
สลด!พลายจัมโบ้ถูกต่อหัวเสือต่อยล้มแล้ว
ช้างน้อยพลาย 'จัมโบ้'วัย 5 ปี ถูกต่อหัวเสือต่อยในป่า ขณะควาญนำมาพักจากเร่ขายกล้วยอ้อย ทนพิษแมลงไม่ไหวล้มแล้ว
8 เม.ย.55 จากกรณี พลายจัมโบ้ วัย 5 ปี ที่ควาญช้างนำออกมาเร่ขายกล้วยอ้อยในตัวเมืองสุรินทร์ และพามาพักในป่าละเมาะ บริเวณถนนศรีธนามิตร ชุมชนเกาะลอย ถูกต่อหัวเสือรุมต่อยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา สัตวแพทย์ช่วยรักษาเยียวยาสุดความสามารถ จนกระทั่งเวลา 14.20 น. ของวันเดียวกัน ช้างน้อย “พลายจัมโบ้” ได้มีอาการทุรนทุราย ด้วยความเจ็บปวดมาก ตัวเกร็งมีอาการชักกระตุก และสิ้นใจในเวลาต่อมา ต่อหน้าต่อตาควาญช้าง และชาวบ้านที่มายืนดู ซึ่งต่างสลดใจที่ช้างวัยเด็ก กำลังชุกซน ฉลาดสามารถทำตามคำสั่งที่ควาญช้างสั่งได้ ต้องมาล้มลงในลักษณะนี้
ต่อมานายสมศักดิ์ สำเภา ควาญช้าง ได้ว่าจ้างรถบรรทุกหกล้อ นำซากช้างพลายจัมโบ้ เดินทางกลับไปยังบ้านท่าเรือ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา และฝังซากช้างในวันเดียวกัน ก่อนที่ฝังซากช้าง ทีมสัตวแพทย์ ประจำสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติสุรินทร์ จะทำการผ่าพิสูจน์ ซากช้างเพื่อหาสาเหตุการตายของช้าง “พลายจัมโบ้” ให้แน่ชัดต่อไป โดยเบื้องต้นสัตวแพทย์ พบว่า ช้างพลายจัมโบ้มีอาการป่วยมาก่อน และเมื่อถูกพิษของต่อที่ต่อย อาจจะเป็นเหตุของการกระตุ้นทำให้เสียชีวิต
สำหรับสถิติการเสียชีวิตของช้าง ส่วนใหญ่เกิดกับช้างที่ถูกนำเร่ขายกล้วยอ้อยตามชุมชน ถนนต่างๆ ส่วนมากมักเกิดจากประสบอุบัติเหตุ ตกท่อ, ถูกรถชน, ถูกไฟฟ้าช๊อต, และติดเชื้อป่วยตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้างน้อยบางเชือกยังไม่หย่านมก็ถูกควาญช้างนำออกมาเร่ขายของกันแล้ว เพราะว่า “ช้างน้อย” เป็นสัตว์น่ารัก น่าสงสาร ประชาชนเห็นต่างก็สงสาร ซื้อกล้วยอ้อยป้อนด้วยความเอ็นดู จึงทำให้ปัจจุบันพบเห็นช้างอายุน้อยๆ ถูกนำมาเดินเร่ขายของจำนวนมาก
ด้านนางสมใจ บุญสอง ประชาชนที่สลดใจกับการเห็นช้างต้องมาเดินเร่ขายของ กล่าวว่า ถ้าเป็นเจ้าของช้างก็ต้องมีปัญญาเลี้ยงให้ได้ เหมือนกับเราเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ไม่ต้องนำวัวควายออกเร่ขายของ รบกวนชาวบ้าน เพื่อซื้ออาหารให้วัว- ควายกิน ถ้าจะเลี้ยงช้าง ก็ต้องพร้อมที่จะเลี้ยง ไม่ต้องนำช้างออกมาเดินขายของ มารรบกวนชาวบ้านซื้ออาหารใช้ช้าง และยังทำให้ช้างต้องลำบากเดินบนถนนที่ร้อนๆ เป็นการทรมานช้างด้วย ถ้าทางรัฐบาลมีกฎหมายออกมาว่า ใครที่มีช้างไว้ในครอบครอง ก็ต้องมีพื้นที่ปลูกอาหารให้ช้าง เพื่อเลี้ยงช้างได้ และให้อยู่ในที่ ที่ช้างมีความสุข ถ้าใครมีช้างแล้ว ไม่มีที่ปลูกอาหารเลี้ยงช้างก็มามอบให้ทางรัฐบาล และห้ามนำช้างออกไปเร่ร่อนหากินโดยอาศัยช้าง ขายอาหาร กล้วย -อ้อย และให้ช้างรับจ้างอยู่ในปางช้างหรือรับการแสดงได้ แต่ห้ามนำมาเร่ขายของกล้วย - อ้อย ซึ่งจะทำให้ปัญหานี้หมดไปได้



