ข่าว

ในหลวงพระราชทานเพลิงพระศพ'เจ้าฟ้า'

ในหลวงพระราชทานเพลิงพระศพ'เจ้าฟ้า'

09 เม.ย. 2555

ในหลวง-พระราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ ไปในการพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยจัดอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณราชประเพณี ทั่วสารทิศร่วมในพระราชพิธี

             เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพระที่นั่งทรงธรรม พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

เสด็จส่งเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯสู่สวรรคาลัย

             จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพทรงธรรมที่พระเมรุ ทรงศีล พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา กัณฑ์ 1 แล้วพระสงฆ์ 50 รูป สวดศราทธพรต จบ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระราชาคณะ ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ 50 รูป สวดศราทธพรตสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา กลับ

             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งทรงธรรมไปยังพระเมรุ โดยมีตำรวจหลวง 8 นาย และนายทหารราชองครักษ์ เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์นำเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงวางเครื่องราชสักการะพระศพ ทหารกองเกียรติยศพระศพ เป่าแตรเดี่ยวสัญญาณนอน จบแล้ว


พระราชทานเพลิงพระศพ

             ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนดอกไม้จันทน์ พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ กลองเกียรติยศ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย และยิงปืนเล็กยาวถวายพระเกียรติ 9 นัด พร้อมกันกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติ 21 นัด จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระเมรุไปประทับ ณ มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม กองทหารเกียรติยศพระศพ 3 เหล่าทัพ ที่ในราชวัตรพระเมรุ เลิกแถวกลับ

             สมเด็จพระราชาคณะ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระบรมวงศานุวงศ์ ประธานองคมนตรี องคมนตรี นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนมตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้าน ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจกรรมโทรคมนาคมแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้นำศาสนา ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ จะได้ขึ้นถวายพระเพลิงพระศพตามลำดับ

             กระทั่งเวลา 18.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกลับโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกหลังพระที่นั่งทรงธรรม ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

 

ทั่วสารทิศร่วมพระราชทานเพลิงพระศพ
 
              ประชาชนที่มาร่วมวางดอกไม้จันทน์จะได้รับหนังสือที่ระลึกในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี 2 เล่ม คือ หนังสือชีวประวัติโดยสังเขปเล่มสีชมพู จัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหนังสือรายงานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เล่มสีน้ำเงิน จัดทำโดยมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชูปถัมภ์ ที่จัดพิมพ์กว่า 1.5 หมื่นเล่ม
 
             บรรยากาศในช่วงพระราชทานเพลิงพระศพ ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีอย่างเนืองแน่น นอกจากมาร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว ยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ แม้จะมีฝนตกหนักหลังพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพก็ยังมีประชาชนปักหลักรอชมมหรสพ และร่วมถวายความอาลัยอย่างไม่ย่อท้อ

ชมมหรสพโบราณ 3 เวที
 
             เมื่อสายฝนเบาบางการแสดงมหรสพตามโบราณราชประเพณีทั้ง 3 เวที ก็เปิดฉาก เวทีที่ 1 อยู่ด้านสะพานพระปิ่นเกล้า จัดการแสดงหนังใหญ่และโขนหน้าจอ เรื่องรามเกียรติ์ เวทีที่ 2 หน้าศาลฎีกา เป็นการแสดงหุ่นกระบอก เรื่องพระอภัยมณี ตอน ศึกเก้าทัพถึงพบนางละเวง การแสดงละครพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่องศกุนตลา ตอน ท้าวทุษยันต์พบนางศกุนตลา การแสดงละครนอกเรื่องสังข์ทอง ตอน พระสังข์หนีนางพันธุรัต ถึงพระสังข์พบมารดา โดยผู้แสดงเป็นศิลปินจากสำนักงานสังคีต กรมศิลปากร และวิทยาลัยนาฏศิลป 12 แห่งทั่วประเทศ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และเวทีที่ 3 เป็นการขับร้องโดยวงดนตรีสากล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมประชาสัมพันธ์ และคณะนักร้องประสานเสียงสันติราช ในพระอุปถัมภ์ ทั้งนี้ทุกเวทีจะเสร็จสิ้นการแสดงในเวลา 06.00 น.วันที่ 10 เมษายน รวมการแสดงทั้งหมด 10 ชั่วโมง ซึ่งจะหยุดการแสดงในเวลาพระราชทานเพลิงพระศพจริง ส่วนการแสดงหน้าพระเมรุจะจัดแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดนางลอย โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง