ข่าว

ยังหาเหยื่อนั่งร้านสร้างโรงหนังพังรายที่3

ยังหาเหยื่อนั่งร้านสร้างโรงหนังพังรายที่3

13 พ.ค. 2552

ปูนพังถล่มนั่งร้านก่อสร้างทับ 3 คนงานเสียชีวิตคาที่ เจ็บอีก 4 ขณะกำลังก่อสร้างโรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัตนาธิเบศร์ ตอนนี้สามารถนำศพออกมาได้ 2 ราย อีก 1 รายยังติดอยู่ ด้านผู้ว่าฯเมืองนนท์และผู้การยันจะตรวจสอบถึงสาเหตุของการเร่งเทปูน เตรียมเรียกวิ

เมื่อเวลา 04.40 น.วันที่  13 พ.ค. พ.ต.ท.เฉลิมยศ หอมสกล สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี สาขาย่อยรัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุมีนั่งร้านปูนถล่มทับคนงานได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้ถูกปูนทับติดอยู่ที่ชั่นล่างของอาคารก่อสร้างด้วย โดยที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ก่อสร้างโรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัตนาธิเบศร์ ซึ่งตั้งอยู่แยกแคราย หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง
 
ที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาได้ 4 คน และนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเป็นการด่วน ในเบื้องต้นทราบชื่อคือ นายอาหื่อ มาเยอะ และนายอาบื่อ เยสอกู่ ซึ่งเป็นชาวไทยใหญ่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และอาทู ไม่ทราบนามสกุล กับนายโชคชัย นุสนธิ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนขวาและแผลถลอกตามลำตัว
 
ส่วนคนงานก่อสร้างที่โชคร้ายถูกนั่งร้านและปูนถล่มทับร่าง 3 คน ทราบชื่อนายอาจ่าง อาซอ อายุ 27 ปี อยู่เลขที่ 163 หมู่ 6 ต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นายคำแสง ยาราช อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 16 ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี  และนายเสถียร เกตุบุตร  เกตุบุตร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 2 ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู โดยตอนเกิดเหตุระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือคนงานเคราะห์ร้าย 3 คนที่ติดอยู่ในซากนั่งร้านและถูกปูนซีเมนต์ทับนั้น เจ้าหน้าที่ยังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากคนงานทั้ง 3 อยู่
 
แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่รอรถดับเพลิงจากเทศบาลมาทำการฉีดน้ำ เพื่อไล่ปูนที่ถล่มทับ เสียงรอขอความช่วยเหลือก็ขาดหายไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือในทันที เนื่องจากเกรงว่านั่งร้านจะถล่มซ้ำลงมาอีก ซึ่งต้องรอทางเจ้าหน้าที่วิศวกรฝ่ายโยธาของเทศบาลนครนนทบุรี มาประเมินสถานการณ์ในที่เกิดเหตุ ก่อนจะเข้าให้ความช่วยเหลือได้
 
เมื่อปูนซีเมนต์ที่ถล่มมาทับคนงานได้แห้งตัวอย่างเร็ว ทำให้การช่วยเหลือคนงานที่เคราะห์ร้ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนในที่สุดปูนที่ทับเริ่มแห้ง และแข็งตัวฝังทั้งเป็นคนงานทั้ง 3 คน แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะพยายามฉีดน้ำเลี้ยงไว้ไม่ให้ปูนแข็งตัวก็ตามนั่งร้านถล่มคนงานดับ 3 ศพ 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ใช้เครื่องมือขุดเจาะทำการเจาะปูนที่ฝังร่างคนงานที่ถูกปูนนั่งร้านถล่มทับจนเสียชีวิต ซึ่งสามารถนำศพผู้เสียชีวิตรายแรกที่พบออกมาได้คือนายอาจ่างสภาพศพถูกปูนทับและมีบาดแผลถลอกทั้งตัว   และสามารถขุดเจาะนำศพผู้เคราะห์ร้ายรายที่สองออกมาได้คือ นายเสถียร สภาพศพถูกทับด้วยปูนทั้งตัวเช่นกัน ศรีษะด้านหลังแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ขาขวาหัก มีรอยถลอกตามลำตัวหลายแห่ง ส่วนผู้เสียชีวิต

ส่วนรายที่ 3 คือนายคำแสง ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิยังไม่สามารถค้นหาศพพบ เนื่องจากปูนซีเมนต์และนั่งร้านที่ลงทับนั้น น่าจะทับฝังผู้ตายจนมิดไม่เห็นร่าง และปูนซีเมนต์เริ่มแห้งจับเป็นตัวแข็ง ทำให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องทำการรื้อถอนนั่งร้านบริเวณโดมซึ่งมีจำนวนมาก ออกเสียก่อน จึงจะสามารถทำการกะเทาะปูนที่พื้นล่างเพื่อค้นหาศพนายคำแสงได้

ด้านนางวิเชียร ยาราช ภรรยานายคำแสง คนงานที่ถูกปูนนั่งร้านทับ และยังค้นหาศพไม่พบ ได้เดินทางมาเฝ้าดูการช่วยเหลือหาร่างของสามี กล่าวว่า คิดว่าขณะนี้สามีตนเองคงไม่น่าจะรอดชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำร่างของสามีออกมาให้ได้ เหมือนเพื่อนคนงานอีก 2 คน ซึ่งจะได้นำศพเขาไปทำพิธีให้ถูกต้อง เรื่องความช่วยเหลือนั้นคงต้องรอให้ทางบริษัทเป็นผู้เสนอมา ตนเองคงไม่รู้ว่าทางบริษัทจะให้ความช่วยเหลืออะไรบ้างในขณะนี้
 
นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.สุพจน์ เกษมชัยอนันต์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ภักดีณรงค์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ  นายเชิดวิทย์ กล่าวว่า จะต้องดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุในครั้งนี้ ว่ามาจากสาเหตุใดระหว่างการรีบเร่งเทปูนก่อสร้าง หรือจะเกิดจากการที่ระหว่างก่อสร้างมีฝนตกพร่ำๆ มาตลอดทั้งคืน จนทำให้ปูนเกิดมีน้ำหนักมากขึ้น จนนั่งร้านไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เป็นเหตุให้นั่งร้านเกิดถล่มลงมาทับคนงานเสียชีวิต
 
 อย่างไรก็ตามระหว่างนี้จะห้ามทางโครงการดำเนินการก่อสร้างใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่วิศวกรโยธา และเทศบาลนครนนทบุรี เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างและจุดที่เกิดเหตุเสียก่อนว่ามีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน จึงจะอนุญาตให้ดำเนินการต่อไป

 พ.ต.ท.เฉลิมยศ หอมสกล สารวัตรสอบสวน กล่าวว่า จะเรียกวิศวกรผู้คุมงาน โฟร์แมน หัวหน้าคนงาน บ.โฟคัส ดีวีล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่นจำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างของโครงการนี้มาทำการสอบสวนว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากการประมาทของผู้รับเหมา ทางเจ้าหน้าที่จะได้ข้อหากระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบหาสาเหตุจากทางวิศวกรโยธาของเทศบาลนครนนทบุรีเพื่อนำมาสรุปในการดำเนินคดีต่อไป

 สำหรับการช่วยเหลือคนงานก่อสร้างที่เคราะห์ร้ายทั้ง 3 คน ที่ถูกซากนั่งร้านและปูนถล่มทับนั้น ต่อมานายคม แสงบำรุง ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมอาคารเทศบาลนครนนทบุรีและวิศวกร ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและประเมินว่า โครงสร้างนั่งร้านยังแข็งแรงอยู่ ซึ่งให้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่มูลนิธิ นำเครื่องมือเจาะปูนเข้าไปทำการช่วยเหลือนำศพผู้เสียชีวิตออกมาได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงจึงสามารถเจาะปูนที่แข็งตัวนำศพของนายอาจ่าง อาซอ ชาวไทยใหญ่ ออกมาจากซากปูนได้สำเร็จ

จากนั้นจึงใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่านำร่างของคนงานที่เคราะห์ร้ายออกมาได้อีกคน แต่ยังไม่ทราบชื่อว่าผู้ตายเป็นใดระหว่างนายคำแสงกับนายเสถียร เนื่องจากไม่พบหลักฐานใด ๆ ในตัว ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่สามนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่พบว่าร่างถูกฝังอยู่ตรงจุดไหนใต้ซากนั่งร้าน ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการค้นหา

ด้านนิพล จันทร์คำ หัวหน้าคนงานก่อสร้างที่รอดชีวิตจากปูนถล่มทับนั่งร้าน กล่าวว่า ระหว่างที่คุมคนงานก่อสร้างเข้าทำงานตั้งแต่ช่วงเวลาตี 2 โดยมีคนงานทั้งหมดประมาณ 30 กว่าคน ตนเองคุมคนงานทำการปาดปูนอยู่ที่ชั้น 4 ของอาคาร ซึ่งในวันนี้จะต้องเทปูนก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 500 คิว ตนเองกับคนงานประมาณ 8 คน ได้ขึ้นไปทำงานปาดปูนจากท่อส่งอยู่ที่ชั้น 4 ซึ่งระหว่างที่ทำงานนั้นก็มีฝนตกพร่ำมาตลอดทั้งคืน

จนกระทั่งเมื่อถึงเวลาประมาณตี 4 ครึ่ง นั่งร้านที่ตนเองกับคนงานอีก 8 คนทำงานอยู่ ก็เกิดยุบตัวถล่มลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เป็นเหตุให้คนงานทั้งหมดร่วงลงไปอยู่ที่ชั้นล่าง แต่ตนเองโชคดีที่สามารถเกาะนั่งร้านได้ทัน จึงไม่หล่นลงไปที่ชั้นล่างด้วย ทำให้รอดตายมาอย่างหวุดหวิด ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้ว ตนเองได้พยายามช่วยเหลือเพื่อนคนงานที่ได้รับบาดเจ็บ แต่สามารถช่วยเหลือเพื่อนคนงานที่ไม่ถูกปูนทับได้เพียง 4 คนเท่านั้น ส่วนอีก 3 คน ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันเพราะถูกซากนั่งร้านและปูนทับจนไม่เห็นร่าง

ด้านนายธงชัย จิ๋วราษฎร์อำนวย วิศวกรโครงการคุมงานก่อสร้าง กล่าวว่า ในการก่อสร้างแต่ละขั้นตอนนั้นจะมีวิศวกรสนามคอยควบคุมงานตลอดเวลา สาเหตุที่นั่งร้านพังถล่มลงมานั้น น่าจะเกิดมาจากนั่งร้านบางจุดเกิดชำรุดขึ้น จึงไม่สามารถรับน้ำหนักปูนที่เทไปไหว จึงเกิดถล่มลงมา ส่วนนั่งร้านที่ทางบริษัทนำมาใช้ในการก่อสร้างก็เป็นนั่งร้านที่มีมาตรฐานและใช้ก่อสร้างมาแล้วหลายอาคาร อย่างไรก็ตามทางบริษัทยินดีที่จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับคนงานที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

สำหรับโครงการก่อสร้างดังกล่าว เป็นของบริษัทเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ซึ่งก่อสร้างเป็นโรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ บนพื้นที่ประมาณ 50,000-60,000 ตารางเมตร โดยตัวอาคารก่อสร้างเป็นตึกสูง 7 ชั้น ซึ่งจะแบ่งเป็นส่วนเป็นช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ โบวลิ่ง คาราโอเกะ และไอซ์สเกต โดยดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 ตามสัญญาจะต้องแล้วเสร็จวันที่ 20 กันยายน 2552 จึงทำให้ทางบริษัทโพคัส ดีวอลลอปเม้ทน์แอนด์คอนสตรัคชั่นจำกัด มหาชน ซึ่งเป็นผู้รับเหมาโครงการเร่งทำการก่อสร้างเทปูนเพื่อก่อสร้างให้เสร็จตามสัญญา

โดยในระหว่างที่เกิดเหตุนั้นทางบริษัทผู้รับเหมาได้เร่งเทปูน 500 คิว ก่อสร้างตัวอาคารภายในช่วงโดมที่ยื่นออกมาจากอาคาร ปรากฏว่านั่งร้านที่บริเวณชั้น 4 ของอาคารรับน้ำหนักปูนที่เทไม่ไหว จึงเป็นเหตุทำให้นั่งร้านร่วงถล่มลงมายังชั้นล่าง มีคนงานก่อสร้างได้รับบาดเจ็บ 4 คนและเสียชีวิต 3 คน

ก.แรงงานเล็งเอาผิดนายจ้างปล่อยห้างร้างทับคนงาน

ที่กระทรวงแรงงาน นาง อัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวภายหลังเดินทางไปตรวจสอบเหตุการณ์นั่งร้านก่อสร้างโรงภาพยนต์ ภายในห้างสรรพสินค้าบริษัท เอกชัย ดิสทีบิวชั่น ซิสเทม จำกัด   สาขารัตนาธิเบศร์ พังถล่ม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คนงานได้รับบาดเจ็บ 4 คนและเสียชีวิต 3 คน ว่า จากการเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าสาเหตุที่นั่งร้านพังถล่มลงมาทับคนงาน มาจากส่วนค้ำยันที่ทำไว้สำหรับเทพื้นคอนกรีต บริเวณชั้นที่ 3 ซึ่งสูงจากชั้นล่างประมาณ 12 เมตรพังลง ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน จาก กสร.กำลังอยู่ในระหว่างเข้าไปตรวจสอบ ว่านายจ้างหรือผู้รับเหมาได้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน เช่น จัดอุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยคอยดูแล หรือสอนให้ลูกจ้างปฏิบัติงานอย่างระมัดระวังแล้วหรือไม่ หากตรวจพบว่าไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจถูกดำเนินคดีอาญา มีอัตราโทษสูงสุด ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

        นางอัมพร กล่าวอีกว่า แต่หากปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว แต่เกิดจากความประมาทของลูกจ้างเอง ก็อาจถูกลงโทษน้อยลงแค่เปรียบเทียบปรับเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากขอเตือนให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ส่วนการรักษาพยาบาล คนงานที่ได้รับบาดเจ็บและตายนั้นเป็นไปตามสิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม และหากเป็นคนงานต่างด้าวที่จดทะเบียนถูกต้องก็สามารถเบิกจ่ายได้จากกองทุนทดแทนได้ อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้เป็นช่วงมรสุมลมพัดแรงอาจทำให้ป้ายโฆษณาล้มจำนวนหนึ่ง ซึ่งหากอยู่ในโรงงานจะมีเจ้าหน้าที่ของ กสร.เข้าตรวจสอบ ซึ่งหากไม่ได้มาตรฐานนายจ้างเจ้าของโรงงานก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ทั้งนี้ขอให้นายจ้าง ลูกจ้างช่วยกันตรวจสอบสภาพแวดล้อมความปลอดภัยจากการทำงานด้วย เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายในชีวิตและทรัพย์สิน