ข่าว

ความเชื่อและเหตุผล

ความเชื่อและเหตุผล

05 เม.ย. 2555

ความเชื่อและเหตุผล : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดย นายประชา ช้ำชอก

             เหตุการณ์ระเบิด "คาร์บอมบ์" กลางเมืองยะลา และที่โรงแรมลี การ์เดนส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปอีก 14 คน เป็นปรากฏการณ์อีกครั้งหนึ่ง ที่สะท้อนให้เห็นได้ว่า สังคมไทยมีปัญหาการศึกษา ความรับรู้ ที่ไม่ได้ย่อหย่อนไปกว่าปัญหาการเมือง ปัญหาประชาธิปไตยแต่อย่างใด
 
              บางทีอาจจะเป็นปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยเสียด้วยซ้ำ
 
              นักเลือกตั้ง หรือนักปลุกระดมทางการเมือง มักจะกล่าวอ้างอยู่เสมอว่า ประชาชนฉลาดแล้ว แต่เรากลับเห็นผู้คนบนบานศาลกล่าว บูชาเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนเป็นเรื่องธรรมดา
 
              ยิ่งไปกว่านั้น ยังกราบไหว้ได้กระทั่งผลหมากรากไม้ ซากสัตว์พิกลพิการ หรือแม้แต่ตุ๊กแกห้อยหัว ยังยกมือวันทากันปลกๆ
 
              ไม่เฉพาะเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เท่านั้น
 
              ความเชื่อ ความศรัทธา ความเกลียดชัง การตั้งหน้าตั้งตามุ่งหน้าเอาชนะคะคานกัน ยังทำให้ผู้คนในสังคมไทยห่างไกลจากเหตุผลออกไปทุกขณะอีกด้วย
 
              ในขณะที่ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาความแตกต่างทางชาติพันธุ์และศาสนา เกี่ยวพันกับความไม่เป็นธรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะการกระทำของรัฐเป็นเงื่อนไขปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดแปลกไปจากการเติบใหญ่ของคนเสื้อแดงในวันนี้
 
              ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้คลี่คลายไปได้ในระดับหนึ่ง ไม่มีเงื่อนไขให้เกิดการก่อการร้ายขึ้นมา แต่ความผิดพลาดของรัฐบาลในอดีต 32 ศพ ที่กรือเซะ 78 ศพ ที่ตากใบ และอีกนับสิบนับร้อยที่ถูกฆ่าตัดตอนทำให้มีวันนี้เกิดขึ้น
 
              แต่หลายฝ่าย ทั้งนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ กลับพยายามปัดป่ายปฏิเสธ อ้างว่า ปัญหามาจากยาเสพติดบ้าง ของเถื่อนบ้าง
 
              พูดจาคลุมเครือ ทำให้สับสนถึงเหตุปัจจัย ต้นตอของปัญหา
 
              ยิ่งไปกว่านั้นยังพยายามใส่ร้ายป้ายสี สาดโคลนกล่าวหาว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด "คาร์บอมบ์" ถึงขนาดกล่าวอ้างว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เวลาเดียวกับที่เกิดระเบิดขึ้นที่หาดใหญ่
 
              ทำราวกับขึ้นชื่อว่าเป็นฝ่ายค้านแล้ว ต้องเลวทรามต่ำช้าสามานย์ที่สุด หาดีไม่ได้เอาเสียเลย
 
              แม้จะไม่มีประจักษ์พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น แต่คนกลุ่มหนึ่งก็เชื่อไปเสียแล้ว และพยายามที่จะสร้างวาทกรรม "ระเบิดบ้านระเบิดเมือง" ขึ้นมาตอบโต้กับคำว่า "เผาบ้านเผาเมือง"
 
              ทั้งๆ ที่ประเด็นความรุนแรง การก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้น่าจะเป็นปัญหาชาติ แทนที่จะใช้สติปัญญาคิดหาทางทำอย่างไรมิให้พี่น้องประชาชน เพื่อนร่วมชาติด้วยกันซึ่งไม่ใช่ทั้งเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง ต้องมาสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อ บาดเจ็บล้มตายเป็นรายวัน
 
              เพียงแค่ใครลงไปแสดงความเสียใจอาดูรกับความสูญเสีย ไปก่อนไปหลังยังหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นทางการเมือง เอาชนะคะคานกันได้เลย
 
              แล้วแทบทุกประเด็นในขณะนี้ กำลังกลายเป็นว่า ฝ่ายหนึ่งไม่ดีสุดขั้ว อีกฟากก็ต้องชั่วสุดขีด ข้างหนึ่งขาว อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องดำ
 
              ไม่แยแสตรรกะ ไม่สนใจเหตุผล อาศัยเพียงข้ออ้าง-ความเชื่อเอาชนะกันสถานเดียว