ข่าว

'สุกำพล'ชี้'ทักษิณ-ป๋าเปรม'คุยได้ก็ดี

'สุกำพล'ชี้'ทักษิณ-ป๋าเปรม'คุยได้ก็ดี

05 เม.ย. 2555

'สุกำพล' ระบุ 'ทักษิณ-ป๋าเปรม'คุยได้ก็ดี แนะคุยปรองดองอย่าพกเงื่อนไข แจงประสาน 'มาเลเซีย' ช่วยดูโจรบึ้มหลบหนีข้ามแดน พร้อมเผยไทย-กัมพูชา หารือ 'JWG' ฉลุย พร้อมร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด

              5 เม.ย.55 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการสร้างความปรองดอง ว่า คำว่า ปรองดอง เป็นคำที่สวยอยู่แล้ว แต่คนที่ทำก็ขอให้ทำอย่างปรองดอง ส่วนจะเป็นวิธีการไหนก็แล้วแต่ แต่การจะปรองดองนั้น เงื่อนไขอย่ามีมาก หากเข้าไปอย่างมีเงื่อนไขไม่มีทางสำเร็จ ดังนั้นต่างฝ่ายต่างต้องมีเงื่อนไขน้อยๆ แล้วทุกอย่างจะสามารถทำได้ แต่ถ้ามีอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่จบ สำหรับตนแล้วถ้าผลออกมาอย่างไรก็อย่างนั้น ตนถือมติส่วนมาก

             "ถ้ามัวแต่มาบอกว่า ไม่เอา จะเอาอย่างนั้น คงไม่จบ แต่คำว่า ปรองดองเป็นคำที่สวย และมีความหมายดี คนที่พูดคุยหรืออยู่ในกระบวนการ อย่าพกเงื่อนไขเข้าไป จะต้องเอาเงื่อนไขวางไว้ หากมีก็ขอให้มีน้อย หากมีเยอะจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้หากคนที่อยากจะปรองดองเข้ามาคุยกันได้จะทำให้เกิดภาพพจน์ที่ดี ยกแรกอาจจะเรียบร้อย ยกสอง ยกสามอาจจะหมดแรงและคงจะปรองดองกันได้" พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

              ทั้งนี้ เมื่อถามว่า หาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกัฐมนตรี พูดคุยกันจะนำมาสู่แนวทางการปรองดองหรือไม่ พล.อ.อ สุกำพล กล่าวว่า ทั้งสองคนไม่ได้เป็น Key Person คิดว่า ทั้งสองคนไม่ได้เกี่ยวกัน แต่ทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรท่านก็ยอมรับ ท่านไม่ได้ไปรังเกียจเดียจฉันท์ ท่านไม่ได้ตั้งแง่ ทั้งนี้ถ้าได้พูดคุยกันก็เป็นสิ่งที่ดี แต่เรื่องวิธีการตนไม่ทราบ

 

"สุกำพล"  แจงประสาน "มาเลเซีย" ช่วยดูโจรบึ้มหลบหนีข้ามแดน


               พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหมครบรอบ 125 ปี โดยมี พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อ.อิทธพร  ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ โดย พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า วันนี้กระทรวงกลาโหม ครบ 125 ปี ซึ่งน่าจะเป็นกระทรวงที่มีความเก่าแก่มากที่สุด มีหน้าที่ที่ดูแลเรื่องความมั่นคง ซึ่งปัญหาเรื่องความมั่นคงของไทยมีทั้งปัญหาจากภายนอกและภายใน แต่ปัญหาจากภายนอกเบาลงไปเยอะ ส่วนปัญหาภายในโดยเฉพาะภาคใต้ยังมีปัญหามากคงต้องแก้กันต่อไป ขอย้ำว่าปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาที่เราแก้ได้ แต่ต้องใช้เวลาสักระยะ เพราะต้องแก้ด้วยความนิ่มนวล ถ้าแก้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดและให้เร็วก็แก้ได้ แต่ปัญหาอื่นๆจะตามมาอีกมากมันไม่จบ แต่ถ้าเราจะแก้ให้จบไปเลยจะต้องใช้เวลาสักระยะเพราะปัญหาภาคใต้ไม่ใช่เฉพาะทหารเท่านั้นที่จะแก้ ทุกส่วนราชการต้องทำด้วยกัน อย่าไปมองว่าทหารอย่างเดียว

               พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ จ.ยะลา จ.ปัตตานี และโรงแรมลีการ์เดนหาดใหญ่ จ.สงขลานั้น  เท่าที่ทราบตำรวจจับผู้กระทำความผิดได้จำนวนมาก ซึ่ง ผบ.ตร.ได้แถลงไปแล้ว และศาลไม่ให้ประกันตัว แสดงว่า มีหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งคงเป็นเรื่องทางกฎหมาย  ส่วนกรณีที่คนร้ายได้หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซียเราได้ประสานงานกันและมีหน่วยงานที่ดำเนินการอยู่แล้ว โดยเฉพาะสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสันติบาล ทั้งนี้หากถามว่าการข่าวบกพร่องหรือไม่ เราต้องดูว่า กลุ่มผู้ร้ายไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว ดังนั้นการข่าวต้องใช้เวลาและค่อนข้างยาก เพราะมีหลายกลุ่มประมาณ 8-9 กลุ่ม และมีพวกของเถื่อนและกลุ่มต่างๆ คอยสนับสนุน ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเขียนว่าเป็นกลุ่มบีอาร์เอ็นเก่าหรือใหม่ หรือกลุ่มพูโล ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้ร้าย

              “ทหารพยายามทำเต็มที่ ความจริงพื้นฐานเรามีการป้องกันที่ดีอยู่แล้ว แต่เราอาจหละหลวม อย่างไรก็ตามตนไม่โทษว่าพื้นที่นี้ใครดูแล ไม่โทษใครทั้งนั้น แต่หน่วยที่รับผิดชอบรู้ดีว่าใครรับผิดชอบตรงไหน ส่วนการเจรจากับแกนนำผู้ก่อความไม่สงบนั้น  ผมไม่ได้บอกว่า เป็นนโยบายของผมให้ไปเจรจากับฝ่ายตรงข้าม แต่ผู้สื่อข่าวถามมา ซึ่งผมตอบว่า คนที่ไม่ถูกกัน หากคุยกันได้น่าจะดีอย่างอเมริกากับรัสเซียเขาไม่ถูกกันแต่ยังคุยกัน นักมวยบนเวทียังคุยกันได้ ถ้าผู้ปฏิบัติข้างล่างสามารถคุยได้ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้ห้าม แต่ข้างบนไม่มีนโยบายให้ไปเจรจา ทั้งนี้ยืนยันว่า งานด้านความมั่นคงเราเดินเต็มที่ หลักๆคือจะทำอย่างไรไม่ให้มีระเบิดเกิดขึ้นในเมืองอีก ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ปฏิบัติจะต้องนำไปปฏิบัติให้ได้ จะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้การตรวจตราดีขึ้น รวมถึงการปรับกำลังในพื้นที่ที่มีปัญหาเพื่อทำให้การดูแลพื้นที่ทั่วถึงและคลอบคลุมมากที่สุด และยืนยันว่าการทำงานของหน่วยงานต่างๆเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพียงแต่บางอย่างยังทำไม่เต็มที่ ทุกคนรู้ทฤษฎีหมดว่าต้องทำอย่างไร วันนี้เราต้องมาคุยกันว่าจะทำอย่างไรบ้างเพื่อแก้ปัญหาให้ได้”รมว.กลาโหม กล่าว

              เมื่อถามถึงแนวความคิดการตั้งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เป็นเรื่องการเมืองตนไม่ตอบ ตนมุ่งมั่นเรื่องการแก้ไขปัญหา ส่วนเรื่องว่าจะเอาอย่างไรเป็นเรื่องของการเมือง ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนยังไม่คิด เอาเรื่องนี้ให้จบก่อน แต่ประเทศไทยแยกไม่ได้อยู่แล้ว แต่รายละเอียดเรื่องนี้มีอีกเยอะ ตนไม่เก่งเรื่องนี้ดังนั้นไม่ขอพูดแต่จะทำเรื่องนี้ให้ดีขึ้น


 “สุกำพล”เผยไทย-กัมพูชา หารือ "JWG" ฉลุย พร้อมร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด


                พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างไทยกัมพูชา(JWG) เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลกเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการพูดคุยกันเป็นบวก โดยมีเรื่องสำคัญ 2 ประเด็นคือ ไทยกัมพูชาเห็นพ้องทำงานด้วยกันและจะร่วมกันเก็บกู้กับระเบิดที่อยู่ในพื้นที่ 17.3 ตร. กม.บริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหารทั้งหมด ทั้งนี้คณะทำงาน JWG ไม่ใช่หน่วยงานตัดสินใจ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา(GBC) โดยที่ JWGเป็นส่วนหนึ่งของGBCเท่านั้น ขณะนี้ไทยกัมพูชายคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีคนกลาง โดยขณะนี้ยังไม่มีการปรับกำลังทหารในพื้นที่ ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนกำลังเป็นไปตามวงรอบเท่าน้น โดยยืนยันว่า ยังไม่ถอนทหารออกจากพื้นที่

                เมื่อถามว่า จะดำเนินการกับประชาชนชาวกัมพูชาที่อยู่ในพื้นที่  4.6 ตร.กม.อย่างไร พล. อ. อ. สุกำพล กล่าวว่า เรายังไม่พูดถึงตรงนั้น แต่คงเป็นเรื่องต่อไปที่ต้องคุยกัน เรื่องนี้ต้องระวังเพราะบ้านเมืองก็มีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มฮาร์ดคอร์ จึงต้องค่อยๆคุยกัน เพราะบางทีจะเกิดผลหลายเรื่อง แต่ในส่วนของทหารจะพูดคุยกันบนพื้นฐานความเข้าใจ พื้นที่เขาพระวิหารมีนิดเดียว ซึ่งต่อไปเราก็จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และไทยเป็นประเทศที่โชคดีที่อยู่ตรงกลางของประเทศอาเซียน การรวมตัวกันของอาเซียนถือเป็นโชคดีของประเทศไทย ปัญหาที่พูดกันเป็นเรื่องเล็กน้อย ลิ้นกับฟันต้องกระทบกันบ้าง
       
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมดุสิตธานี ได้มีการประชุมคณะทำงานร่วมไทย-กัมพูชา (JWG) ครั้งทื่ 1 โดยพล.อ.วรพงษ์  สง่าแนตร เสนาธิการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานฝ่ายไทย ส่วนพล.อ.เนียง พาด รมช.กลาโหมกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายกัมพูชา โดยใช้เวลาประชุมเกือบ 10 ชั่วโมง โดยที่ประชุมมีมติว่า 1.ทั้ง 2 ฝ่ายจะแต่งตั้งเลขานุการของตัวเอง เพื่อทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานของคณะทำงานร่วม โดยจะมีการสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล และวิทยุสื่อสาร 2.ที่ประชุมเห็นชอบมอบหมายให้ศูนย์การเก็บกู้ทุ่นระเบิดของทั้งไทยและกัมพูชามีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกันในพื้นที่ที่กำหนด โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะดำเนินการบริเวณจุดที่กำหนดคือ เอ บี ซี ดี ของพื้นที่เขตปลอดทหหารชั่วคราว 3.การประชุมเป็นไปด้วยบรรยากาศเป็นมิตรมีความเข้าใจที่ดีต่อกันสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านที่ดี สนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพื่อความมั่งคั่งของประชาชนสองประเทศ และเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันบนพื้นฐานความเท่าเทียมและความเข้าใจซึ่งกันและกันตามเจตนารมณ์ของอาเซียน เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้การประชุมครั้งต่อไปจะมีการประสานวันเวลา สถานที่อีกครั้ง โดยทางกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพในการประชุม สำหรับผลการประชุมครั้งที่ 1 ฝ่ายไทยจะรายงานให้จีบีซีดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายภายในของฝ่ายไทยต่อไป โดยการประชุมครั้งที่ 1 ไม่มีการลงนามแต่อย่างใด แต่ใช้รูปแบบการบันทึกการหารือแทน