ข่าว

'เวียดนาม'กำลังเดินสู่ หลักชัย!

'เวียดนาม'กำลังเดินสู่ หลักชัย!

09 เม.ย. 2555

ชาวบ้านร้านตลาด : 'เวียดนาม'กำลังเดินสู่ หลักชัย! โดย...ภาณุมาศ ทักษณา

                ปลายเดือนมีนาคม 2555 ผมไปประเทศเวียดนามมาครับ นับตามชื่อเมืองที่บางเมืองไปเที่ยวซ้ำถึง 2 หน ผมน่าจะไปเวียดนามมาแล้วราว 5 ครั้ง เมืองเหนือสุดที่ไปคือ ซาปา ในภาคกลางก็ ฮานอย และอ่าวฮาลองเบย์ นครเว้ ดานัง ฮอยอัน และดาลัด ทางใต้ก็ นครโฮจิมินห์ และได้พบ ได้เห็นวิถีชีวิตและการพัฒนาประเทศของเวียดนามมาพอสมควร

                 แรกๆ ผมไม่เชื่อว่าเวียดนามจะแซงไทยได้ ฝั่งตะวันออกของเวียดนามมีพื้นที่ติดชายทะเลที่จะโดนมรสุมถล่มทุกปีคงตั้งตัวลำบาก จนได้ไปเวียดนามครั้งนี้และโชคดีพบไกด์ที่มีความรู้เกี่ยวบ้านตัวเองและพูดภาษาไทยคล่องอย่าง คุณถวิล สว่างวรรณ์ ที่มีชื่อเวียดนามว่า Mr.HOANG VINH ที่อยู่ด้วยกันตลอด 3 วัน ทำให้ผมชักจะเชื่อว่า สิ่งที่นักธุรกิจไทยบางคนพูดว่า เวียดนามจะแซงไทย น่าจะเป็นจริงเข้าไปทุกทีแล้ว

                 ผมจะไม่พูดถึงข้อมูลที่เป็นทางการ เช่น เวียดนามตั้งอยู่ตรงไหน มีพื้นที่เท่าไหร่ มีประชากรกี่คน แบ่งการปกครองอย่างไร ฯลฯ แค่เปิดอินเทอร์เน็ตแล้วพิมพ์คำว่า ประเทศเวียดนาม ลงไปก็รู้หมดทุกอย่าง แต่ผมจะพูดถึงว่าทำไมผมจึงบอกว่า เวียดนาม กำลังเดินไปสู่ หลักชัย ผมไปเวียดนามงวดนี้ค้างที่เมืองดานัง 2 คืน มากกว่า นครเว้ (คำว่า นครเว้ เป็นคำที่คุณถวิลใช้เพื่อให้เกียรติแก่เมืองซึ่งมีพระราชวังอันเป็นที่ประทับของกษัตริย์เวียดนาม) หรือเมืองฮอยอันที่คนไทยเคยรู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง “ฮอยอัน ฉันรักเธอ” ผมจึงมีโอกาสสำรวจเมืองดานังอย่างตั้งอกตั้งใจ จึงอดจินตนาการไม่ได้ว่า “นางสาวดานัง” คงจะมาแทน  “นางพัทยา” ของไทยได้ไม่ยาก

                 คุณถวิล สว่างวรรณ์ ซึ่งเป็นชาวเวียดนามที่เกิดในลาว โตและเรียนหนังสือในประเทศไทย แล้วกลับไปรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารในสงครามเวียดนาม บอกเล่าให้พวกเราทราบด้วยภาษาไทยที่เหมือนคนไทยพูดว่า ดานังเคยเป็นเมืองที่ถูกภัยสงครามจนราบเป็นหน้ากลอง คือไม่มีสิ่งปลูกสร้างหลงเหลืออยู่เลย แต่ความที่ผู้ว่าฯ นครดานังเห็นการณ์ไกล จึงพัฒนาดานังจนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญยิ่งของเวียดนาม

                 วันนี้นักลงทุนจากต่างชาติพากันหลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่ในดานังเพื่อสร้างโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งบันเทิงที่เรียกว่า “กาสิโน” จนราคาที่ดินซึ่งไม่เคยมีราคามาก่อนสูงเหมือนทองคำ ดูจากภาพรวมทางกายภาพแล้ว ทำให้ผมคิดไปว่า หากมีการวางผังเมืองดีๆ คัดเลือกให้มีสิ่งปลูกสร้างหรูๆ อีก 5 ปี ดานังอาจเปรียบเหมือน “เมืองคานส์ในเอเชีย” ก็ได้

                 สิ่งที่ทำให้ผมคิดเช่นนั้นเนื่องจากเวิ้งอ่าวของดานังช่วงที่ติดกับทะเลไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ขวางหูขวางตานักท่องเที่ยว ยกเว้นร้านอาหารที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้แถบหนึ่งที่กลมกลืนกับทิวมะพร้าวชายหาดเป็นอย่างดี อีกทั้งผู้ว่าการนครดานังที่มาจากการเลือกตั้ง ก็วางมาตรการคุมเข้มทางสังคมอย่างได้ผล และไม่เพียงเท่านั้น นอกจากดานังจะมีหาดทรายยาวขาวสะอาดแล้ว ดานังยังมีสิ่งเชิดหน้าชูตา หรือจะเรียกว่าเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเอเชียได้เป็นอย่างดีอยู่ที่เชิงเขาที่ล้ำเข้าไปในทะเล นั่นคือองค์เจ้าแม่กวนอิม ที่มีความสูงถึง 67 เมตรอีกด้วย ที่นี่ นอกจากการลงทุนในสิ่งก่อสร้างแล้ว ดานังยังถูกกำหนดให้เป็นท่าเรือน้ำลึกและศูนย์กลางการคมนาคมอีกด้วย

                 นอกจากการเตรียมพร้อมเพื่อรอรับเงินตราต่างประเทศจากนักท่องเที่ยวแล้ว สิ่งหนึ่งที่น่าติดตามผลอย่างยิ่งก็คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวน้ำเค็มที่เวียดนามกำลังวิจัยและทดลองอย่างจริงจังครับ หากสำเร็จเมื่อไหร่ ชาวนาไทยคงเหนื่อยขึ้น ผมถามคุณถวิลว่าข้าวเวียดนามแซงไทยได้แล้วหรือ คุณถวิลตอบแบบถ่อมตัวว่า “แซงได้แค่ปริมาณครับ คุณภาพยังแซงไม่ได้” คุณถวิลบอกเหมือนเอาใจว่า วันนี้คนเวียดนามที่มีฐานะยังกินข้าวจากเมืองไทย เท็จจริงแค่ไหน คำตอบของคุณถวิล สว่างวรรณ์ มีนัยบางอย่างที่รัฐบาลไทยไม่ควรนิ่งนอนใจนะครับ

...................................
(ชาวบ้านร้านตลาด : 'เวียดนาม'กำลังเดินสู่ หลักชัย! โดย...ภาณุมาศ ทักษณา)