
ถกปรองดองเดือด'สุเทพ'ซัด'แม้ว'
ถกปรองดองวันที่ 2 "เพื่อไทย" ไม่อ้อมค้อมหวังคืนความยุติธรรมให้ "ทักษิณ" "พายัพ" อัด คตส. ไม่เป็นธรรม "สุเทพ" ซัด "แม้ว" อยากกลับไทยต้นเหตุดันรายงานปรองดองเข้าสภาส่งผลเพื่อไทยประท้วงวุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 5 เม.ย. สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมในวาระพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นวันที่สองของการพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยนายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวสนับสนุนแนวทางการสร้างความปรองดอง
และย้ำถึงที่มาอันไม่ชอบธรรมของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ว่าในข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าตามรายงานการวิจัย ระบุชัดเจนว่าต้องเพิกถอนผลทางกฎหมายในคดีที่ทำโดย คตส. เนื่องจากที่มาไม่ชอบธรรม อีกทั้งการแต่งตั้งบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ซึ่งเป็นบุคคลตรงกันข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งตนไม่อยากเอ่ยชื่อ เพราะเจ็บปวดใจและอยากอ้วก อย่างไรก็ตามอดีตกรรมการ คตส. กำลังถูกกรรมตามทัน อาทิ นักกฎหมายที่ถูกยื่นถอนถอนออกจากตำแหน่ง อีกคนเป็นชายชื่อขึ้นต้นว่า กล้า และอีกคนที่เป็นผู้หญิง นามสกุล เมณฑกา
ด้านนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนแนวทางปรองดอง พร้อมระบุว่าจำเป็นต้องคืนความเป็นธรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ตามกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม อย่างไรก็ตามความขัดแย้งทีเกิดในช่วง 5-6 ปีเป็นการต่อสู่ระหว่างประชาชนกับประชาชน จนมีคนตาย 92 คนและบาดเจ็บกว่า 2,000 คน
“ชำนิ”ซัด"ทักษิณ"ขัดแย้ง"ประเทศไทย"ไม่ใช่ใครอื่น
จากนั้น นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และเคยเป็น กมธ.ปรองดอง กล่าวว่า ฐานะที่ตนเคยเป็นกมธ.ปรองดอง พบว่าข้อสรุปของแนวทางปรองดองยังไม่จบ เพราะยังมีการถกเถียงในข้อเสนอต่อแนวทางสร้างความปรองดอง ในประเด็นนิรโทษกรรมที่เกิดขึ้นในเมืองไทยที่ผ่านมามีถึง 24 ครั้ง แบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ โดยสรุปคือเป็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ทำความผิดในความขัดแย้งหรือทางการเมือง แต่ไม่ใช่นิรโทษกรรมให้ผู้ที่มีความผิดทางอาญา นอกจากนั้นแล้วในส่วนของคู่ขัดแย้ง ตนมองว่าตอนนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างกระบวนการพ.ต.ท.ทักษิณกับประเทศไทย ไม่ใช่ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มทางการเมืองต่างๆ หรือระหว่างพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าแม้เปลี่ยนรัฐบาลเป็นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ความขัดแย้งในสังคมไทยยังคงมีอยู่ ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้าไปจัดการปัญหา
ย้ำคนบงการอยากให้นิรโทษกรรม-คืนทรัพย์-คืนสิทธิ์การเมืองให้ "ทักษิณ"
“วันนี้คุณทักษิณ มีคดีติดตัว ดังนั้นสิ่งที่คุณทักษิณต้องการคือ การนิรโทษกรรม และจากกรณีที่ถูกยึดทรัพย์ ก็ต้องการเอาทรัพย์คืน และเมื่อถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก็ต้องการได้รับสิทธิ์ทางการเมืองคืน นี่เป็นโจทย์ที่กมธ.ปรองดองไม่สามารถหาคำตอบได้ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การปกครองและการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อผลการศึกษาเป็นเช่นนี้ ถามว่าจะแก้ไขกฎหมายอะไรก็ตอบไม่ได้ กมธ.ปรองดองไม่กล้าพูด” นายชำนิ กล่าว
นายชำนิ กล่าวต่อว่าปัญหาวันนี้ คือเมื่อสภาฯ ตอบรับรายงานของกมธ.ปรองดอง และส่งเรื่องให้รัฐบาล รัฐบาลจะทำตามที่กมธ.ปรองดองเสนอหรือไม่ก็ได้ เพราะรัฐบาลนั้นได้มีโจทย์อยู่แล้ว คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม คืนทรัยพ์สินให้กับอดีตนายกฯ ถึงมีความพยายามให้ยุบ คตส.
“ทั้ง 3 เรื่องนี้รัฐบาลต้องการทำ แต่ขาดความชอบธรรม จึงให้กมธ.ปรองดองเป็นผู้ประทับตราความชอบธรรมให้ นอกจากนั้นแล้วความพยายามขยายเวลาปิดสมัยประชุม เพื่อต้องการทำเรื่องรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ เห็นชัดเจนว่าจะนำไปสู่การเผชิญหน้าและขัดแย้งรอบใหม่” นายชำนิ กล่าว
"สมศักดิ์"สั่งพักประชุมให้พิจารณากระทู้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่นายชำนิอภิปรายจบ นายสมศักดิ์ ได้สั่งพักการประชุม เพื่อให้มีการพิจารณาการประชุมตามระเบียบวาระ คือ ถามกระทู้ จากนั้นหลังจากที่ช่วงกระทู้ถามแล้วเสร็จจะกลับมาพิจารณารายงานปรองดองต่อ
เผยเหตุร่างแรกรายงานปรองดองที่ปชป.ไม่รับเพราะระบุชัด “รัฐ”เป็นคนทำรุนแรงกับประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับร่างรายงานฉบับแรกที่นายชำนิระบุถึงเป็นรายงานที่กมธ.ปรองดองฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ให้ความเห็นโต้แย้งและไม่ยอมรับในประเด็นข้อสรุปที่ว่า “ความไม่สงบและความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมาจนทำให้เกิดการสูญเสีย ถือว่าเป็นความผิดของรัฐ ดังนั้นรัฐต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกอย่างอย่างเท่าเทียม รวดเร็ว และปฏิรูปองค์กร หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่ออไม่ให้ใช้อำนาจที่ไม่ชอบ รวมถึงรัฐต้องขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นทางการ”
“สุเทพ”ซัด“ทักษิณ”อยากกลับไทยเป็นต้นเหตุดันปรองดอง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเริ่มพิจารณารายงานการปรองดองอีกครั้ง โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ(กมธ.ปรองดอง) โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนเห็นด้วยกับแนวทางแนวทางรายงานของกมธ.ปรองดอง รวมทั้งข้อเสนอของสภาสถาบันพระปกเกล้าให้เลื่อนการพิจารณาไปก่อน และให้กมธ.ปรองดองไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยระดมทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องไปลงพื้นที่ ขณะที่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจของประชาชนและกำหนดแนวทางความปรองดองให้ชัดเจน โดยห้ามให้รัฐบาลมีการจัดตั้งมวลชนขึ้นมารับฟัง
จากนั้นเมื่อประชาชนทั่วประเทศเกิดความเข้าใจก็ให้มีการทำประชามติตัดสิน โดยอาจจะมีการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแทรกแทรกเข้าไปด้วยก็ได้ เชื่อหากทำที่ตัวเองเสนอจะเกิดความสงบในบ้านเมืองแน่นอน แต่หากไม่ทำตามเกิดสงครามการเมืองแน่นอน และมีคนต้องตามเจ้านายไปอยู่ต่างประเทศหากเป็นฝ่ายแพ้ หรือพวกตนแพ้ก็อาจถูกจับตัวเข้าไปอบรม
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า การทำความเข้าใจประชาชนจะต้องทราบข้อเท็จจริง เพราะหากจะบรรลุสู่การปรองดองทุกฝ่ายจะต้องเสียสละ และพวกเขาจะต้องรู้ว่าตัวเขาจะเสียสละอะไร ประเทศขาดทุนอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะจะต้องรู้ว่าใครเป็นคู่กรณี ซึ่งไม่ใช่พ.ต.ท.ทักษิณ กับพล.อ.สนธิ เพราะวันนี้พล.อ.สนธิไปนั่งอยู่ในใจกับพ.ต.ท.ทักษิณ และเขาเจรจาได้ไม่ต้องไปไกลถึงประเทศจีนและดูไบ แต่เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านช่วงสงกรานต์ดื่มไวน์ก็จบ ทั้งนี้คู่กรณีไม่ได้มีแค่ 2 คนแต่มีมากไปทั้งประเทศ และคนที่มองข้ามไม่ได้คือพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง วุ่นวายเป็นไปตามงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าที่เขียนเอาไว้ เพราะหากวันนี้อยู่ต่างประเทศและไม่กลับไทยก็จบไม่ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ติดที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณต้องการกลับมาอย่างเท่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องบอกประชาชนให้รับทราบว่าเขาควรจะต้องเสียสละอะไรหรือไม่
"เราต้องพูดความจริง หากไม่พูดก็ไม่สามารถเกิดความปรองดองได้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ มีบริวาร เครือญาติ พรรคการเมือง คนเสื้อแดง กลุ่มกองกำลังติดอาวุธหรือที่พวกเขาเรียกว่าแก้ว 3 ประการ และทำให้ฝ่ายอื่นได้รับบาดเจ็บ ล้มตายและสร้างความไม่พอใจ ที่สำคัญแนวทางการเมืองของระบอบทักษิณ แตกต่างจากพวกตนและคนไทยอื่นๆ เพราะความคิดของพ.ต.ท.ทักษิณต้องการให้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองของประเทศนี้ เพื่อสร้างรัฐไทยใหม่ และเลยเถิดไปในระบอบประธานาธิบดี ให้พรรคเสื้อแดงครองประเทศและประชาชนรับไม่ได้ " นายสุเทพ กล่าว
ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงขอให้นายสุเทพพูดให้ตรงประเด็น และ “อย่าตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ เด็ดเมียเพื่อน ” ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต่างลุกขึ้นประท้วงกันวุ่นวาย ซึ่งนายเจริญได้ปิดไมค์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลุกขึ้นมาประท้วง ทำให้บรรยากาศุว่นวายเล็กน้อย จากนั้นนายสุเทพ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนพูดว่าฝ่ายของพ.ต.ท.ทักษิณที่มีพรรคการเมือง มีเสื้อแดง มีกองกำลังติดอาวุธ และมีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ตนไม่ได้พูดขึ้นเอง เพราะเคยเป็นอดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ได้ทำงานการข่าว จากนั้นนายสุเทพได้นำภาพประกอบขึ้นมาโชว์ พร้อมกับกล่าวว่า ในที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงได้มีการติดป้ายระบุว่า “รัฐไทยใหม่ ทักษิณจงเจริญ” “ชัยชนะแดงทั้งแผ่นดิน 3 ปีต้านอำมาตยา สถาปนารัฐไทยใหม่” “ประธานธิบดีทักษิณ ชินวัตร รัฐไทยใหม่”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาบรรยากาศในสภาเริ่มวุ่นวาย เมื่อนายเจริญได้ปิดไมค์นายสุเทพและเตือนไม่ให้พาดพิงถึงบุคคลภายนอก พร้อมกับสั่งห้ามนายสุเทพโชว์ภาพดังกล่าวอีก จากนั้นนายก่อแก้วประท้วงขอให้ถอนคำพูดว่า เรื่องรัฐไทยใหม่ เพราะยอมรับว่ามีการพูดถึงรัฐไทยใหม่จริง แต่หมายถึงระบอบประชาธิปไตยที่มีอำนาจของปวงชนชาวไทยทุกคน ไม่ใช่ระบอบอำมาตยา หรือสองมาตรฐาน
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ขอหารือว่า อยากให้ฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องประท้วง และปล่อยนายสุเทพอยากพูดอะไรให้พูดไปเลย แต่ถ้าเวลาที่ตนพูด ขอให้ท่านสั่งลูกพรรคอย่าประท้วง ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ คิดอะไรพูดให้หมด อย่าขัดขวางกัน นักเลงกัน จากนั้นนายเจริญได้สั่งพักการประชุม เพื่อขอให้วิปทั้งสองฝ่ายได้ไปพูดคุยกันถึงข้อเสนอดังกล่าว
“จตุพร”ตอกกลับไม่ขอปรองดองกับฆาตกร
นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากอธิบายความให้เห็นว่าประเทศควรเดินหน้าย่างไร ตนรู้สึกเจ็บปวดมากมาย เช่นเดียวกับญาติวีรชน ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ จึงอยากตั้งคำถามเช่นเดียวกันว่าเราจะปรองดองกับฆาตกรหรือไม่ ตนจำวาทกรรมของผู้นำคนก่อนได้ว่าพร้อมปรองดองกับทุกคนยกเว้นพวกก่อการร้าย ซึ่งตนก็ไม่พร้อมปรองดองกับฆาตกรเช่นเดียวกัน
ความเห็นที่สถาบันพะปกเกล้าเสนอให้ คตส.ยังคงอยู่นั้น ตนไม่ขัดข้องการดำรงอยู่ของ คตส. แต่ขอเสนอให้มีการตั้ง คตส.ขึ้นมากับนายกฯ ทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย ทำให้เป็นบรรทัดฐาน ไม่ใช่ตั้งคตส.เฉพาะในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น
“ความปรองดองคนในชาติไม่ได้อยู่ในรายงาน ผมขอให้สถาบันฯ ถอนรายงานไปเลย เพราะมองไม่เห็นว่าประเทศจะปรองดองได้อย่างไร อธิบายเลยเถิดว่าจะเกิดสงครมกลางเมือง มันจะเป็นไปได้อย่างไร” นายจตุพร กล่าว



