ข่าว

นามเตือน'พวกมากลากไประวังติดคุก'

นามเตือน'พวกมากลากไประวังติดคุก'

06 เม.ย. 2555

นาม ยิ้มแย้ม'ใช้พวกมากลากไป...ระวังติดคุก' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น @ attayuth_nna

             ท่ามกลางข้อเสนอปรองดองซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงในสังคมว่า "ปรองดอง" จริงหรือไม่ หนึ่งในโจทย์หลักที่ถูกตั้งว่าเป็นมูลเหตุสำคัญและปัจจัยหลักคือการรัฐประหารและผลทางคดีของ "คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ" (คตส.) ณ วันที่ถูกตั้งให้เป็นจำเลย "นาม ยิ้มแย้ม" อดีตประธาน คตส. ได้เปิดบ้านพักเพื่อให้สัมภาษณ์แบบเปิดใจตอบทุกๆ คำถามที่ถูกตั้งข้อสงสัย
 
             "นาม" บอกว่า งานของ คตส.ไม่เกี่ยวกับเรื่องปรองดอง แต่ทำคดีที่กล่าวหาว่ามีการทุจริตทางการเงินของชาติ ทำให้ประเทศเสียหาย จึงตั้งมาเพื่อตรวจสอบ โดยยึดหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา โดยเมื่อตรวจสอบแล้วก็ให้ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหามาแก้ข้อกล่าวหาเต็มที่ตามสิทธิ คตส. ไม่มีสิทธิไปตัดหรือรวบรัด
 
             ที่สำคัญงานของ คตส. ไม่ได้ยุติที่ คตส. เมื่อมีความเห็นต้องส่งอัยการให้พิเคราะห์อีก หากเห็นด้วยก็ส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากเห็นต่างก็จะตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาพิจารณา ถ้าตกลงกันได้ก็ฟ้องตามเดิม หากตกลงกันไม่ได้ คตส.ก็ฟ้องเอง ฉะนั้นคดีของ คตส.ที่ทำไปยุติที่ศาล ไม่ได้ยุติที่ คตส. ขอให้ประชาชนทราบว่างานของ คตส.เป็นงานสอบสวนธรรมดา
 
             ส่วนที่บอกว่า คตส.ตั้งโดยคณะรัฐประหาร จึงไม่ชอบธรรมเหมือนเป็นศาลเตี้ย "นาม" บอกว่า การรัฐประหารไม่เป็นประชาธิปไตย แต่อยู่ที่ว่าคตส.ให้คณะปฏิรูปครอบงำด้วยหรือไม่ ไม่มี คตส. ทุกคนทำงานอย่างอิสระใครมาก้าวก่ายไม่ได้ แม้แต่รัฐบาลก็เข้ามาก้าวก่ายไม่ได้ แม้แต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ก็เข้ามาก้าวก่ายสั่งหันซ้ายหันขวาไม่ได้ ถ้าคณะปฏิรูปจะผิดก็คือ ไปตั้ง คตส.ที่ทำงานจริงจัง ไม่เช้าชามเย็นชาม และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างมากมาย โชกโชน เดิมตั้งมา 12 คน ลาออกเหลือ 10 คน
 
             อยากจะบอกความจริงการสอบสวน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว คตส.ไม่ได้เริ่มต้นเป็นเรื่องที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เสนอมา 23 เรื่อง ให้ คตส.พิจารณาเลือกคดีที่ทำความเสียหายเป็นหมื่นล้านพันล้าน โดยมีที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ 2-3 เรื่อง เช่นเรื่องซีทีเอ็กซ์ และเรื่องอายัดหุ้น และไม่ใช่เฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว แต่มีคนอื่นด้วยเช่นคดีกล้ายาง คดีแอร์พอร์ตลิงค์
 
             "คตส.ไม่มีญาณวิเศษที่จะหยั่งรู้ว่าใครถูกใครผิด อาศัยพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ เอามาตรวจสอบถ้าเห็นว่ามีมูลก็ถือว่าผิด หากว่าฟังไม่ได้หรือยังไม่พอก็ไม่ถือว่าผิด ไม่มีอคติอะไรเลย และส่วนตัวก็ไม่รู้จักคุณทักษิณ เห็นว่าเป็นงานของบ้านเมืองเราก็รับทำงาน"
 
             ส่วนเสียงวิจารณ์ที่มองว่ากรรมการ คตส.หลายคนเคยเป็นคู่กรณีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น "บรรเจิด สิงคะเนติ แก้วสรร อติโพธิ หรือนาม" ก็เคยทำคดียุบพรรคไทยรักไทยสมัยอยู่ กกต. เรื่องนี้ "นาม" กล่าวว่า สำคัญว่าทักษิณทำผิดหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าจะไปมุ่งว่าทักษิณต้องทำผิด ไม่ผิดก็ถือว่าไม่ผิด ผิดก็ถือว่าผิด ไม่ได้เอาความรู้สึกส่วนตัวไปใส่ร้าย บาปกรรม คตส.ทำตามหน้าที่ และพยานหลักฐาน ไม่ได้ฟังฝ่ายเดียว ฝ่ายทักษิณก็สามารถนำพยานมาแก้ไขได้ตามกฎหมาย ให้สิทธิสู้อย่างเต็มที่
 
             "ผมถูกฟ้องนะ ตอนที่ผมสั่งอายัดทรัพย์ผู้มีอำนาจโทรมาขอบอกขอบใจ แต่พอถูกฟ้องไม่มีใครมาดูดำดูดี แสดงความเห็นใจก็ไม่มี ผมต้องตั้งทนายสู้คดีเอง ผู้มีอำนาจไม่มีเลย ประชาธิปัตย์จะพูดขอบใจสักคำยังไม่มี"
 
             ส่วนข้อเสนองานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าที่ให้ยกเลิกผลทางกฎหมายของ คตส. เพื่อสร้างความปรองดอง "นาม" มองว่า ต้องดูว่า คตส.ทำงานตามกฎหมายหรือไม่ ถ้ายกเลิกก็ยกเลิกหลักนิติธรรม หลักกระบวนการพิจารณาหลักนิติรัฐ จะถูกต้องอย่างไร ทุกคนถูกสอบสวนก็ต้องยอม คดีไม่ได้ยุติที่ คตส.ต้องผ่านอัยการเพื่อกลั่นกรองด้วย ทำไมโทษ คตส.ที่เป็นเพียงผู้สอบสวนเท่านั้น
 
             "คดี คตส.ที่ทำศาลตัดสินหรือยัง ตัดสินแล้วจะยกเลิกไม่ได้ มีทางเดียวคือขออภัยโทษ มารับโทษก่อนไม่ใช่ว่าไม่เคยถูกจำคุก แล้วอยู่ๆ ให้มีพวกมากลากไป เพื่อมาลบล้างกฎหมาย ผมไม่เห็นด้วย เป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายผิดหลักนิติธรรม นิติรัฐ ใช้เสียงข้างมากลากไป อาจผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบก็ได้ เตือนไว้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีการโละคดี คตส.ถือว่าเป็นอัปมงคลกับประเทศ ทำให้ประเทศเสียหาย เพราะทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม"
 
             "นาม" เห็นว่า เมื่อทำผิดต้องยอมรับผิด ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ทำผิดแล้วมีพวกมากก็เอาพวกลากไปว่าไม่ผิดจะถูกต้องได้อย่างไร บ้านเมืองต่อไปก็ไม่มีกฎหมายบังคับใครได้ ใครมีพวกมากคนนั้นก็อยู่เหนือกฎหมาย
 
             ขณะนี้การเมืองเร่งรีบเรื่องปรองดอง "นาม" มองว่า พฤติกรรมเอาพวกมาลากไป จึงรู้สึกข้องใจที่จะเสนอกับ พล.อ.สนธิ ที่จะเอาคดี คตส.มาปรองดอง คตส.ทำงานตอนยึดทรัพย์ พอสั่งอายัดทรัพย์ ผู้มีอำนาจโทรศัพท์มาขอบอกขอบใจ ขอบคุณ ทำให้รัฐบาลมีผลงานไม่ขอระบุชื่อ เป็นผู้มีอำนาจ เป็นใครคิดเอาเอง แล้วอยู่ๆ จะมายกเลิกมันอะไร การปรองดองตามหลักกฎหมายไม่เป็นไร แต่หากตามพวกมากลากไปมีเรื่องแน่ ไม่สนุกแน่
 
             ส่วนรูปแบบการปรองดอง "นาม" เห็นว่า ควรนั่งคุยกันอย่าเอาพวกมากลากไปไม่ใช่ปรองดอง ไม่ควรเกี่ยวข้องกับคดี ใครถูกกล่าวหาต้องดำเนินคดีต่อไป ต้องทำเหมือนคนทั่วไปไม่ใช่มีอภิสิทธิ์นอกเหนือคนอื่น

.......

(หมายเหตุ : นาม ยิ้มแย้ม'ใช้พวกมากลากไป...ระวังติดคุก' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น @ attayuth_nna)