ข่าว

'มรดกเลือด'ปมสังหารเศรษฐินี

'มรดกเลือด'ปมสังหารเศรษฐินี

09 เม.ย. 2555

'มรดกเลือด'ปมสังหารเศรษฐินี : ตะลุยข่าว โดยทนงศักดิ์ ศุภการ

               ด้วยความร่ำรวยอุดมไปด้วยที่ดินในเขต ต.ท่าทอง ทั้งสวนปาล์ม นากุ้งหลายแปลงหลายร้อยไร่ จึงทำให้ นางวันดี โอบอ้อม วัยเพียง 33ปี มีฐานะร่ำรวยทั้งทรัพยสินมากมายจนหลายคนเรียกว่า "เจ๊ใหญ่"  แต่ทว่าความร่ำรวยจากกองมรดกมหาศาลอาจกลายเป็นพิษภัยที่ทำร้ายจนตัวเธอต้องเสียชีวิต!! 
   
              ราวบ่าย 2 โมงของวันที่ 3 เมษายน พ.ต.ท.เฉลิมพร แฝงจันทน์ สารวัตรเวร สภ.ทุ่งตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณที่หมู่ 1 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร โดยผู้ตายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางใน ต.ทุ่งตะโก และใกล้เคียง จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
     
              พ.ต.อ.นริศ ตันเจริญ ผกก. พ.ต.ท.นภดล เพ็ชรขาวเขียว รอง ผกก.ป. แพทย์เวรโรงพยาบาลทุ่งตะโก และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน กำลังสายสืบ สายตรวจ จำนวนหนึ่งรุดไปที่เกิดเหตุ
   
              ที่เกิดเหตุบริเวณสามแยกควนท่าทองบนถนนลูกรัง จากบ้านควนหินมุ้ยไปบ้านท่าทอง ภายในสวนปาล์มขนาดใหญ่ ต้นปาล์มที่มีอายุประมาณ 9-10 ปี พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ตอนครึ่ง ทะเบียน บจ 6895 ชุมพร ชนอัดต้นปาล์มภายในสวนแห่งนั้น ชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุ่งดูศพผู้ตายและวิจารณ์ถึงสาเหตุในการยิงกันในครั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในรถที่นั่งคนขับพบศพนางวันดี โอบอ้อม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/1 หมู่ที่ 7 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกั้นพื้นที่ที่เกิดเหตุและเข้าทำการชันสูตรพลิกศพ 
   
              จากการตรวจสอบพบว่า สภาพศพถูกยิงด้วยกระสุนปืนอาก้าเข้าที่ใบหน้าจนเละ กระสุนเจาะศีรษะทะลุเบาะ 3 นัด บริเวณต้นแขนซ้ายทะลุลำตัวอีก 2 นัด ที่กระจกด้านหน้ารถมีรอยกระสุน 3 นัด กระจกด้านข้างคนขับมีรอยกระสุนอีก 2 นัด กระจกในห้องโดยสารข้างหลังกระบะกระเด็นหลุดหายไป พบร่องรอยรถวิ่งตรงมาจากสามแยกบนถนนลุยข้ามสันดอนสวนปาล์มพุ่งตรงไปชนต้นปาล์ม ส่วนริมถนนก่อนถึงสามแยกเล็กน้อยใต้ต้นไม้ พบร่องรอยคนร้ายและปลอกกระสุนปืนชนิดเดียวกันตกอยู่ในสภาพเก่าอีก 5 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
   
              เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยานในพื้นที่เบื้องต้นทราบว่า ขณะที่นางวันดีกำลังขับรถกลับจากส่งคนงานสวนปาล์ม ภายในหมู่บ้านท่าทอง เพื่อกลับไปบ้าน ผ่านสามแยกท่าทอง มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 1 คน ดักซุ่มรออยู่ที่สามแยกริมถนนใต้ต้นไม้ เมื่อรถของนางวันดีขับผ่านมาได้ลดความเร็ว คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนอาก้ารัวใส่ด้านหน้ารถของนางวันดีอย่างไม่ยั้ง และรัวยิงจนรถของนางวันดีวิ่งผ่านทะลุเข้าไปในสวนปาล์มข้างทางชนกับต้นปาล์มจนเสียชีวิตแล้วคนร้ายเดินเข้าไปดูผลงานแล้วขี่รถจักรยานยนต์ที่มีอีกคนสตาร์ทเครื่องรอไว้หลบหนีไปทางถนนริมทะเลออกไปทางอ่าวมะม่วง อ.สวี จ.ชุมพร
   
              นางวันดีเป็นผู้ที่มีฐานะเข้าขั้นเศรษฐินี มีสวนปาล์มน้ำมันนับร้อยๆ ไร่ และนากุ้งขาวในเขตพื้นที่ ต.ปากตะโกอีกมากมาย พร้อมทั้งบ้านหลังใหญ่ราคานับสิบล้านอีกหลังที่เอาไว้รับแขกที่ริมแม่น้ำตะโก ต.ปากตะโก และทราบว่าเป็นญาติ ส.ส.หลายสมัย ใน จ.นครสวรรค์
   
              ส่วนสาเหตุการสังหารอย่างเหี้ยมโหดในครั้งนี้ ตำรวจตั้งประเด็นความเกี่ยวเนื่องจากคดีเก่าที่บิดาของนางวันดีถูกสังหารโหดเมื่อปีที่แล้ว ในเรื่องแย่งชิงทรัพย์สินในครอบครัวของนางวันดี จนกระทั่งคนในครอบครัวของนางวันดีถูกจับในคดีดังกล่าวด้วย แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง จนกระทั่งต่อมายังมีข้อขัดแย้งเรื่องทรัพย์สินมรดกของพ่อนางวันดี ส่วนประเด็นชู้สาวก็ยังไม่ตัดทิ้ง เนื่องจากผู้ตายมีชายหลายคนมาสนใจ แต่ผู้ตายก็ไม่ได้ให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ มีเพียงหัวหน้าคนงาน 1 คนเท่านั้น ที่ผู้ตายให้ความไว้วางใจมากที่สุด ทว่าหัวหน้าคนงานคนนั้นได้หายไป 2 วัน จนกระทั่งมาเกิดเหตุนางวันดีถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหดในครั้งนี้
   
              อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามติดตามสืบสวนสอบสวนคนร้ายรายนี้มาเกือบสัปดาห์แล้ว ก็ยังไร้วี่แววและเบาะแสของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้
               
........

(หมายเหตุ : 'มรดกเลือด'ปมสังหารเศรษฐินี : ตะลุยข่าว โดยทนงศักดิ์ ศุภการ)