ข่าว

'ยุทธศักดิ์'ชี้ออกหมายจับ'มือคาร์บอมบ์'แล้ว

'ยุทธศักดิ์'ชี้ออกหมายจับ'มือคาร์บอมบ์'แล้ว

04 เม.ย. 2555

'ยุทธศักดิ์'ระบุ ออกหมายจับมือคาร์บอมบ์แล้ว ล้อมคอกลงทะเบียนรถทุกคัน รับโจรใต้นำสารบึ้ม จากนอกมาประกอบในไทยก่อนก่อเหตุที่หาดใหญ่ หนุนเปิดสภาถกลับแก้ไฟใต้

              เมื่อเวลา 09.45 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงให้สัมภาษณ์ถึงการเฝ้าระวังเหตุระเบิดที่จะเกิดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์ว่า นอกจากช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว ในเดือนพฤษภาคมชาวมุสลิมจะมีการจัดงานเพื่อระลึกถึงการครบรอบวันสำคัญ เช่น ตากใบ เกือเซะ และจะมีการประชุมของคณะกรรมการโอไอซี เพราะฉะนั้นหากใครคิดที่จะทำอะไรหรือสร้างสถานการณ์อะไรที่จะเป็นการปลุกปั่นเพื่อให้เกิดสถานการณ์ร้ายแรงขึ้น ก็จะต้องสร้างผลงานในตอนนี้ ซึ่งหลังจากที่ปฏิบัติการเสร็จสิ้นกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะได้รับรางวัล           
 
              ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อรู้นโยบายของกลุ่มโจรใต้อย่างนี้จำเป็นต้องใช้นโยบายเชิงรุกบ้างหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันแล้วว่า ต่อไปนี้ทุกอย่างจะต้องใช้นโยบายเชิงรุกทั้งหมด การทำงานแบบเชิงรับในช่วงที่ผ่านมาก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งก็เห็นชัดว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นหลังจากนี้จะมีแต่เชิงรุก โดยเรื่องแรกที่จะต้องทำให้สำเร็จคืองานด้านการข่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง การข่าวต้องละเอียดมากกว่านี้ เจ้าหน้าที่การข่าวจะต้องทำงานให้มากกว่านี้ และข่าวต้องเร็วกว่านี้ เมื่อถามว่า การข่าวจะสามารถฟื้นฟูได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากถูกฆ่าตัดตอนไปมาก รองนายกฯ กล่าวว่า อย่างไรเราก็ต้องเริ่มวางสายงาน ต้องเริ่มฝังตัวให้ได้ เพราะในการปฏิบัติการเชิงรุก ถ้างานข่าวเราทำไม่สำเร็จงานอื่นเราก็ทำไม่สำเร็จหรอก

              เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างฝ่ายก็ยังออกมาให้ข่าวที่สับสนกันอยู่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวานได้มีการพูดคุยกันแล้วว่า ต่อไปนี้จะต้องพูดให้เหมือนกันจะต้องพบกันบ่อย และจะต้องไปมาหาสู่กัน ไม่ใช่อีกคนไปทำงานและอีกฝ่ายไม่รู้เลย ฝ่ายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ทำงาน แล้วกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ฝ่ายทหารไม่รู้เลยว่าไปทำอะไร ดังนั้นต่อไปทำอะไรจะต้องบอกกันว่าจะทำอะไร และจะต้องไปด้วยกัน

             “ผมจะเป็นคนประสานขับเคลื่อน ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาบางเรื่องไม่ได้บอกกันก็เลยไปกันคนละทาง ต่อไปนี้จะต้องบูรณาการ ซึ่งหลังจากนายกรัฐมนตรีกลับจากต่างประเทศตนก็จะเข้าไปรายงานว่าเจ้าหน้าที่กอ.รมน.เข้าไปทำงานในพื้นที่ได้มีการชี้แจงให้กับรัฐมนตรี ทั้ง 19กระทรวงที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับกอ.รมน.ได้รู้ว่าตนเองจะต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง ขนาดนี้แต่ละกระทรวงไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีหน้าที่อะไรเกี่ยวกับกอ.รมน.” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทำงานแบบบูรณาการตอนนี้ได้เริ่มหรือยัง รองนายกฯ กล่าวว่า ได้มีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ตอนที่ลงไปในพื้นที่แล้ว ซึ่งนายกฯได้มอบหมายงานให้โดยวาจายังไม่ได้ลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรแต่ตนก็ทำงานไปก่อนแล้ว เป็นการทำงานที่เร็ว สั่งด้วยวาจาพวกตนก็ไปทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกแล้ว ซึ่งถือเป็นการทำงานแบบบูรณาการครั้งแรก

             ส่วนที่มีการมองว่าเจ้าหน้าที่ยังต่างคนต่างทำอยู่นั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้ใจเย็นๆ เพราะในการประชุมบูรณาการเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็เป็นการสร้างความเข้าใจระหว่าง ศอ.บต.และ กอ.รมน.ว่า ต่อไปนี้ต้องพบกันบ่อยขึ้นใครไปทำอะไรต้องบอกกัน โดยตนจะเป็นคนประสานการทำงานของทั้งสองฝ่ายให้

             ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูแนวโน้มการก่อเหตุจะออกนอกพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บ้างหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มี ยังอยู่ใน 4 จังหวัด

             เมื่อถามว่า เจ้าหน้าทราบหรือยังว่ากลุ่มที่ปฏิบัติการเป็นกลุ่มไหน รองนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ทางตำรวจเริ่มทราบแล้ว สามารถที่จะส่งรูปและชื่อมาให้ได้แล้ว ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ยังอยู่ในพื้นที่เรากำลังติดตามอยู่

             ทั้งนี้ เมื่อถามว่า เท่าที่ดูหลักฐานแล้วจะสามารถออกหมายจับได้หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีการออกหมายจับแล้วแต่ยังตามหาตัวอยู่

             “เวลานี้เท่าที่เราทราบมีหลายกลุ่มหลายระดับ ทั้งระดับดั้งเดิมและระดับใหม่ ทุกคนทุกกลุ่มก็อยากจะมีความหมายเท่านั้น ทุกคนก็อยากจะมีความสำคัญทั้งนั้นในการปฏิบัติ ดังนั้นจากนี้ไปเราต้องระมัดระวังทุกอย่าง โดยเฉพาะยานพาหนะ ต่อไปนี้จะต้องมีการลงทะเบียนทุกคันที่อยู่ในทุกจังหวัด นอกจากนี้การจอด การเข้าการออกต้องมีความเข้มงวด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

              เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่า ทำไมต้องเป็นที่โรงแรมลีการ์เด้นท์ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ที่นี่เป็นที่พักและแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อช่วงกลางเดือนก็มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุของจังหวัดหาดใหญ่แล้ว และมีการเตือนกันทุกโรงแรมแล้ว แต่ที่เกิดเหตุได้จากการสอบถามในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่โรงแรมมีการเปลี่ยน รปภ.พอดี โดยทราบว่ารถระเบิดเข้าไปจอดในช่วงนี้พอดี ตนจึงแจ้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบเรื่องนี้ให้ดีและในอีก 2-3 วัน ตนจะลงไปพูดคุยเรื่องนี้

             เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นเชิงของสัญลักษณ์หรือไม่ เพราะมีข่าวว่าโรงแรมลีการ์เด้นท์เคยใช้เป็นสถานที่หารือกันระหว่างโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายู (จคม.) กับทางการก่อนหน้านี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ถ้าไปทำอะไรที่นี่จะมีเสียงดังและจะมีความสำคัญในการปฏิบัติมากกว่า และสร้างความสนใจให้กับต่างประเทศด้วย  เมื่อถามว่า คาร์บอมบ์ที่เหลือตอนนี้ต้องส่งเจ้าหน้าที่ตามประกลบเลยหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เข้าประกลบแต่กำลังตรวจสอบหาอยู่ว่ารถที่ยังเหลืออยู่ตรงไหนบ้าง ทั้งจำนวนรถ สีรถ ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบ แต่เรื่องสีรถหรือทะเบียนรถก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ และบ่ายนี้จะให้ฝ่ายข่าวที่มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานให้ตนทราบ ซึ่งการตรวจสอบรถไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำทะเบียน ทำเครื่องหมาย รวมทั้งดูการจอดให้เข้มขึ้น

              ผู้สื่อข่าวถามว่า สารระเบิดที่ใช้มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ความจริงแล้วเป็นการประกอบในเมืองไทยนี่แหละ เพียงแต่ออกมาทีละส่วนทีละส่วน แล้วมาประกอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้พิเศษมาประกอบในเมืองไทยแล้วนำมาใช้ เมื่อถามว่ามีการระมัดระวังเรื่องระเบิดพลีชีพด้วยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ในเมืองไทยคงยังไม่ถึงขั้นนั้น เมื่อถามว่า มีข่าวว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังตอนนี้กำลังตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่า กฎหมายพิเศษที่จะใช้ที่หาดใหญ่ ฝ่ายความมั่นคงมีการสะท้อนว่าอย่างไรบ้าง พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คงยังไม่มีการประกาศใช้ ต้องดูเหตุการณ์ต่อไปในอนาคตว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการที่พิจารณาเกี่ยวกับสถานการณ์ร้ายแรงจะเป็นผู้เรียกประชุมและเสนอเองว่าจะสามารถใช้ พรก.ในพื้นที่หาดใหญ่หรือไม่

              ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ที่หาดใหญ่ต่อจากนี้จะวางใจได้หรือไม่ หรือจะจับตาต่อไป รองนายกฯ กล่าวว่า ในวันที่ 5เม.ย.ที่หาดใหญ่จะมีการแถลงข่าวการจัดงานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ และจะมีการจัดแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดโดยเชิญต่างประเทศมาแข่งขันด้วย ซึ่งกำลังจะฟื้นความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และตอนนี้ทุกร้านในหาดใหญ่ก็เปิดหมดแล้วเมื่อถามต่อว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่านักการเมืองไปเจรจากับนายนายสะแปอิง บาซอ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า ตนขอไม่พูดเรื่องนี้ เมื่อถามว่า มีข่าวว่าที่มีการก่อเหตุขึ้นเนื่องจากขบวนการบีอาร์เอ็นล้มโต๊ะเจรจา โดยไม่เห็นด้วยกับการแนวทางที่เราส่งคนไปเจรจากับเขาจึงมีการก่อเหตุ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่จริง ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรตนพูดไม่ได้ เขาไม่ให้พูด เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดสภาเพื่ออภิปรายเรื่องนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ตนพร้อมชี้แจง แต่หากจะมีการประชุมตนคิดว่าควรเป็นการประชุมลับ เพราะถ้าไม่ประชุมลับก็คงจะพูดกันไม่ได้

 

หนุนเปิดสภาถกลับแก้ไฟใต้

               4 เม.ย.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศะศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ออกมาระบุว่าความรุนแรงในจังหวัดภาคใต้อาจเกิดซ้ำในช่วงรอยต่อเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมว่า ปกติในช่วงปลายเดือนมีนาคม กลางเดือนเมษายน และก่อนวันที่ 15 พ.ค.นี้ นั้นมีงานทุกปีและมีการปฏิบัติการเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่กิดขึ้น เช่น ตากใบ เป็นต้น นอกจากนี้กลางเดือนพฤษภาคมจะมีการประชุมของคณะกรรมการองค์กรมุสลิมโลกหรือโอไอซี ซึ่งตนก็ไม่อยากพูดอะไรมาก แต่การพูดก็เป็นการเตือนให้ระวัง ฉะนั้นหากใครคิดจะทำอะไร เป็นการปลุกปั่นให้เกิดสถานการณ์ร้ายแรงขึ้นก็อาศัยช่วงนี้สร้างผลงานกัน ซึ่งเท่าที่ตนรู้นั้นทุกครั้งที่ปฏิบัติการเสร็จแต่ละภารกิจเขาก็จะได้รับรางวัลกันด้วย

               พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลกับสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ด้วยว่า ต่อไปนี้ทุกอย่างจะต้องเป็นเชิงรุกทั้งหมด เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเห็นว่ามีแต่งานเชิงรับตลอดเวลา โดยงานเชิงรุกที่จะต้องทำให้สำเร็จเรื่องแรกก็คืองานการข่าว จะต้องละเอียดละออกว่าที่เป็นอยู่ ต้องทำงานให้มากกว่านี้และเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งข่าวเร็วขึ้น

              “ต่อไปนี้ต้องพูดคุยกันใกล้ชิดขึ้นไม่ใช่ศอ.บต.ทำงานแล้วฝ่ายทหารไม่รู้เลยว่าไปทำอะไร จะต้องบอกกันว่าไปทำอะไร โดยตนจะเป็นตัวประสานขับเคลื่อน ซึ่งหลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับจากการประชุมอาเซียนจะหารือนายกรัฐมนตรีว่าจะต้องให้เจ้าหน้าที่กอ.รมน. ได้มีการชี้แจงให้กับรัฐมนตรีทั้ง 19 กระทรวงที่รับผิดชอบละเกี่ยวข้องกับกอ.รมน. ได้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เพราะขณะนี้ไม่รู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไรเกี่ยวกับกอ.รมน.” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

               สำหรับผู้ต้องสงสัยมือบึ้ม ในช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจน่าจะนำรูปภาพและชื่อออกมาให้ได้แล้ว และมีหมายจับแล้วแต่ยังตามหาตัวอยู่ซึ่งคาดว่าจะยังอยู่ในพื้นที่ ส่วนกรณีการคาดหมายว่าจะไม่มีคาร์บอมบ์ในพื้นที่ภาคใต้ แต่กลับเกิดขึ้นอีกนั้น ต้องยอมรับว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องระวังทุกอย่าง ในเรื่องของยานพาหนะจะต้องมีการลงทะเบียนยานพาหนะที่อยู่ในทุกจังหวัด ให้มีการทำทะเบียนทั้งหมด รวมทั้งการตรวจตราการเข้าออกของยานพาหนะต้องเข้มงวดขึ้น ส่วนสารระเบิดนั้นไม่อยากพูดว่า มาจากต่างประเทศ แต่เป็นการเอามาประกอบกันทีละส่วน โดยมีความชำนาญการพิเศษเอามาประกอบในเมืองไทย อย่างไรก็ตามตนคิดว่ายังไม่ถึงขั้นการใช้ระเบิดพลีชีพ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุที่เกิดโรงแรมลีการ์เดนส์เป็นเชิงสัญลักษณ์หรือไม่ เพราะมีข่าวว่าใช้เป็นสถานที่หารือกับพวกจ.ค.ม.(โจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา)กับทางราชการ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่การทำที่นั่นเป็นการสร้างความสนใจให้กับต่างประเทศและในประเทศด้วย ซึ่งกลางเดือนมีนาคมมีการซ้อมแผนเผชิญเหตุกับเจ้าหน้าที่ทุกโรงแรมแล้ว แต่ก็ยังเกิด ตนก็ถามว่าทำไม ทางลีการเดนส์ก็ให้เหตุผลว่าวันนั้นเป็นวันที่มีการเปลี่ยนชุด รปภ.พอดี ตนจึงบอกว่าให้ตำรวจไปตรวจสอบดูให้แน่ใจและในอีก 1-2 วันนี้ตนจะลงพื้นที่ไปติดตามอย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะให้ฝ่ายข่าวประสานกับทางตำรวจตรวจสอบหาอยู่ว่ารถที่เหลือในการปฏิบัติการคาร์บอมบ์อยู่ตรงไหน แต่จะกี่คันนั้นไม่อยากระบุ แต่ยืนยันว่ามีแน่นอน

                 อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแก้ปัญหาไฟใต้โดยไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ต้องเป็นการประชุมลับเพราะเป็นเรื่องที่พูดอะไรกันมากไม่ได้ ส่วนที่รัฐบาลระบุว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการระเบิดครั้งนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ขออนุญาตไม่พูดเรื่องนี้และยังไม่รู้ว่ามีนักการเมืองคนใดเกี่ยวข้อง”