ข่าว

จับตา'กองทัพเยาวชน'คลื่นลูกใหม่ป่วนใต้

จับตา'กองทัพเยาวชน'คลื่นลูกใหม่ป่วนใต้

08 เม.ย. 2555

จับตา'กองทัพเยาวชน' คลื่นลูกใหม่ป่วน3จว.ใต้ : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์

              บ่ายๆ ของวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องตกอยู่ในพะวงอีกครั้ง หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ในเวลาไล่เลี่ยกันทีเดียว 3 จุด ตั้งแต่โรงแรมลี การ์เดนส์ กลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ศูนย์กลางธุรกิจกลางเมืองยะลา และหน้าโรงพัก สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี
 
              เหตุร้ายที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีกว่า 10 ศพ และอีกกว่าครึ่งพันชีวิตได้รับบาดเจ็บ แรงระเบิดนอกจากจะคร่าชีวิตประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้ประสบเหตุแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะธุรกิจด้านการท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งวางแผนเข้ามาเที่ยวในช่วงสงกรานต์ต่างพากันยกเลิกการเดินทาง และติดต่อคืนห้องพักแทบทั้งหมด
 
              หลังเกิดเหตุ "คม ชัด ลึก" มีโอกาสได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแลศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงเบื้องลึกเหตุ "คาร์บอมบ์"

จนถึงขณะนี้สามารถสรุปได้หรือยังว่าคนร้ายคือกลุ่มไหนและเจตนาอะไร

              จากพยานหลักฐานที่ปรากฏเชื่อได้ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคาร์บอมบ์ทั้ง 3 จุด น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันคือ หน่วยปฏิบัติการอาร์เคเค ของกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง เพื่อทำให้ประชาชนคนไทยและคนทั่วโลกได้เห็นว่า กองกำลังของพวกเขามีศักยภาพ มีการเคลื่อนไหวเพื่อต้องการแบ่งแยกการปกครอง แบ่งแยกดินแดนออกจากประเทศไทย 
 
              ทั้งนี้ระยะหลังผู้ที่ลงมือก่อเหตุทั้งวางระเบิดคาร์บอมบ์ ตลอดจนการยิงถล่มฐานปฏิบัติการต่างๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการล้างสมองของแกนนำกลุ่มก่อการร้ายรุ่นก่อนๆ ที่เคยใช้โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนสอนศาสนาเอกชนในพื้นที่ปลูกฝังความคิดให้เยาวชนเหล่านั้นต้องการแบ่งแยกดินแดนเพื่อจัดตั้งรัฐปัตตานี มีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ บิดเบือนหลักคำสอนของศาสนา เพื่อชักนำเยาวชนเหล่านั้นไปเป็นกองกำลังและแนวร่วมในการปฏิบัติการต่างๆ
 
ทราบจำนวนของขบวนการก่อการร้ายหรือไม่

              ถ้าให้แบ่งแยกขบวนการก่อการร้ายอย่างคร่าวๆ นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนสำคัญ คือกองกำลังติดอาวุธที่ลงมือก่อเหตุร้ายต่างๆ ในพื้นที่ ส่วนนี้จะมีอยู่ประมาณ 2,200 คน ซึ่งได้รับการฝึกด้านอาวุธและการสู้รบมาอย่างดี รับคำสั่งจากแกนนำระดับสั่งการที่รับคำสั่งต่อมาเป็นทอดๆ จากแกนนำระดับสูง
 
              กองกำลังจำนวนไม่น้อยเป็นเยาวชนรุ่นใหม่ ที่เป็นผลิตผลจากการปลูกฝังแนวคิดแบ่งแยกดินแดน ที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนทำมาเมื่อ 10 กว่าปีย้อนหลัง ซึ่งต้องยอมรับว่ามีจำนวนไม่น้อยที่เรายังไม่สามารถระบุตัวได้ หรือยังอยู่นอกเหนือการตรวจสอบของเรา
 
              นอกจากกองกำลังแล้วขบวนการแบ่งแยกดินแดนยังมีกลุ่มแนวร่วมที่สามารถลงมือก่อเหตุร้ายอีกรวมแล้วกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ในเครือข่ายก่อการร้ายที่มีเป้าหมายเดียวกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมอยู่ด้วย โดยหากให้สรุปเป็นสัดส่วนเป็นคนไทยในพื้นที่จำนวน 5,000-6,000 คน ที่เหลือเป็นคนนอกพื้นที่และคนชาติอื่น

ทำไมจึงปราบปรามกองกำลังเหล่านี้ได้ยาก

              กองกำลังปฏิบัติการของพวกเขาอิงอยู่กับประชาชน ใช้ประชาชนเป็นเกราะกำบัง ทำให้ยากต่อการคัดแยก มีการเคลื่อนย้ายที่พัก และสถานที่ก่อเหตุเป็นระยะ เหมือนการสลับโยกย้ายสับเปลี่ยนกำลัง ไปแฝงตัวอยู่กับประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ มีเครือข่ายญาติพี่น้องให้การช่วยเหลือ รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐใช้ปฏิบัติการอะไรที่เป็นการรุนแรงได้ยาก เพราะจะมีมวลชนมากดดัน และยิ่งจะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้พวกเขาใช้เป็นข้ออ้างในการนำองค์กรจากต่างประเทศเข้ามามีบทบาทในพื้นที่ ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายของพวกเขาที่จะยกระดับไปสู่เวทีต่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายในการแบ่งแยกดินแดนในอนาคต
 
              กองกำลังและแนวร่วมเหล่านี้เมื่อลงมือก่อเหตุในพื้นที่ใดแล้วจะหนีออกไปกบดานต่างพื้นที่ หรือไม่ก็หนีข้ามพรมแดนไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นฐานของขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่รัฐ และเมื่อเรื่องเงียบลงก็จะหาโอกาสเข้ามาก่อเหตุซ้ำ ซึ่งจะเป็นเช่นนี้หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันไป
 
              ที่ผ่านมาขบวนการแบ่งแยกดินแดนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มไม่ค่อยจะลงรอยกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือแบ่งแยกดินแดน แต่ 4-5 ปีหลัง กลุ่มที่มีบทบาทและใช้ความรุนแรงลงมือก่อเหตุร้ายในพื้นที่คือกลุ่มบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต
 
              เราพยายามกวาดล้างจับกุม ซึ่งมีหลายรายที่เราจับกุมได้ หรือเกิดการปะทะแล้วเขาเสียชีวิต แต่ก็มีหลายรายที่หลุดรอดไปได้ ซึ่งเมื่อหนีไปได้แล้วเขาก็จะไปรวมตัวกันใหม่แล้วก็กลับมาลงมือปฏิบัติการต่างๆตามแนวทางของพวกเขาอีก

ยาเสพติดธุรกิจเถื่อนผสมโรงเป็นสาเหตุที่ทำให้ใต้ไม่สงบด้วยหรือไม่

              ยาเสพติด ค้าน้ำมันเถื่อน ค้าของผิดกฎหมาย รวมถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ก็มีส่วนเกื้อหนุนกัน แต่เรื่องพวกนี้เป็นปัจจัยรอง ซึ่งมีการยกมาอ้างเป็นเงื่อนไข ซึ่งเงื่อนไขพวกนี้เป็นธุรกิจสนับสนุนด้านเงินทุนของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการจับกุมได้หลายคน เมื่อมีการพิสูจน์แล้วในจำนวนนั้นหลายคนเป็นบุคคลที่โยงใยกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งมีอยู่หลายระดับ ตั้งแต่แนวร่วม กองกำลังหน่วยปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่าอาร์เคเค และบางส่วนก็เป็นระดับสั่งการ

              ว่ากันว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดคาร์บอมบ์ครั้งนี้เป็นเพราะการที่รัฐบาลส่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ไปเจรจากับแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่อาศัยอยู่ในมาเลเซียเมื่อเร็วๆ นี้ ข้อมูลดังกล่าวจริงเท็จแค่ไหน


              เรื่องนี้ไม่ทราบจริงๆ ไม่มีข้อมูล


              หน่วยข่าวด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิเคราะห์ว่า คาร์บอมบ์ที่เกิดขึ้นกลางเมืองยะลา หน้าโรงพักแม่ลาน จ.ปัตตานี และโรงแรมลี การ์เดนส์ กลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา รวมทั้งเหตุร้ายที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันในช่วงเวลานี้ เกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ แกนนำระดับปฏิบัติการของกลุ่มบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการเจรจาระหว่างตัวแทนจากทางการไทยกับแกนนำระดับสูงบางคนที่มีแนวโน้มเห็นด้วยกับแนวทางสันติวิธี จึงก่อเหตุเพื่อส่งสัญญาณยืนยันเจตนาแบ่งแยกดินแดนเช่นเดิม และการก่อเหตุเพื่อบีบให้ทางการไทยทำตามข้อเรียกร้องของทางกลุ่ม

              โดยเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2554 ขณะที่นายภาณุ อุทัยรัตน์ เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. มีการประสานกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนตหลายคน และได้รับการตอบรับจากนายสะแปอิง บาซอ แกนนำคนสำคัญว่าจะกลับประเทศตามแนวทางสันติวิธี สร้างความไม่พอใจให้แกนนำระดับล่างของกลุ่มที่ยังยืนยันจะแบ่งแยกดินแดน
 
              หลังเปลี่ยนรัฐบาลนายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส เข้ามามีบทบาทในการประสานให้เกิดการเจรจากันระหว่างฝ่ายไทยกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน จนทำให้เกิดการเจรจากันระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายฮาซัน ตอยิบ แกนนำคนสำคัญของขบวนการพูโล เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ในมาเลเซีย (มีการเผยแพร่ภาพยืนยันทางเว็บไซต์พูโล)
 
              การเจรจาดังกล่าวเสมือนเป็นใบเบิกทางให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.คนใหม่ เข้าไปพบกับแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนหลายคน โดยเฉพาะในเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้งทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีระหว่างสองฝ่าย สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ไม่เห็นด้วย จึงเกิดปฏิบัติการสั่งสอน เริ่มจากคนร้ายใช้ระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่บ้านพักของนายนัจมุดดีน ตามติดด้วยคาร์บอมบ์ทั้ง 3 จุด
 
              ข้อมูลด้านการข่าวระบุว่า กลุ่มที่ลงมือก่อเหตุคาร์บอมบ์ครั้งนี้แทบทั้งหมด เป็นกองกำลังรุ่นใหม่ เติบโตมาจากกลุ่มเยาวชนกู้ชาติปัตตานี ซึ่งถูกแกนนำรุ่นเก่าปลูกฝังแนวคิดแบ่งแยกดินแดนมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนาต่างๆ ในพื้นที่ โดยผู้ที่ลงมือก่อเหตุคือกลุ่มของนายสาหูดิน โต๊ะเจ๊ะมะ แกนนำระดับสั่งการกลุ่มอาร์เคเค และนายซัยฟุลลอฮ หรือซัยฟลุตดิน เพื่อนสนิทของนายไฟศอล หะยีสะมะแอ ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดสนามบินหาดใหญ่ นายอับดุลเลาะ ปูลา นายมะซอเร ดือราแม มีการวางแผนกันที่บ้านไบท์ ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนเกิดเหตุคาร์บอมบ์ 1 สัปดาห์
 
              สำหรับขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต มีนายสะแปอิง บาซอ เป็นหัวหน้าใหญ่ มีแกนนำคนสำคัญคือนายอดุลย์ มุณี นายหิพณี มะเร๊ะ นายอำหมัดมุริส ลาเต๊ะ นายมามุ บารอดายา นายอัฮหมัด ตือง๊ะ นายอิสมาแอล เก็งมะลาฟี และนายการิยา ยะลาแป ซึ่งทั้งหมดยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศมาเลเซีย


..............

(หมายเหตุ : จับตา'กองทัพเยาวชน' คลื่นลูกใหม่ป่วน3จว.ใต้ :  สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์)