอ แต่ผมยังคงรู้สึกพอใจในภาพรวม เพราะเราได้พยายามกันอย่างเต็มที่แล้ว" ดิ มัตเตโอ กล่าว
ด้าน แฮร์รี เรดแนปป์ ผู้จัดการทีม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ก้มหน้ายอมรับสภาพแล้วว่า ลูกทีมของเขาคงหมดสิทธิแซงหน้า อาร์เซนอล กลับขึ้นไปยึดอันดับ 3 หลังแพ้ "นกขมิ้น" นอริช คาถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน 1-2 ส่งผลให้ สเปอร์ส ยังคงอยู่อันดับ 4 แข่ง 33 นัด มี 59 แต้มเท่ากับ นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 5 ที่มีคะแนนเท่ากันไล่จี้กดดันตามหลังมาติดๆ แต่ยังเหนือกว่าเพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียเท่านั้น แถมยังตามหลัง "ปืนใหญ่" ที่ลงแข่งน้อยกว่า 1 เกมอยู่ถึง 2 แต้มอีกด้วย จึงทำให้ เรดแนปป์ ต้องเปลี่ยนเป้าหมายขอจบฤดูกาลนี้ด้วยการเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ก็พอแล้ว เพื่อกลับไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้
ส่วนผลคู่อื่น นิวคาสเซิล ชนะ โบลตัน 2-0, แอสตัน วิลล่า เสมอ สโต๊ค 1-1
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)
----------



