ข่าว

'ปู'ถกผู้นำเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียน

'ปู'ถกผู้นำเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียน

03 เม.ย. 2555

'ยิ่งลักษณ์' ร่วมประชุมอาเซียนวันแรก กำหนดทิศทางไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ปี 2558 เสนอนำ 3 เสาหลักมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เร่งสร้างอาเซียนปลอดยาเสพติด แก้ปัญหาหมอกควัน เชื่อมโยงภายในอาเซียน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 3 เม.ย. 55  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะทางการฝ่ายไทย อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 20 และฉลองครบรอบ 45 ปี อาเซียน ณ สำนักงานนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา 

          จากนั้น เวลา 10.45 น. นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนแบบเต็มคณะ มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับกัมพูชาในการเป็นประธานอาเซียน และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า ไทยเสนอให้จัดลำดับความสำคัญของการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะการนำ 3 เสาหลักมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

          1. เสาหลักเศรษฐกิจ ต้องดำเนินการเพื่อนำไปสู่การค้าแบบเสรี เอื้อต่อการส่งเสริมการลงทุนทางตรงในอาเซียน การทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันจะทำให้เกิดการขยายตัวทางการค้าในอาเซียนและดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุน การเริ่มให้มีการเจรจากับคู่ภาคีเอฟทีเอ ภายในปลายปีนี้ การจัดตั้งหุ้นส่วนเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางในภูมิภาคของอาเซียน 

          2. เสาหลักการเมืองและความมั่นคง สนับสนุนป้องกันการก่อการร้ายในภูมิภาค รวมทั้งสนับสนุนอุดมการณ์ทางประชาธิปไตย หลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล นอกจากนี้ต้องสนับสนุนให้ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ลงนามในสนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปีนี้ และความจำเป็นในการสร้างประชาคมที่ปราศจากยาเสพติด ซึ่งไทยสนับสนุนให้มีการรับรองแถลงการณ์อาเซียนว่าด้วยเขตปลอดยาเสพติด

          3. เสาหลักสังคมและวัฒนธรรม ต้องมีความร่วมมือมากขึ้นในเรื่องของหมอกควันข้ามเขตแดน โดยมีเป้าหมายลดวาตภัยให้เหลือเพียง 5,000 แห่ง ในลุ่มแม่น้ำโขง ภายใน พ.ศ. 2558 สำหรับประเด็นเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติ นายกรัฐมนตรีเสนอเป้าหมายการสร้างเครือข่ายประชาคมที่สามารถบริหารจัดการภัยพิบัติได้ โดยการใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์และแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำข้ามเขตแดน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างพลเรือนและทหาร เพื่อทำเป็นศูนย์กลางเครือข่ายเข้มแข็งมากขึ้น

          นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญด้านความเชื่อมโยงอาเซียน ที่ต้องเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกอาเซียน เพื่อสร้างประชาคมให้สามารถแข่งขันได้ โดยต้องลดอุปสรรคบริเวณชายแดน ควบคู่กับการพัฒนากลไกการรักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงลักลอบการกระทำที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด จนกระทั่งวัสดุนิวเคลียร์ ทั้งนี้อาเซียนยังต้องดำเนินการลดช่องว่างระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยการสร้างความมั่นคงและเจริญเติบโตแก่ประชาคมอาเซียน ซึ่งประเทศไทยมีนโยบายลดช่องว่างดังกล่าวผ่านกรอบความร่วมมือต่างๆ 

          จากนั้นเวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน สำหรับผู้นำอาเซียนที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ก่อนเข้าร่วมประชุมกับภาคประชาสังคม ต่อในช่วงบ่าย เป็นการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)

----------