ข่าว

พลังงานมั่นใจมีเงินแบกภาษีน้ำมันย้ำปรับช่วงแรกไม่กระทบประชาชน

พลังงานมั่นใจมีเงินแบกภาษีน้ำมันย้ำปรับช่วงแรกไม่กระทบประชาชน

13 พ.ค. 2552

พลังงานมั่นใจมีเงินเพียงพอแบกภาระหลังปรับภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เผยมีฐานะสุทธิกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐบาลยังไม่ขึ้นเต็มเพดาน

 นายศิวะนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) หรือ สบพน. เปิดเผยว่า ผู้ใช้น้ำมันจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตของรัฐบาลในระยะแรก โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีฐานะสุทธิถึง 16,169 ล้านบาท จะเข้าไปพยุงราคา เพื่อไม่ให้ราคาหน้าสถานีบริการปรับขึ้นตามภาษีสรรพสามิต ส่วนการชดเชยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐานยูโร 4 จำนวน 100-200 ล้านบาทต่อเดือนนั้น เป็นภาระที่ไม่มากนักในแต่ละเดือน

 นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวทางที่จะทยอยปรับภาษีสรรพสามิตไม่ให้ขึ้นตามเพดานทั้งหมดทันที ดังนั้น กองทุนไม่ต้องรับภาระครั้งเดียว อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศต่ำเกินไป เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ที่มีประสิทธิภาพ สุดท้ายจะทำให้อัตราภาษีสรรพสามิตทั้งหมดอยู่ในโครงสร้างราคาน้ำมัน

 “เพื่อช่วยเหลือประชาชน การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ จำเป็นต้องใช้เงินกองทุนมาพยุง เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับขึ้น ซึ่งจะทำให้รัฐไม่ต้องมีภาระเรื่องการเช็กสต็อกน้ำมัน“ นายศิวะนันท์ กล่าวและว่า ขณะนี้กองทุนต้องรอดูนโยบายรัฐบาลก่อนว่า จะทยอยปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันอย่างไร จึงจะทราบภาระของกองทุนที่จะต้องพยุงราคาแต่ละเดือน

 ปัจจุบันกองทุนมีรายได้หลักจากการเก็บเงินจากน้ำมัน เบนซิน 95 เก็บที่ 7 บาท ต่อลิตร เบนซิน 91 เก็บที่ 5.7 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บที่ 2.35 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เก็บที่ 1.75 บาทต่อลิตร ดีเซล เก็บที่ 1.70 บาทต่อลิตร และชดเชย แก๊สโซฮอล์ อี 20 ที่ 30 สตางค์ต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ อี 85 ที่ 8 บาท ต่อลิตร และไบโอดีเซล ที่ 20 สตางค์ต่อลิตร