
ศาลให้ใช้เงินพท.ประกัน'แดงเชียงใหม่'
ศาลไม่ให้ใช้เงินกองทุนยุติธรรมประกันตัวเสื้อแดงเชียงใหม่ ต้องใช้เงินพรรคเพื่อไทย ส่วนคดีเผาศาลากลางภาคอีสานพฤติการณ์ร้ายแรงไม่ให้ประกัน ทีมยุทธศาสตร์ "เพื่อไทย" กำชับเร่งเดินหน้าแก้ รธน.
ที่กระทรวงยุติธรรม วันที่ 2 เม.ย. นายพิทยา จินาวัฒน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยเรื่องการใช้เงินกองทุนยุติธรรมจำนวน 43 ล้านบาทเพื่อใช้ประกันตัวผู้ต้องหากลุ่มคนเสื้อแดงจำนวน 57 คนว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณมาให้แล้ว โดยที่ผ่านมาทางกรมคุ้มครองสิทธิฯก็ได้ทยอยยื่นประกันตัวผู้ต้องหาคนเสื้อแดงมาอย่างต่อเนื่อง และพบว่าศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติให้มีการประกันตัวผู้ต้องกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่จำนวน 5 คนในชั้นอุทธรณ์ โดยใช้เงินของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากศาลไม่อนุมัติให้ใช้เงินของกองทุนยุติธรรมมาประกันตัว
ทั้งนี้การให้ประกันหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล กรมคุ้มครองสิทธิฯไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ ส่วนการประกันตัวผู้ต้องขังเสื้อแดงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่อื่นๆ ศาลไม่ให้ประกัน โดยศาลพิจารณาตามเอกสารและพฤติกรรมของคดี ซึ่งผู้ต้องหารายหลายมีการกระทำรุนแรง เช่น เผาศาลากลาง และสถานที่ราชการ หากปล่อยตัวชั่วคราวอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหรืออาจหลบหนี
“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน ศาลไม่ได้บอกว่าต้องการหลักทรัพย์เท่าไหร่ และไม่ได้ระบุว่าผู้ต้องหาแต่ละรายต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกันเท่าไหร่ และไม่ได้บอกว่าหลักทรัพย์ไม่พอ แต่อยู่ที่พฤติกรรมของผู้ต้องหา ทั้งนี้ฝ่ายการเมืองหรือกรมคุ้มครองสิทธิฯไม่สามารถไปก้าวล่วงได้เพราะถือว่าต้องเคารพอำนาจของตุลาการ” นายพิทยา กล่าว
ทีมยุทธศาสตร์พท.กำชับเร่งเดินหน้าแก้รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรรคเพื่อไทยได้ประชุมคณะทำงานด้านยุทธศาตร์ โดยช่วงหนึ่งของการหารือได้พูดถึงเรื่องการปรองดอง ซึ่งคาดว่าวันที่นำเข้าสู่ที่ประชุมสภาน่าจะอภิปรายกันมาก เพราะลำพัง ส.ส. พรรคเพื่อไทยเองก็แสดงความจำนงขออภิปรายเป็นจำนวนมากแล้ว ดังนั้นที่ประชุมจึงเสนอว่าควรกำหนดประเด็นให้ชัดเจนว่าจะอภิปรายประเด็นไหนบ้าง รวมทั้งเห็นว่าควรกำชับ ส.ส.ให้อภิปรายเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์และเป็นสาระเท่านั้่น อย่าตอบโต้หรือหลงเกมยั่วยุของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากวันดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ ดังนั้นหากเล่นเกมทางการเมือง ประชาชนย่อมใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจเองได้
นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยกำชับให้ ส.ส.ของพรรค และที่เป็นกรรมาธิการให้เร่งเดินหน้า อย่าให้เกิดอะไรที่ติดขัด ที่สำคัญ ต้องทำให้เสร็จทัน เพราะได้มีการเลื่อนปิดสมัยประชุมออกไปแล้สว เพื่อไม่ให้เกิดเสียงวิพากษ์จารณ์ด้วย
"กมธ.ปรองดองฯ"เชิญ"ผู้วิจัย"ร่วมแจงสภา
รายงานข่าวจาก กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ แจ้งว่าในการประชุมสภาวันที่ 4 เม.ย. นี้ที่มีความเป็นไปได้ว่าที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณารายงานของกมธ.ปรองดอง โดยทางกมธ. ได้ส่งจดหมายเชิญคณะผู้ทำวิจัยแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ มาร่วมชี้แจงในที่ประชุม เนื่องจากในรายงานของกมธ.ปรองดองนั้นมีการเสนอรายงาน 2 ส่วน คือ รายงานที่ทำโดยคณะวิจัยสถาบันพระปกเกล้า และรายงานสรุปของกมธ.ปรองดอง ดังนั้นในส่วนของการทำวิจัย จึงจำเป็นที่ต้องให้คณะทำงานเป็นผู้มาชี้แจงต่อที่ประชุม ส่วนรายงานของกมธ.ปรองดองนั้น จะมอบหมายให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ฐานะประธานกมธ.ปรองดอง เป็นผู้ชี้แจง
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ขณะนี้ พล.อ.สนธิ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กมธ.ปรองดอง ร่างขั้นตอนการนำเสนอและการชี้แจงในที่ประชุมสภาฯ เพื่อนำไปซักซ้อมความเข้าใจ และทราบขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ ทั้งนี้จะได้เน้นประเด็นสร้างความเข้าใจ ต่อประเด็นการออกร่างกฎหมายปรองดอง หรือ นิรโทษกรรม ว่ากมธ.ปรองดองไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการในส่วนดังกล่าว และไม่ได้มีการเสนอร่างกฎหมายใดๆ เข้าสู่สภา หลังจากที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีอย่างหนักต่อประเด็นดังกล่าว โดยประเด็นนี้ พล.อ.สนธิ จะเป็นผู้ชี้แจงด้วยตนเอง
คณะทำวิจัยพระปกเกล้ายังไม่มีข้อสรุปจะถอนรายงานหรือไม่
น.ส.ถวิลวดี บุรีกุล รองหัวหน้าคณะผู้วิจัยแนวทางการสร้างความปรองดองที่เสนอต่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวหลังการหารือในส่วนของคณะผู้วิจัยที่ใช้เวลาหารือนาน 3 ชั่วโมงว่า ในวันที่ 3 เม.ย. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าจะมีการแถลง ในประเด็นนี้ด้วยตัวเองภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า โดยเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะถอนรายงานของคณะผู้วิจัยหรือไม่ แต่ประเด็นที่จะแถลงในวันที่ 3 มี.ค. คือ เป็นการย้ำถึงข้อเสนอแนวทางการสร้างความปรองดอง ตามผลการวิจัย พร้อมข้อเสนอแนะในการนำไปปฏิบัติ ที่ไม่ส่งผลต่อการเพิ่มความขัดแย้งในสังคม ซึ่งข้อเสนอที่เตรียมแถลงนั้นเชื่อว่า เป็นข้อเสนอที่จะสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อลดความแตกแยกได้



