
ล็อคตัว2ผู้ต้องสงสัย'มือบึ้มหาดใหญ่'
ล็อคตัว 2 ผู้ต้องสงสัยมือบึ้มหาดใหญ่สอบที่ลับ ตำรวจรีดข้อมูล 3 ผู้ต้องหาพันบึ้มยะลา-หาดใหญ่ เผยในจำนวนนั้นคือ "ฮาเล็ง จะกว๊ะ" แกนนำระดับสั่งการ ในพื้นที่คนร้ายลอบวางระเบิดทหารนาวิกโยธิน ฉก.ปัตตานี 26 เจ็บ 1 ราย นักวิชาการใต้ฟันธง "ทักษิณ" เคยร่วมเจรจาผู
5เม.ย.2555 มีรายงานจากชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 9 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่ขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิคไปวางระเบิดโรงแรมลีการ์เดนส์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไว้ 2 คน ซึ่ง 1 ในคนร้ายมีลักษณะใกล้เคียงกับภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ โดยอยู่ระหว่างการควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานที่แห่งหนึ่งแต่ยังไม่มีการเปิดเผยในรายละเอียด
พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.สงขลา กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสงขลาเพื่อออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุคาร์บอมม์แล้ว คือ หมายจับที่ 150/2555 และ 151/2555 เป็นการออกหมายจับตามภาพที่ปรากฏในวงจรปิด แต่สำหรับชื่อตัวบุคคลที่ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่พอที่จะทราบแล้วแต่ยังไม่ชัดเจน รอสอบพยานปากสำคัญ 1-2 คน ก่อน ซึ่งขณะนี้ก็ถือว่าคืบหน้าไป 90 เปอร์เซนต์ แล้ว ขอเวลาอีก 3-4 วัน และถ้าพร้อมเมื่อไหร่ทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ.9 จะแถลงให้สื่อมวลชนทราบ
รีดข้อมูลผู้ต้องหาพันคาร์บอมบ์
จากกรณีที่ พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ หัวหน้าชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร เข้าปิดล้อมพื้นที่หมู่ 4 บ.ปูโป ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวน 3 ราย โดยหนึ่งในสามคือนายดุลละหะเล็ง ยามาสกา อายุ 50 ปี แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ ที่มีหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวนหลายหมายรวมอยู่ด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555 ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 เมษายน ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ หัวหน้าชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้นำตัวนายดุลละหะเล็ง ยามาสกา นายอับดุลอาซิ ฮะมะตะ และนายอัดนัน ดือราแม ที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้มาตรวจดีเอ็นเอ และเข้ากระบวนการซักถาม โดยได้แยกผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 รายออกจากกัน
พ.อ.คมกฤช เปิดเผยว่า สำหรับผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้ง 3 รายที่ควบคุมตัวเอาไว้ เป็นผลสืบเนื่องจากการสอบสวนสืบสวนกรณีเหตุระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุที่ จ.ยะลา แต่บุคคลที่สำคัญที่สามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้คือนายดุลละหะเล็ง ยามาสกา หรืออีหม่ามฮาเล็ง จะกว๊ะ บุคคลคนนี้ได้หลบหนีการจับกุมประมาณ 7 ปี พฤติกรรมของนายดุลละหะเล็งอยู่ในระดับสั่งการ ที่มีหมายจับและเป็นที่ต้องการของเจ้าหน้าที่ ส่วนนายอับดุลอาซิ ฮะมะตะ ก็เป็นเจ้าของบ้านที่พบรถยนต์กระบะที่โจรกรรมมาจอดอยู่แล้วป้ายทะเบียนถูกนำไปติดที่รถซีวิค ที่นำไปประกอบระเบิดที่ลีการ์เด้นท์
"ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนซึ่งสามารถขยายผลได้ ที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามซักถาม ซึ่งจะมีประโยชน์มากแน่นอน และเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ปฎิบัติการวางระเบิดในครั้งนี้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะสามารถขยายผลจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ ส่วนนายสาหูดิน โต๊ะเจ๊ะมะ ที่มีชื่อปรากฏอยู่ในข่าวสารว่า เกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดในครั้งนี้นั้น ก็เชื่อว่านายสาหูดินก็อยู่ในทีมปฎิบัติการลอบวางระเบิดครั้งนี้อย่างแน่นอน แต่ทำหน้าที่อะไรนั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวน” ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 กล่าว
วันเดียวกันเมื่อเวลา 14.00 น. พ.ท.ชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 11 สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายโดยรอบโรงเรียนตาเบียตุลวาตัน หมู่ 11 บ.พงยือไร อ.เมือง จ.ยะลา อีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้สามารถตรวจยึดอุปกรณ์ต้องสงสัยได้จำนวนหลายรายการ
ดักบึ้มสังหารทหารนาวิกโยธินฉก.ปัตตานี 26 เจ็บ 1 ราย
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ เมื่อเวลา 13.00 น.ร.ต.ท.กริช เต๊ะปูยู ร้อยเวร สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้น บริเวณบนต้นไม้ ร่องเกาะกลางถนน บนถนนสายบ 42 นราธิวาส-ปัตตานี ม.2 บ้านสาคร ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ ทองด้วง รอง ผกก.สภ.สายบุรี และตำรวจพิสูจน์หลักฐานพร้อมกำลังตำรวจทหาร รุดไปที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า พบสเก็ดระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดทำให้ก้านต้นไม้หัก และแรงระเบิดถูกจ่าเอกกฏษดา เลิศประดับ อายุ 36 ปี ทหาร นาวิกโยธิน ฉก.ปัตตานี 26 บริเวณข้อมูลขวาเล็กน้อย และรถเจ้าหน้าที่ทหาร 6 ล้อ ทะเบียนตราสมอเรือเป็นรูเล็กน้อยเช่นกัน
สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ ทหารนาวิกโยธิน ฉก.ปัตตานี 26 ได้ออกจากฐานที่วัดเลียบ อเมืองสายบุรี เพื่อจะไปรับเป็ด ที่ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อนำมามอบให้กับชาวบ้านเลี้ยงสร้างอาชีพ พอขับมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร วางไว้บนต้นไม้ ก่อนหน้านั้นแล้วเพื่อรอโอกาส เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารมาถึงจึงกดชนวนทำให้เกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีที่ระเบิดอยู่สูงประมาณ 3 เมตร ทำให้แรงระเบิดขึ้นบนจึงไม่ถูกใครได้รับบาดเจ็บถึงชีวิตได้ สาเหตุเชื่อว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์ ลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่
คนร้ายทำทีเป็นลูกค้าบุกยิงเจ้าของคาร์แคร์ดับ1ราย
เมื่อเวลา 12.45 น. พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันที่ในร้านคาร์แคร์ ม.3 ต.ปะนาเระ เขตเทศบาลตำบลปะนาเระ จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบแต่กองเลือด ส่วนคนเจ็บจำนวน 2 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลปะนาเระ ทราบชื่อนายฮะ มะสาและ อายุ 63 ปี เป็นเจ้าของร้าน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าบริเวณลำตัวจำนวน 3 นัด อาการสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนนายมะสุกรี มะสาและ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นลูกชายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าบริเวณลำตัว 1 นัดบาดเจ็บเช่นกัน ได้นำตัวส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานี ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 มม.จำนวน 5 ปลอกและหัวดระสุนจำนวน 1 หัว เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บไว้ตรวจสอบ
จากการสอบสวนทราบว่า นายฮะเป็นชาวอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี แต่มาเปิดร้านคาร์แคร์ที่อ.ปะนาเระ โดยร่วมทำงานกับลูกชายและลูกน้องอีกหลายคน ขณะที่กำลังดูแลลูกค้าอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาทำทีท่าว่าจะล้างรถ จากนั้นคนร้ายที่ซ้อนท้ายก็ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงทันที ส่วนลูกชายจะเข้ามาช่วยถูกยิงอีก จากนั้นคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไปส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หรือสถานการณ์ใต้
นักวิชาการใต้ฟันธง"ทักษิณ"เคยร่วมวงเจรจาผู้นำขบวนการป่วนใต้
นายฮัอหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง นักวิชาการอิสระ ในฐานะอดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ หรือ กอส. เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่องประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆในการพูดคุยหรือเจรจากับกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นล่าสุดในพื้นที่จ.ยะลาและอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้สังคมกลับมาให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่มีการพูดคุยในช่วงระยะหลังได้รับการยืนยันว่ามีบุคคลสำคัญอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมหารือกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบดังกล่าวด้วย
"ผมได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่าการพูดคุยหรือเจรจากับกลุ่มผู้นำขบวนการอย่างน้อย 2 ครั้งมีพ.ต.ท.ทักษิณเข้าร่วมด้วย แต่ในมุมมองส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะต้องยอมรับว่าหากมีการพูดคุยกันจริงแล้วนำมาสู่การยุติความรุนแรงได้ก็เป็นเรื่องดี อีกทั้งเชื่อว่าด้วยความเป็นอดีตผู้นำของรัฐบาลไทยและปัจจุบันยังเป็นพี่ชายของนายกฯของไทยด้วยแล้วไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหาอะไรที่ทำให้ไทยเสียหาย" นักวิชาการรายนี้กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายฮัอหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการเจรจาหรือพูดคุยโดยตรง โดยเฉพาะประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าอาจเป็นเพราะไม่พอใจที่อดีตนายกฯเข้าร่วมเจรจาซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ทั้งหมด เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต้องทบทวนการปฎิบัติหน้าที่ของตนเองด้วยว่าการทำงานเต็มประสิทธิภาพแล้วหรือไม่
นักวิชาการรัฐศาสตร์ชี้การเจรจาเป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องบูรณาการไม่ใช่กลุ่มเดียว
รศ.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่าหลายหน่วยเข้าไปเจรจากับ ผู้ก่อการร้ายนั้น เบื้องต้นเชื่อว่ากระบวนการในการพูดคุยนั้นเห็นด้วยในระยะยาว แต่การพูดคุยต้องคำนึงกันหลายฝ่ายในการดำเนินการดังกล่าว ส่วนฝ่ายเข้าร่วมไม่ใช่กลุ่มเดียว ต้องหลายกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวก่อเหตุการณ์ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพูโล บีอาร์เอ็น หรือกลุ่มอื่นๆ ต้องดึงเข้ามาร่วมข้อตกลงกันแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ต้องอาศัยขบวนการเจรจา ฝ่ายรัฐบาล และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึง ฝ่ายประเทศเพื่อนบ้าน ต้องช่วยกันร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และแท้จริง
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการเจรจา นักวิชาการรายนี้ กล่าวว่า ถ้ามีการเจรจา โดยไม่คำนึงถึงฝ่ายอื่น หรือทำฝ่ายเดียว หรือกลุ่มเดียว ก็ไม่เห็นด้วยถ้าจะเจรจา เพราะไม่จบ ซึ่งจริงๆแล้ว ทางฝ่ายทหารก็มีการเจรจาลับๆเช่นกัน เช่น ฝ่าย สมช. ที่มักเป็นข่าวอยู่ซึ่งเชื่อมั่นว่า ปัญหาความขัดแย้ง จบด้วยการเจรจา การพูดคุยกัน แต่การเจรจาต้องมีขั้นตอน ทั้งด้านการเมือง กฎหมาย ความยุติธรรม และอื่นๆเป็นต้น สำคัญต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย บูรณาการทำงานในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข สันติสุข ตลอดไป



