ข่าว

เคาะใช้กม.เลือกตั้งท้องถิ่นใช้เลือกสสร.

เคาะใช้กม.เลือกตั้งท้องถิ่นใช้เลือกสสร.

03 เม.ย. 2555

กมธ.แก้รธน. เคาะใช้กฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นปรับใช้เลือกสสร. วางกกต.จัดเลือกตั้งภายใน 75 วัน พร้อมให้อำนาจศาลอุทธรณ์เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

              เมื่อเวลา 09.30 น.  วันที่ 3 เม.ย. คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมได้มีการประชุมมีนายสามารถ แก้วมีชัย เป็นประธาน โดยก่อนเข้าสู่วาระ กรรมาธิการจากพรรคฝ่ายค้านและส.ว.บางส่วน ได้แสดงความไม่พอใจที่นายสามารถเรียกประชุมด่วนเป็นกรณีพิเศษ

              นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์ ตำหนิว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติในการทำงาน เพราะแจ้งนัดประชุมกันเร่งด่วน ทั้งที่เดิมกำหนดประชุมเฉพาะวันพุธและวันพฤหัสบดีเท่านั้น ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองประธานคณะกรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสงสัยคือ ประธานฯจะทราบได้อย่างไร ว่ากระบวนการทำงานจะสิ้นสุดในวันที่ 5 เม.ย. เพราะข้อบังคับการประชุมรัฐสภากำหนดให้กรรมาธิการฯสามารถเสนอคำแปรญัตติได้ตลอดเวลา และหลังเชิญผู้เสนอคำแปรญัตติมาชี้แจงแล้ว ยังต้องทำรายงานอีก ต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ดังนั้นการกำหนดให้สิ้นสุดวันที่ 5 เม.ย.จึงถือเป็นความผิดปกติ

              ขณะที่นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กรรมาธิการฯ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้คัดค้านการนัดประชุมเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ แต่สิ่งที่ไม่เห็น ด้วย คือการนัดประชุมล่วงหน้าก่อนประชุมไม่กี่ชั่วโมง ได้รับเพียงข้อความสั้นว่าให้มาร่วมประชุมในวันนี้ตอนเที่ยงคืนของวันที่ 2 เม.ย.

              ด้านนายสามารถชี้แจงว่า ไม่ได้ดำเนินการผิดปกติหรือไปรวบรัด แต่ใช้อำนาจประธานฯตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ที่ให้ประธานฯกำหนดวันประชุมเพิ่มเติมได้หากเล็งเห็นว่ามีความจำเป็น กรณีนี้ได้เรียกประชุมเพิ่มเติมผ่านทางจดหมายเชิญประชุม และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นไม่ได้นัดประชุมผิดธรรมชาติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามถ้าที่ประชุมพิจารณาไม่ทันจริงๆ ก็สามารถขยายเวลาเพิ่มเติมอีกได้

              ทำให้นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสวนว่า ถึงจะเป็นอำนาจของประธานฯก็จริง แต่ควรจะเล็งเห็นถึงภารกิจของ ส.ส.ด้วย อย่างวันนี้พรรคประชาธิปัตย์มีประชุมพรรควาระสำคัญ คือการเตรียมข้อมูลอภิปรายรายงานปรองดองของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความ ปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ไม่พรรคอื่น ที่ให้ใครมาชี้นิ้วสั่งก็ได้ ที่สำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงจะล่าช้าก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะรัฐธรรมนูญปัจจุบันยังบังคับใช้อยู่

              ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์อีกคน กล่าวตำหนิว่า ประธานฯอย่าเพิ่มเติมเชื้อไฟความขัดแย้งให้กับบ้านเมืองอีก ทั้งนี้ภายหลังการเปิดโอกาสให้กมธ.ฝ่ายค้านได้อภิปรายกว่า 1 ชั่วโมง นายสามารถได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมในมาตรา 291/5

              จากนั้นจึงเริ่มพิจารณาต่อในมาตรา 291/5 เกี่ยวกับการกำหนดอำนาจให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดการเลือกตั้ง สสร. โดยเชิญตัวแทนกกต.เข้าชี้แจง ซึ่งที่ประชุมใช้เวลาถกเถียงกันนานหลายชั่วโมง เนื่องจากนายพิชิต ชื่นบาน กรรมาธิการฯจากพรรคเพื่อไทย ขอแปรญัตติ โดยกำหนดให้กกต.จัดการเลือกตั้งสสร.ภายใน 75 วัน และให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งบทกำหนดโทษมาใช้โดยอนุโลม รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาด การตัดสิทธิ์ การเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งให้เป็นอำนาจศาลอุทธรณ์ ขณะที่กมธ.ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์คัดค้านเพราะเห็นว่าควรจะออกเป็น พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร.เลย เพราะแม้จะใช้เวลาสักพักแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร อย่างไรก็ตามหลังจากใช้เวลาถกเถียงกันกว่า 8 ชั่วโมง ที่สุดนายสามารถได้ขอมติที่ประชุม ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของนายพิชิต

              จากนั้นเป็นการพิจารณาในส่วนมาตรา 291/6, 291/7, 291/8 291/10 ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นสมควรให้ยืนตามร่างเดิมของรัฐบาลทุกประการ มีเพียงข้อความในส่วน291/9 ที่มีการปรับเล็กน้อย โดยเป็นเรื่องของระยะเวลาประชุมครั้งแรกของ สสร. จากเดิมให้มีการประชุมภายใน10วันหลังจากมี สสร.เป็น 30วัน เช่นเดียวกับในมาตรา 291/11 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ยืนตามร่างรัฐบาล แต่ปรับระยะเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จถัดจากวันประชุม สสร.ครั้งแรก จาก 180วันเป็น240วัน