
'ยงยุทธ'ชี้รู้ตัวมือเผากล้อง'นราธิวาส'แล้ว
'ยงยุทธ'ระบุ รู้ตัวมือเผากล้องซีซีทีวี 'นราธิวาส'แล้ว ปัดตอบโยงบึ้ม 'ยะลา-สงขลา' หรือไม่ เผยเริ่มจ่ายเยียวยาเหยื่อไฟใต้ต้นเดือน พ.ค.นี้ ชี้ปคอป. เตรียมนัดหารือแผนปรองดองเดือนนี้
เมื่อ เวลา 15.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม.ที่อาคาร 3 รัฐสภา ถึงเหตุลอบเผากล้องวงจรปิดหลายสิบจุดที่ จ.ยะลา ว่า คนจ้องทำร้ายก็ต้องทำอยู่แล้ว ส่วนคนป้องกันก็เหนื่อยหน่อย ในช่วงเวลาแบบนี้ก็ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเหตุร้ายก็จะเกิดเชื่อมโยงกันไป และฝ่ายทหารและตำรวจทราบแล้วว่าเป็นฝีมือใคร ทั้งนี้ในส่วนของผู้ว่าฯ นายอำเภอ ก็ต้องทำเรื่องการป้องกันและผนึกกำลังกันกับ กอ.รมน. ตำรวจ ทหาร และ ศอ.บต.โดยรัฐบาลพยายามสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะเราเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่อยู่ตรงนั้น ถ้าเราเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันก็ต้องตกใจ แต่เป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องช่วยกันทำให้ประชาชนมีความมั่นใจ อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก็ยังมีชาวมาเลเซียเข้ามาเที่ยวในพื้นที่อยู่จำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ก่อเหตุระเบิดที่ จ.ยะลา และ จ.สงขลา หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า อย่าให้ตนออกความเห็น ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกความเห็นจะดีกว่า
เมื่อถามว่า ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ จะครบรอบเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ รัฐบาลมีแผนรับมืออย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า เรามีแผนไว้หมดอยู่แล้ว คงไม่มีการปรับอะไร ไม่ว่าจะครบรอบเหตุการณ์อะไรทุกฝ่ายต้องตื่นตัวและกำชับการทำงานตลอดเวลา
เมื่อถามว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังเป็นเอกภาพหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เป็นไปด้วยดี ไม่มีใครขัดแย้งกับใคร แม้จะมีวิธีการแตกต่างกัน และยืนยันด้วยว่าไม่มีการแย่งชิงการนำเรื่องการทำงานระหว่างกัน เพราะทุกฝ่ายมีจุดหมายปลายทางคือการสร้างความสงบ
เมื่อถามว่า รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะลดเหตุรุนแรงภายในเวลาเท่าไหร่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เราตั้งเป้าที่ให้การตายเป็นศูนย์ และให้เกิดความสงบขึ้น
มท.1 เผยเริ่มจ่ายเยียวยาเหยื่อไฟใต้ต้นเดือน พ.ค.นี้
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานและติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ( ปคอป. ) ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ว่า การเยียวยาใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเยียวยาผู้ไดรับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงทางการเมือง แต่ในส่วนของภาคใต้ประชาชนจะได้รับการเยียวยาเท่านั้น ซึ่งจะดำเนินการจ่ายให้ได้ภายในต้นเดือนหน้า ทั้งนี้กรณีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดที่จ.สงขลา และยะลา ต้องมีการตั้งคณะกรรมการและออกเป็นระเบียบ เพราะถือเป็นคนละกรณีกัน
“ยงยุทธ”เผย ปคอป. เตรียมนัดหารือแผนปรองดองเดือนนี้
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานและติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ( ปคอป. ) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้ ปคอป. นำรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการปรองดองแห่งชาติพิจารณา ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ภายในเดือน เม.ย.นี้ ปคอป. จะหารือ ว่าจะมีแนวทางอย่างไร และจะต้องทำเป็นร่างกฏหมายหรือไม่ ถ้าจะต้องออกเป็น พรบ.ก็จะหารือร่วมกับฝ่ายที่มีการเสนอมาบ้างแล้ว ทั้งร่าง พรบ.ปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งแนวทางของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่าแนวทางของนายกรัฐมนตรี ไม่มีการตั้งธงไว้อย่างแน่นอน
นายยงยุทธ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการสร้างความปรองดองถือเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เร็ว และหลังจากประชุมเสร็จแล้วจะแจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบทันทีว่าจะดำเนินการอย่างไร และจะให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการหรือสภาฯเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้คงไม่เปิดเวทีเรื่องการสานเสวนาในเรื่องอีก เพราะได้รับฟังความเห็นจากสภาฯซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนไปแล้ว
เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองต่อจากนี้จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนไม่เป็นห่วง เพราะอยู่ที่เจตนา เราทำเพราะมีเจตนาที่เป็นห่วงบ้านเมือง อยากให้มีความปรองดองและสมานฉันท์ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ จึงไม่ต้องเป็นห่วงอะไร และไม่มีอะไรซ่อนเร้น
เมื่อถามต่อว่า การสร้างความปรองดองจะทำเสร็จในปีนี้ได้หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า อยากทำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพราะเรามีเจตนาดีคือต้องการทำให้คนรักกันอยู่ร่วมกันและเดินหน้าไปด้วยกันได้ และไม่ได้ทำเพื่อคนคนเดียว ทั้งนี้ขอย้ำว่าการออก พรบ.ปรองดอง ไม่ได้ทำเพื่อคนคนเดียวหรือเอาทรัพย์สินของคนใดคนหนึ่งกลับคืนมา และเราพูดมาตั้งแต่หาเสียงแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า จะรับคำท้าของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอว่าหากออกกฏหมายจะต้องไม่นิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การจะออกกฏหมาย ไม่สามารถยกเว้นการบังคับใช้กับคนใดคนหนึ่งใด แต่กฎหมายถูกทำออกมาใช้กับทุกคน เมื่อถามว่า หากมีการออก พรบ.ปรองดองแล้ว พ.ต.ท.ทักษอิณ จะได้กลับบ้านใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องรอดูต่อไป



