ข่าว

การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ(2)

การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ(2)

04 เม.ย. 2555

การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ(2) : เลียบค่าย โดย คมพิทักษ์ราษฎร์

             สัปดาห์ก่อน พูดถึงกรอบของกฎหมายและแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ซึ่งในความเป็นจริงปัจจุบัน มีการกระทำที่ฝ่าฝืนและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนส่วนรวม ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ อยู่ทุกวัน
 
             การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญจะควบคู่กับการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจ คือ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางบนถนนสาธารณะ การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรนี้เอง ที่กระทบสิทธิของประชาชน, การนำขบวนจะติดสัญญาณไฟวับวาบสีแดง และระบุหน่วยงานไว้ด้วย
 
             ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก กำหนดให้รถยนต์ที่จะติดสัญญาณไฟวับวาบบนส่วนใดส่วนหนึ่งของรถต้องขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร โดยระบุการได้รับอนุญาตไว้ข้างตัวถังรถยนต์ด้านข้างทั้งสองฝั่งไว้ให้ชัดเจน และมีการกำหนดสีของสัญญาณไฟไว้คือ สีแดง เฉพาะรถยนต์ราชการ ที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ, สีเหลือง ส่วนราชการท้องถิ่น, สีน้ำเงิน ส่วนราชการทางการแพทย์ ส่วนหน่วยงานที่ให้บริการสาธารณะทั้งภาครัฐและเอกชน อาจขอรับอนุญาตติดตั้งสัญญาณไฟวับวาบสีเหลืองได้เมื่อมีความจำเป็น
 
             ปัจจุบัน ตำรวจปล่อยปละละเลย ให้คนทั้งคนดี คนร้าย ติดตั้งสัญญาณไฟโดยไม่ได้รับอนุญาต ละเมิดสิทธิ และเป็นภัยแก่ประชาชนอยู่ทุกวัน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและเกิดอุบัติเหตุแก่ประชาชน ผู้ใช้รถก็เรื่องหนึ่ง แต่คนร้ายฉวยโอกาสไปแอบอ้าง ข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ บางที่ถึงกับปล้นทำร้ายร่างกายก็มี จากการที่ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หลวมตัวเชื่อฟัง กว่าจะรู้ตัวก็ตกเป็นเหยื่ออาชญากรไปแล้ว
 
             ตำรวจนครบาล ขณะนี้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ พากันสงสัยว่าทำไมปล่อยให้พวกมิจฉาชีพติดป้ายข้อความข้างรถยนต์ให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นตำรวจ เช่น "หน่วยจู่โจม สน...." "สนับสนุนปราบอาชญากรรม สน...."  "หน่วยสืบเคลื่อนที่เร็ว สน..." "หน่วยสนับสนุนปราบปรามอาชญากรรม บก..." แล้วแต่จะสรรสร้างตั้งชื่อขึ้นมา สภาพรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, คนขับและคนที่นั่งมาในรถ มองดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี คล้ายโจรห้าร้อย ตระเวนไปทั่วกรุงเทพฯ
 
             เอ...หรือว่า เป็นมือหาเงินของตำรวจเลว?!?