
อลงกรณ์เดินหน้าบัญชีดำละเมิดลิขสิทธิ์
"อลงกรณ์" แจงยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ย่านพัฒนพงษ์ทำถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย สั่งตั้ง กก.สอบสวนข้อเท็จจริง เดินหน้าขึ้นบัญชีดำกลุ่มผู้มีอิทธิพล ส่วน "พนม นพพร" ร้องสอบตำรวจ สน.บางรัก ละเว้นปฏิบัติหน้าที่
กรณีเหตุการณ์การปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในย่านพัฒนพงษ์ จนกลายเป็นข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุนั้น นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ตอบข้อซักถามของ นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในการประชุมสภาว่า การดำเนินการเป็นไปตามมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2544 ซึ่งเป็นอำนาจของ รมว.พาณิชย์ ในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสินค้าและยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่ก่อน
อย่างไรก็ตาม พร้อมจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และยืนยันว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างละมุนละม่อม เพราะมีการบันทึกภาพเป็นซีดี ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ติดบัตรแสดงตัวก่อนเข้าดำเนินการ ขณะเดียวกันบางรายให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการมอบของกลาง
ส่วนภาพเหตุการณ์ที่นำมาเผยแพร่ในช่วงหลายวันมานั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เป็นช่วงปลายของเหตุการณ์ เพราะก่อนหน้านี้มีการไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่บริเวณหน้าโรงแรมมณเฑียร หลังจากเจ้าหน้าที่ย้ายของกลางมาบริเวณดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีการชิงตัวผู้ต้องหาต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน แต่หากตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่คนใดทำเกินกว่าเหตุ ก็จะลงโทษตามวินัย
นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า มีรายงานด้วยว่าในพื้นที่นั้นมีการเร่งรัดผลประโยชน์จากกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งมีสีและไม่มีสี ซึ่งไม่ต่างอะไรกับบ่อนการพนัน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ยื่นรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ 41 คน ที่เคยยื่นให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการแล้ว ทราบว่า มีความคืบหน้าในการดำเนินการแล้ว 80-90% และตอนนี้อยู่ในช่วงการจัดทำบัญชีดำในส่วนที่สองเพิ่มเติมอีก
ด้านนายชาตรี ชินวุฒิ หรือ พนม นพพร ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ภาคเอกชน (ปปท.ภาคเอกชน) กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอให้สั่งการให้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก โดยเฉพาะผู้บริหาร 6 คน โดยระหว่างการสอบสวนให้สั่งย้ายไปช่วยราชการที่อื่นไปพลางๆ ก่อน หลังจากปล่อยให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าขัดขวางการเข้าไปจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของเจ้าหน้าที่ที่พัฒนพงษ์
“ผู้ค้าในพัฒนพงษ์พูดจาใหญ่โตว่าที่ขายอยู่ได้ เพราะจ่ายส่วยให้ทุกหน่วยงาน เพื่อเป็นค่าคุ้มครอง จึงขายได้อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล และประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นผู้ค้าสินค้าละเมิด ไปเดินขบวนร้องเรียนไปทั่ว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ พรรคการเมือง และสภาทนายความ ขอเรียนถามว่าทำไม สน.บางรักยังเฉยไม่ดำเนินการอะไร” นายชาตรี กล่าว
ทั้งนี้ ปปท.ภาคเอกชน เห็นว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สืบสวนสอบสวนกรณีการส่งส่วยว่า จ่ายให้ใครและหน่วยงานใด และลงโทษตามกฎหมายฐานเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐเรียกรับสินบน และขอให้มีการปราบปรามอย่างจริงจังเพื่อให้ความคุ้มครองเจ้าของสิทธิที่เสียภาษีอย่างถูกต้องให้ดำเนินกิจการต่อไปได้



