ข่าว

10อรหันต์ชี้ร่างแก้รธน.ส่อขัดรธน.

10อรหันต์ชี้ร่างแก้รธน.ส่อขัดรธน.

04 เม.ย. 2555

10 อรหันต์ ชี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็น ส่อ ขัดรธน. เตรียมเสนอผู้ตรวจการฯ ทำหนังสือด่วน เสนอกมธ.รธน. พิจารณาทันที

          นายกิตติศักดิ์ ปรกติ โฆษกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการฯมีมติให้เสนอผู้ตรวจการแผ่นดินใน 3 ประเด็น คือ 1.กรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 3 ร่าง ที่คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลเสนอ มีบทบัญญัติที่ระบุว่า ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการ แทนนายกรัฐมนตรี ตามที่เคยเป็นมานั้น ทางคณะกรรมการที่ปรึกษาเห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าว ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 195 วรรคแรก

          ทั้งนี้ เมื่อตรวจดูรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่พบว่า มีการบัญญัติให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จึงถือว่า การจะให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี 50 รองรับไว้

          2.กรณีร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ บัญญัติให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรูปแบบรัฐเป็นอย่างอื่นหรือไม่นั้น  ตามที่รัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 291 บัญญัติไว้เป็นข้อห้าม คณะกรรมการที่ปรึกษา เห็นว่า การจะวินิจฉัยเรื่องนี้ ควรเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

          ทั้งนี้ เพื่อความเรียบร้อย จึงเสนอให้มีการปรับปรุงร่างฯ ที่เสนอทั้ง 3 ร่างฯในมาตรา 291/13 ว่า เมื่อครบ 7 วัน นับแต่วันที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว ให้นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา เมื่อได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และไม่มีผู้เสนอความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้ประธานรัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปยัง กกต.โดยเร็ว เพื่อดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่า จะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนั้นหรือไม่

          อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ประธานรัฐสภา จะส่งความเห็นไปยัง กกต. ถ้านายกรัฐมนตรีหรือ ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เห็นว่า รัฐธรรมนูญที่สภาร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบแล้วนั้น มีลักษณะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง รูปแบบของรัฐ ให้เสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา

          ทั้งนี้ เพื่อให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว และกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะ เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รูปแบบรัฐ ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป

          ส่วนประเด็นที่ 3 คือ การที่ร่างรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับระบุว่า หากประชาชนลงมติรับรองร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ หากพระมหากษัตริย์ทรงยับยั้ง ไม่ส่งกลับมา ให้รัฐสภาลงมติยืนยัน โดยให้นำมาตรา 150 และ 151 ของรัฐธรรมนูญปี 50 มาบังคับใช้โดยอนุโลม คณะกรรมการที่ปรึกษาเห็นว่า การให้รัฐสภาลงมติยืนยันนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 3 ทั้งยังเป็นการมิบังควรอย่างยิ่งทางการเมือง

          ดังนั้น จึงควรมีการเสนอให้มีการบัญญัติว่า หากประชาชนเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภานำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ เหมือนที่เคยปฏิบัติมาในอดีต

          “ทั้ง 3 ประเด็น ทางคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ เห็นว่า เป็นประเด็นเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นการให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เกรงว่า ถ้ากรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือฉุกคิดให้ดี โดยยังคงยืนยันให้เป็นไปตามทั้ง 3 ร่างฯ ที่สุดแล้วการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ อาจกลายเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ เพราะเมื่อประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ก็จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญทันทีและตกไปในที่สุด"

          นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า จะเสนอให้ผู้ตรวจการฯ พิจารณา หากเห็นด้วยกับที่กรรมการที่ปรึกษาเสนอ ก็ให้มีหนังสือด่วนที่สุด ภายใน 1 - 2 วันนี้ ถึงกรรมาธิการฯเพื่อให้มีการแก้ไขกรณีดังกล่าวเสีย