
ทีดีอาร์ไอชี้ค่าจ้าง300.-ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้จริง
"ทีดีอาร์ไอ" เผยผลสำรวจขึ้นค่าจ้าง 300 บาท "กระทบดี-ร้าย ใครโดนก่อน" ระบุผลค่าจ้าง 300 บาท ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ แต่ผลเสียเป็นการปรับขึ้นอย่างฉับพลัน หวั่นจะเป็นการซ้ำเติม เชื่อแรงงานไร้ฝีมือเสี่ยงตกงานสูง แรงงานระดับล่างอายุน้อยทักษะต่ำ อาจต้องกลับไปอย
วันที่ 7 เม.ย.55 นายดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ( ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ได้ศึกษาผลกระทบของการดำเนินนโยบายรายได้ค่าแรงไม่น้อยกว่า 300.-บาทต่อวัน พบว่าการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำยังจำเป็นต้องมีในบริษัทของประเทศไทย และควรทำเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างระดับล่างที่มีอำนาจต่อรองน้อยให้มีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากข้อมูลอัตราค่าจ้างขั้นต่ำโดยเฉลี่ยทั่วประเทศในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2529 ถึง 2553 จะเห็นได้ว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่แท้จริง ปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ ลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 โดยปกติอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศไทยนั้นจะกำหนดโดยคณะกรรมการค่าจ้างภายใต้ระบบไตรภาคี ประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้าง และตัวแทนจากภาครัฐ ดังนั้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจึงสะท้อนถึงความไม่มี อำนาจในการต่อรองของฝ่ายลูกจ้าง
จากการศึกษาด้วยแบบจำลองทางเศรษฐมิติโดยใช้ข้อมูลค่าจ้างในอดีต พบว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของรายได้แรงงานได้ มากพอสมควร วิเคราะห์ได้ว่าการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะเป็นประโยชน์กับแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่ำและมีอำนาจต่อรองน้อย อย่างไรก็ตามผลดีนี้ส่วนมากจะตกอยู่กับแรงงานที่ยังมีงานทำในภาคการผลิตที่เป็นทางการ ดังนั้นการวิเคราะห์ผลดีผลเสียของนโยบายจึงจะต้องคำนึงถึงผล กระทบต่อการจ้างงาน และการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างภาคการผลิตในระบบที่เป็นทางการ และนอกระบบที่ไม่เป็นทางการด้วย
นายดิลกะ กล่าวว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้แม้เป็นไปภายใต้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลตามที่หาเสียงไว้ และก็ดูเป็นธรรมกับลูกจ้างระดับหนึ่ง แต่การขึ้นค่าจ้างมากๆแบบฉับพลัน มีโอกาสเกิดผลเสีย โดยเฉพาะผู้ประกอบการหรือภาคธุรกิจที่ไม่แข็งแรงพอซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอี จึงควรมีมาตรการรองรับเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสามารถเป็นแหล่งรองรับแรงงานในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบไม่ต้องถูกเลิกจ้าง หรือถูกผลักไปสู่สภาพการทำงานที่แย่ลง สวนทางกับความพยายามในอดีตซึ่งสามารถทำให้แรงงานเข้ามาทำงานในระบบได้รับการ คุ้มครองดูแลตามกฎหมายมากขึ้น แต่ตอนนี้หากไม่เตรียมการรองรับที่ดีผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้แรงงานระดับล่างอายุน้อยทักษะต่ำกลับไปอยู่นอกระบบเป็นจำนวนมาก เพิ่มสัดส่วนแรงงานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำและกฎหมายคุ้มครองไปไม่ถึง



