
'แค่เดินตามพ่อ'ความสุขก็ยั่งยืน
'แค่เดินตามพ่อ' ความสุขก็ยั่งยืน
จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่คิดทำสิ่งต่างๆ เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นโดยที่ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน หากแต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้น คือ ความสุขที่ยั่งยืน ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของผู้ให้อย่างแท้จริง และตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ของไทยนั่นเอง
เพื่อให้เข้าใจถึงความดีอย่างลึกซึ้ง มูลนิธิธรรมดี สำนักงานทูตความดีแห่งประเทศไทย บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ฯ และสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี จึงจัดสัมมนาหัวข้อ "ถอดรหัส 'ธรรมดีที่พ่อทำ' พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ผู้ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เป็นผู้ถ่ายทอดมุมมองความดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีโอกาสได้สัมผัสมาตลอดอายุการถวายงาน 35 ปี พร้อมแนะนำรายการโทรทัศน์ "ธรรมดีที่พ่อทำ" ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 40
ดร.สุเมธ กล่าวว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอดเวลาทรงงาน นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้ตลอดเวลา พร้อมกับพระราชทานความรู้ให้คนไปช่วยตัวเอง แต่คนในชาติมักชอบแต่สิ่งสำเร็จรูป หลายครั้งที่เรามักจะเห็นว่าความดีขายไม่ได้ในสังคมไทย ฟังแล้วเศร้าใจเพราะทุกคนมัวแต่นึกถึงผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ไม่คิดแสวงหากำไรของความดี สิ่งนี่แหละที่ทำให้สังคมโลกของเราถอยหลังไปเรื่อยๆ
"สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนไม่ต้องถอดรหัสอะไรเลย เป็นสิ่งที่เรียบง่ายเป็นธรรมดาและธรรมชาติมากที่สุด แต่ทุกวันนี้หลายคนสติสัมปชัญญะขาดหายไป ทรงสอนพวกเราด้วยการกระทำ ผ่านพระราชดำรัส ผ่านโครงการต่างๆ ในพระราชดำริ ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เราเรียนรู้แต่พวกเรากลับไม่รับสิ่งนั้นมาปฏิบัติตาม คนไทยไม่ยอมมอง ไม่ยอมฟัง ไม่คิดที่จะสงสัยว่าพระองค์ท่านทรงทำอะไรอยู่ ผมเรียนอยู่ต่างประเทศไปมาแล้วทุกทวีป แต่ไม่เท่ากับที่เรียนกับพระเจ้าอยู่หัว ครั้งแรกที่ผมได้เข้ามาถวายงาน พระองค์ทรงสอนและให้ความรู้ทุกอย่างจากคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมาจนถึงทุกวันนี้ ตลอดเวลา 65 ปีที่ทรงครองราชย์ ทรงรักษาปัจจัยชีวิตของเราอย่าง ดิน น้ำ ลม ไฟ มาโดยตลอด ทรงยุยงให้เรารักษาเอาไว้ให้ได้ แต่เรากลับเห็นเงินเป็นใหญ่ เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวแล้วมานั่งทุกข์ใจเมื่อทุกอย่างหมดไป
พระเจ้าอยู่หัวทรงพยายามรักษาอาหารการกินของเราให้พร้อมมาโดยตลอด ให้ยึดหลักอยู่อย่างพอเพียงแค่พออยู่พอกิน แต่เรามักจะคิดว่ามันต้องเหลือกินเหลือใช้ถึงจะดี ซึ่งจริงๆ แล้วความพอดีเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด หรือหลักทศพิธราชธรรมที่พระองค์ทรงทำ เราสามารถปฏิบัติตามได้อย่างแรก คือ ทานัง คือ การให้ทานโดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน และ บริจาคะ คือ ให้ของเล็กเพื่อประโยชน์ที่ใหญ่กว่า ยกตัวอย่างการบริจาคเงินคนละ 5 บาท 10 บาท แต่ได้โรงพยาบาลหรือโรงเรียนหนึ่งโรง เป็นการเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองให้อยู่รอด
พระเจ้าอยู่หัวทรงสอนจนพระวรกายเสื่อมโทรม ทรงตรากตรำทรงงานอย่างหนักเพื่อรักษาแผ่นดินให้เราใครช่วยอะไรท่านได้บ้าง อย่างน้อยขอให้เดินตามพระองค์ก็พอ พระองค์เคยรับสั่งเอาไว้ว่าพระมหากษัตริย์ความจริงแล้วอยู่ยอดพีระมิด แต่คนไทยกลับยอดพีระมิดลง ใครมีอะไรไม่พอใจเอามาใส่พระองค์หมด นั่นคือความทุกข์ที่พระองค์ทรงแบกรับมาตลอด 65 ปี เอาสองมือน้อยๆ ของเรา 66 คนล้านคนช่วยกันพยุงแผ่นดินเอาไว้ ประเทศชาติของเราก็จะสงบสุข และไม่ว่าเราจะทำอะไรต้องนึกถึงลูกหลานที่จะได้รับผลกระทบจากการกระทำของเราด้วย พระเจ้าอยู่หัวทรงช่วยทำแล้วพวกเราทุกคนควรจะช่วยทำกันต่อ โดยมีจิตสำนึกตามสัญชาตญาณของตัวเอง และสุดท้ายเราจะได้รับแต่ความสุขเท่ากัน" ดร.สุเมธ แจกแจง



