
"กล้าตาย"เพื่อชาติอนุ กมธ.ป่าไม้เปิดใจ
การทำหน้าที่อนุกรรมาธิการทรัพยากรป่าไม้และสัตวป่า วุฒิสภา อย่างทุ่มเทของ "กิตติณรงค์ เกิดรอด" วัย 39 ปี จนได้รับอันตรายถึงชีวิต กระนั้นแล้วเขาก็ยังยืนหยัดที่จะทำหน้าที่รักษาทรัพยากรของชาติต่อไป
"คม ชัด ลึก" มีโอกาสได้พูดคุยกับกิตติณรงค์ ที่ยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมทรวงอก ชั้น 4 รพ.ราชบุรี เขาถูกคนร้ายยิงเข้าที่ชายโครงและก้นกบกระสุนฝังใน นอกจากนี้ คมกระสุนยังถากลำคอ ศีรษะ และนิ้วโป้งขวา ซึ่งอาการล่าสุดปลอดภัยพอที่จะลุกขึ้นนั่งและพูดคุยได้ตามปกติแล้ว
"ผมจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีว่าใครเป็นคนยิงผม ผมจำหน้าคนยิง จำรถกระบะได้อย่างดี" กิตติณรงค์เข้าเรื่องด้วยการยืนยันถึงตัวคนร้าย
สาเหตุที่จำได้อย่างแม่นยำก็เพราะกิตติณรงค์เคยเห็นหน้า "คนร้าย" รายนี้มาแล้วหลายครั้งในละแวกวัดห้วยกวางจริง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี รู้ว่าเป็นนายทุนรับซื้อไม้คนหนึ่ง แต่ไม่สนิทสนมถึงขั้นพูดคุยกัน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาได้รับข้อมูลความผิดปกติเกี่ยวกับการทำไม้ของนายทุนคนนี้ จึงทำเรื่องร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 6-7 ครั้ง ส่งผลให้มีการตรวจค้นและจับกุมตามมา
ด้วยเหตุนี้อนุกรรมการธิการผู้นี้จึงเชื่อว่าปมสังหารอาจมาจากเรื่องนี้ก็เป็นได้ !?!
กิตติณรงค์เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุให้ฟังอีกครั้งหนึ่งว่า...8 พฤษภาคม 2552 เขาขับรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บฉ 3831 เพชรบุรี ไปร่วมงานศพที่วัดห้วยกวางจริง ระหว่างทางพบรถบรรทุก 10 ล้อบรรทุกไม้เบญจพรรณเกือบเต็มคันมุ่งหน้าออกมาจากป่าสงวนแห่งชาติแก่งกระจานผ่านวัด เขาตัดสินใจเลี้ยวรถขับตามไปดูว่า รถบรรทุกคันนี้จะเอาไม้เบญจพรรณไปที่ไหน อีกใจก็คิดว่าไม้ที่บรรทุกมานี้เป็นไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ลักลอบตัดโดยผิดกฎหมายด้วยหรือไม่
ระหว่างติดตามเขาโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักบริหารจัดการป่าไม้ที่ 10 ราชบุรี ให้สกัดจับรถบรรทุกคันดังกล่าว แต่ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากไม้เบญจพรรณยากต่อการตรวจสอบแหล่งที่มา กระทั่งรถวิ่งเข้าไปในด่านชั่งน้ำหนักของเอกชนในเขต ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี จึงเลี้ยวรถกลับโดยใช้ถนนสายหนองหญ้าปล้อง-ห้วยยางโทน ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ระหว่างนั้นมีรถกระบะนิสสัน ฟรอนเทียร์ 4 ประตู สีดำ ไม่ทราบทะเบียนขับตามขึ้นประกบ แล้วคนขับก็ชักอาวุธปืนออกมายิงกิตติณรงค์
"เหตุการณ์มันรวดเร็วเกินไปจนผมไม่มีโอกาสตอบโต้ หลังจากยิงผมแล้วคนร้ายก็หนีไปทาง อ.ปากท่อ พอดีลูกน้องผู้กำกับผ่านมาเจอเหตุการณ์พอดี เลยช่วยเหลือนำผมส่งโรงพยาบาล แล้ววิทยุสื่อสารสกัดจับคนร้าย ผมมาทราบทีหลังว่า พ.ต.อ.ไพจิตร รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผกก.สภ.ปากท่อ ทราบจากวิทยุสื่อสารว่าเกิดเหตุยิงกัน ผู้กำกับเห็นรถยนต์ต้องสงสัยสวนทางมาจึงไล่ตาม แต่คนร้ายขับไวมากจนตามไม่ทัน แต่ก็พอจดจำหมายเลขทะเบียนได้" กิตติณรงค์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ไพจิตร รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผกก.สภ.ปากท่อ เล่าว่า วันเกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งจากวิทยุสื่อสาร ขณะออกตรวจสังเกตเห็นรถยนต์ตามตำหนิรูปพรรณขับมาด้วยความเร็วสูง จึงพยายามติดตามไปก็ไม่ทัน แต่ก็สามารถจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับรถคันนี้ได้ว่า เป็นรถกระบะนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีดำ ทะเบียน ตว 6527 กรุงเทพมหานคร
ผู้กำกับปากท่อตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบกก็พบว่า เจ้าของรถคันนี้คือ "จิรายุทธ เสนีวงศ์" อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 2 ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี จึงนำรูปภาพของเขาไปให้กิตติณรงค์ดูก็ให้การยืนยันว่า คนร้ายที่ก่อเหตุยิงเขาคือจิรายุทธ !?!
ขณะที่ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผบก.ภ.จว.ราชบุรี กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" ว่าศาลจังหวัดราชบุรีได้พิจารณาสำนวนการสอบสวนแล้วจึงอนุมัติหมายจับนายจิรายุทธ เสนีวงศ์ ในข้อหาพยายามฆ่าและข้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน เบื้องต้นญาติติดต่อจะพานายจิรายุทธมามอบตัวในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ จากนั้นจะสอบปากคำหาสาเหตุว่า ประเด็นการสังหารมาจากเรื่องอะไร
ฟากกิตติณรงค์แม้เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดจากการทำหน้าที่ และแม้จะผ่านเหตุร้ายมาได้เพียง 4 วันเท่านั้น แต่เมื่อถามถึงอนาคตในฐานะอนุกรรมาธิการทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่านับจากนี้ เขายืนยันเสียงหนักแน่นโดยไม่ต้องคิดเลยว่า...
"ถึงแม้ผมจะโดนยิงครั้งนี้ มันไม่คุ้มกับเบี้ยประชุมที่ได้ครั้งละ 500 บาท แต่ผมก็จะทำหน้าที่รักษาทรัพยากรของชาติต่อไป ผมทำเพราะใจผมรัก และผมจะทำอย่างเต็มที่"
นี่คงมากกว่าคำมั่นสัญญา !?!



