
'นายกฯ'ชี้ไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ
'ยิ่งลักษณ์' ชี้ไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ พร้อมเดินหน้านโยบาย '3 อยู่' ขณะที่ 'ดร.สายสุรี' ได้รางวัลผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่าง
5 เม.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานวันผู้สุงอายุแห่งชาติประจำปี 2555 ภายใต้แนวคิด "ภูมิปัญญาผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยให้ร่มเย็น" ที่แกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อิมแพ็คฟอร่ัม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งจัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จัดให้มีกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุตลอดเดือนเมษายนนี้ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายน อันเป็นการส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุเป็นมีคุณภาพชีวิตที่มีคุณภาพ มีคุณค่า และ มีศักดิ์ศรี ภายในงานมีการจัดซุ้มเผยแพร่ความสามารถของผู้สุงอายุด้านต่างๆ เช่น งานฝีมือการทำเรือจำลอง การทำดอกไม้ประดิษฐ์ การเผยองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น กฎหมายและสิทธิ์ ที่ผู้สูงอายุควรรู้ และ ได้รับ
โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบรางวัลผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมไทย ประจำปี 2555 ให้แก่ นางสายสุรี จุติกุล อายุ 78 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและสตรี มีผลงานเป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนหลายด้าน เช่น การปรับปรุงกฎ ระเบียบ ให้สอดคล้องกับรับธรรมนูญ และ อนุสัญญาด้านสิทธิเด็ก และ สิทธิสตรีของสหประชาชาติ ได้ร่วมก่อตั้งคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมการเรียนการสอน ระบบศาลาวัด และ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งวงดุริยางค์ซิมโฟนี กรุงเทพ
นายกรัฐมนตรี กล่าวในการเปิดงานว่า สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีผู้สูงอายุ 10% ของประชากรทั้งประเทศ โดย ปี 2554 มีผู้สูงอายุกว่า 8 ล้านคนแล้ว แต่อีก 18 ปี ข้างหน้าผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 17 ล้านคน หรือใน 4 คนจะมีผู้สูงอายุ 1 คน คิดเป็นร้อย 25 ของประชากรประเทศทั้งหมด และสูงเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้เกิดจากการเข้าถึงสาธารณสุขที่มากขึ้น แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะหลายประเทศก็ประสบปัญหาเช่นกัน ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น ใน 3 นโยบาย คือ 1.ความเป็นอยู่อย่างสบายกาย 2.อยู่อย่างมีคุณค่า และ3.อยู่อย่างสุขใจ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การอยู่อย่างสบายกาย นั้น เกิดจากการปรับเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันได้ โดยอายุ 60-69 ปี รับ 600 บาท ต่อเดือน อายุ 70-79 ปี รับ 700 บาท ต่อเดือน อายุ 80-89 ปีรับ 800 บาทต่อเดือน และ 90 ปีขึ้นไปรับ 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งได้ประกาศตั้งแต่ตุลาคมปี 2554 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินทุกโรงพยาบาลเริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้การสร้างสาธารณูปโภคที่อำนวยความสะดวกเหมาะกับผู้สูงอายุทุกท่าน ทั้งทางลาดและที่จอดรถต่างๆ รวมถึงสร้างวินัยในการออม โดยอายุ 15-58 ปี รัฐบาลจะสนับสนุนสมทบเงินออม 50 % หาก หากอายุ 58 ปีขึ้นไป รัฐบาลสนับสนุนเงินออม 100 %
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่าสำหรับ นโยบายอยู่อย่างมีคุณค่า รณรงค์ให้ลูกหลานมีความเคารพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนควรคำนึงถึงคุณค่าของผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลสนับสนุนการสร้างเวทีให้ผู้สูงอายุถ่ายทอดภูมิปัญหาให้กับลูกหลาน รวมทั้งประกอบอาชีพสร้างรายได้ นอกจากั้นแล้วรัฐบาลจะบูรณาการทุกกระทรวงในการขยายโอกาสให้ผู้สูงอายุทุกท่าน ส่งเสริมภูมิปัญหา สร้างอาชีพ รวมถึงการขยายกองทุนกู้ยืมผู้สูงอายุภายใต้สวัสดิการต่างๆที่รัฐบาลจัดให้ ส่วนนโยบายสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุอยู่อย่างสุขใจมีความสุข โดยจะมีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุขึ้นในชุมชน มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิด “คนสามวัยใจตรงกัน” ซึ่งมีทั้งวัยเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ได้แลกเปลี่ยนกัน มีสัมพันธภาพที่ดีในชุมชน ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตสุขภาพกายที่ดีและอยู่อย่างมีความสุขในชุมชนต่อไป



