
ปปท.เล็งเอาผิดเกรย์มาร์เก็ตเลี่ยงภาษีรถ
ปปท. เตรียมประสานสถานทูตอังกฤษ เร่งเอาผิดตลาดรถเกรย์มาร์เก็ต หลังเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรู แฉเจอข้อมูลมีการนำเข้าวันละถึง 60 คัน ทำรัฐเสียรายได้เดือนละ 1,200 ล้านบาท
4 เม.ย.55 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) แถลงภายหลังการประชุมร่วมกับเลขานุการเอกของสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ศุลกากรอังกฤษประจำเกาะฮ่องกง เพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบนักเรียนไทยและคนไทยที่ไปทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษและนำรถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และมีพฤติการณ์เลี่ยงภาษีศุลกากรโดยการสวมสิทธินักเรียนไทยในอังกฤษว่า ขณะนี้ ปปท.กรมศุลกากร กรมการขนส่งทางบกได้ทำการศึกษาแผนประทุษกรรมการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ และมีการนำไปขายในตลาดเกรย์ มาร์เก็ต และขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาด 40-60 เปอร์เซ็นต์ โดยได้ทำการตรวจสอบย้อนหลังในช่วง 3 ปี พบว่าตั้งแต่ปี 2551-ปัจจุบัน มีผู้นำรถเข้ามา 31 คัน เบื้องต้นพบว่ามีจำนวน 14 คัน ที่น่าเชื่อว่าเป็นการนำเข้าโดยผิดกฎหมาย
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวอีกว่า ปปท.จึงขอความร่วมมือไปยังสถานทูตอังกฤษให้ตรวจสอบนักเรียนไทยและคนไทยที่ไปอาศัยอยู่ในอังกฤษและนำรถกลับเข้ามาในไทยว่ามีการซื้อขายและครอบครองรถยนต์ครบตามเงื่อนไขกฎหมายของไทยหรือไม่ และบริษัทที่ขายรถยนต์ให้แก่นักเรียนไทยเป็นใคร มีตัวตนหรือไม่ ซื้อขายในราคาเท่าไร โดยเลขานุการเอกรับว่าจะไปดำเนินการตรวจสอบให้ และเมื่อได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากประเทศอังกฤษจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“สำหรับพฤติการณ์เลี่ยงภาษีศุลกากรโดยนำรถยนต์ใหม่หรู ราคาแพงเข้ามาในราชอาณาจักรช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เช่น เฟอรารี่ ,ปอเช่ร์ ,ออดี้ ,เบ็นลี่ ,แลมโบกินี่ พบว่ามีการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น รถยนต์ใหม่นำเข้ายี่ห้อหนึ่ง ราคาประเทศผู้ผลิตคันละ 189,900 เหรียญสหรัฐฯ อัตราแลกเปลี่ยนเงินไทย 30.90 บาท แต่ผู้นำเข้าได้สำแดงราคากับกรมศุลกากรว่า รถยนต์ยี่ห้อดังกล่าวมีราคา 43,650 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทย 1,348,959 บาท คิดเป็นภาษีทั้งหมด 4,424,585 บาท จะเห็นได้ว่าผู้นำเข้าแจ้งต่ำกว่าราคาจริงถึง 4 เท่า ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีคันละ 16 ล้านบาท ล่าสุดการเปิดตัวรถเบ็นลี่โฉมใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์ ขายในราคา 36 - 39 ล้านบาท แต่ขบวนการเกรย์มาร์เก็ตแจ้งนำเข้าแค่ 1.3 ล้านบาท เสียภาษี 3.4 ล้านบาท รวมราคาขายไม่ถึง 6 ล้านบาท” พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว
เลขาธิการปปท. กล่าวด้วยว่า ในการตรวจสอบระหว่างวันที่ 29-30 มี.ค.ที่ผ่านมา มีรถยนต์ใหม่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยพบหลักฐานเชื่อว่าสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงจำนวน 120 คัน และก่อนหน้านี้ยังพบว่ามีผู้นำเข้ารถยนต์ยี่ห้อเฟอรารี่จำนวน 26 คัน ที่สำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง 2-4 เท่า ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อคัน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลการนำเข้ารถยนต์ใหม่จากต่างประเทศวันละ 60 คันเฉลี่ยเดือนละ 1,200 คัน ซึ่งการเลี่ยงภาษีทำให้รัฐสูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาทต่อเดือน
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า สำหรับดำเนินการในส่วนของศุลกากรนั้น ขณะนี้สามารถติดตามภาษีคืนมาได้จำนวนหนึ่งแล้ว รวมทั้งรถยนต์นำเข้าที่ยังอยู่ในโกดังสินค้าและรถยนต์ที่ยังอยู่ในโชว์รูมที่ยังไม่จดทะเบียนเป็นเจ้าของ ซึ่งมีจำนวนหลายร้อยคัน และปปท.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังประธานธุรกิจลิสซิ่ง และผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์ที่มีถึง 30 ราย ให้ช่วยกันตรวจสอบรถยนต์ที่แอบลักลอบนำเข้ามาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่เสียภาษีถูกต้องที่อาจต้องจ่ายภาษีแพงกว่า อย่างไรก็ตาม ปปท.อยู่ระหว่างการสืบหาข้อมูลว่ามีผู้ใดได้ประโยชน์มากที่สุด และมีกลุ่มผลประโยชน์ใดอยู่เบื้องหลังขบวนการลักลอบนำรถยนต์เข้ามาหรือไม่ และมีการกระทำผิดกฎหมายฟอกเงินของปปง.หรือไม่ หากตรวจสอบพบว่าเงินทุนในตลาดเกรย์ มาร์เก็ตของรถยนต์มาจากไหน ปปท.ก็จะเสนอให้ ปปง.ใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์ทันที
“ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดในเรื่องนี้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในระดับความดูแลของปปท.โดยเฉพาะกรมศุลกากร ส่วนกรมการขนส่งทางบกยังไม่ชัดเจน ซึ่งการสอบสวนความผิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปปท.จะให้ความเป็นธรรม โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนจะเป็นผู้พิจารณาโดยยึดหลักฐานเอกสารและพยานบุคคล โดยความผิดในการลักลอบสวมสิทธิหรือนำเข้ารถยนต์ 1 คันจะถือเป็น 1 คดี และขณะนี้ทางปปท.ได้หารือกับดีเอสไอและปปง.โดยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการการทุจริตในภาครัฐ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว” พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว



