
รัฐสภาถกแก้รธน.เกือบทั้งวันเพิ่งผ่านม.2
ประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้รัฐธรรมนูญยังวนเวียน เกือบทั้งวันเพิ่งผ่าน มาตรา2 ปชป. - ส.ว.ค้านร่างรัฐบาลเสนอยืดเวลาให้กกต.เตรียมตัวจัดการเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 เม.ย.2555 การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่... พ.ศ..ในวาระ 2 เรียงตามมาตรา เริ่มการพิจารณามาตรา 2 ที่ร่างกรรมาธิการฯกำหนดให้รัฐธรรมนูญใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้แทนที่ที่ประชุมจะพิจารณาต่อ แต่กลับยังถกเถียงวนเวียนอยู่ในประเด็นเดิม ทั้งเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ การตัดคำแปรญัตติของสมาชิกทิ้ง
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในรายงานของคณะกรรมาธิการฯได้ตัดคำแปรญัตติ และการสงวนคำแปรญัตติของสมาชิกหลายคนทิ้งไป ซึ่งอาจขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 97 ถ้ายังเดินหน้าต่อตนจะยื่นรายชื่อผู้แปรญัตติ แต่ไม่มีรายชื่ออยู่ในรายงานต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อจะจับโกหกว่าทำผิดข้อบังคับที่ 97 ชัดเจน ทำให้นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ประเด็นคำแปรญัตติของสมาชิก ยอมรับว่ามีการตกหล่นจากฝ่ายธุรการ จำนวน 3 หน้าและไม่ได้บรรจุไว้ในรายงานการประชุมด้วย แต่คำแปรญัตติไม่ได้หายไปไหน เพราะเจ้าหน้าที่ได้ทำใบแทรกไว้แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้แจกให้กับสมาชิก เนื่องจากต้องรอประธานรัฐสภาอนุญาต ยืนยันว่าเอกสารส่วนนี้ไม่ได้เพิ่งมาพิมพ์ตอนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ส.ส.ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ยังคงตอกย้ำว่าการทำงานแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการฯไม่สมบูรณ์ และควรพักการประชุมให้คณะกรรมาธิการฯไปทำให้สมบูรณ์ก่อนแล้วกลับมาพิจารณากันใหม่ ทั้งนี้หลังถกเถียงกันนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ประธานที่ประชุมได้ตัดบทว่า หากปล่อยให้ถกเถียงกันในประเด็นนี้ต่อก็ไม่จบ ดังนั้นจึงขอเดินหน้าการประชุมต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการพิจารณาในส่วนมาตราที่ 2 ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนตามความเห็นของร่างรัฐบาล ที่ระบุ “ให้รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป” ขณะที่ผู้ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติซึ่งส่วนใหญ่เป็นกมธ.ซีกพรรคประชาธิปัตย์และส.ว.บางส่วนเห็นต่างออกไป
อาทิ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก แปรญัตติ ให้รัฐธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน นับตั้งแต่ประกาศในในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ เพราะรัฐธรรมนูญคือเรื่องใหญ่ของประเทศ ไม่ควรเร่งรีบ ควรจะให้เวลา กกต.ได้เตรียมตัวจัดการเลือกตั้งก่อน เพราะถึงที่สุดแล้วเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วการมี สสร.จะอยู่ในระยะเวลา 90 วัน ซึ่งถือเป็นช่วงระยะเวลาอันรวดเร็วอยู่ดี ดังนั้นควรจะมีช่วงเว้นระยะสัก 30 วัน ให้มีช่องว่างดำเนินการตระเตรียมกฎหมายที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน
ขณะที่นายคำนูน สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ซึ่งแปรญัตติให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจา อภิปรายว่า ไม่ว่าจะมีคนเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไม่เกิดปาฏิหารย์อะไร การเขียนรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องเดินหน้าต่อไปตามที่เสียงข้างมาเห็นไว้ แต่ถึงเช่นนั้นตนก็อยากให้เป็นไปอย่างสง่างาม หมดข้อสงสัย ไม่อยากให้เกิดการถกเถียงข้อบังคับ วิธีการมากกว่าเนื้อหา ส่วนการที่ตนขอแปรญัตติให้มีผลบังคับใช้ 30 วันนับจากวันประกาศราชกิจจานั้น เพื่อให้เวลาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมเต็มที่ในการดำเนินการ ไม่ได้เป็นเวลาที่ยาวนานเกินไป เพราะหลังจากมีผลใช้บังคับ ยังมีการกำหนดระยะเวลาที่ดำเนินการ สูตร 15- 20- 40- 15 คือ 90 วันกระบวนการต้องจบสิ้น
นายคำนูณ กล่าวว่า ยังเป็นปัญหาในเรื่องการใช้กฏหมาย คือร่างเดิมบอกให้ใช้ตามที่กกต.กำหนด แต่ร่างใหม่ให้เอากฏหมายท้องถิ่นมาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งการจะนำอะไรมาบังคับใช้หรือไม่บังคับใช้นั้นมีผลแตกต่างกันและอาจทำให้การเลือก สสร.มัวหมองได้ ดังนั้นหากจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งที ขณะที่ประชาชนหวังจะให้เป็นฉบับสุดท้ายที่จะไม่มีการแก้ไข ยกเลิก หรือกระทำการนอกรัฐธรรมนูญอีก ก็ควรให้กระบวนการเลือกตั้ง สสร.มาด้วยความรอบคอบ นอกจากนี้หากจะมีการออกเสียงประชามติของประชาชน ก็ควรให้เวลากกต.ได้เตรียมความพร้อมด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณามาถึงเวลา 19.00 น.เพิ่งพิจารณามาตราที่ 2 เสร็จและเข้าสู่มาตราที่ 3 ซึ่งมีผู้สงวนคำแปรญัตติ



