ข่าว

'ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร'รวมตัวฟ้องศาล

'ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร'รวมตัวฟ้องศาล

02 เม.ย. 2555

'กลุ่มผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร' 371 ราย รวมตัวฟ้องศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่ง รฟท. 5 ฉบับ โวยสัญญาใหม่ไม่เป็นธรรมค่าเช่าแพง

                    2 เม.ย.55 นายสงวน ดำรงค์ไทย ประธานสหกรณ์ตลาดนัดจตุจักร กับพวกซึ่งเป็นผู้ค้าในตลาดนัด จตุจักรรวม 371 รายมอบอำนาจให้ นาย วิชาญ ดวงฤทธิ์ ทนายความ ยื่นฟ้องการรถไฟ แห่งประเทศไทย (รฟท.),นาย ยุทธนา ทรัพย์เจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย.,นาย จรัสพันธ์ วัชโรทัย รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 เรื่องออกประกาศเรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                    คำฟ้องระบุว่าเมื่อปลายปี 2554 รฟท.ผู้ถูกฟ้องที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องทราบว่ากรุงเทพมหานครจะครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาเช่าที่ดินตลาดนัดจตุจักรในวันที่ 1 ม.ค.55 และผู้ถูกฟ้องที่ 1 จะไม่ให้กรุงเทพมหานครเช่าพื้นที่อีกต่อไปโดย ผู้ถูกฟ้องที่ 1 จะเข้ามาบริหารตลาดนัดเองตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ต่อมาเดือน ก.พ. - มี.ค. ผู้ถูกฟ้องทั้งสามได้ออกประกาศ เหตุที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 371 หลายฉบับเพื่อให้กลุ่มผู้ค้าไปลงนามสัญญาเช่าและชำระเงิน โดยประกาศมีข้อความลักษณะ บีบบังคับให้ผู้ค้าไปทำสัญญาด้วยว่า ”เมื่อพ้นกำหนดวันที่ 29 มี.ค.55 แล้วจะถือว่าผู้ค้าสละสิทธิ์ไม่ประสงค์จะทำสัญญาเช่ากับ รฟท. ต่อไป”และการเรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ผู้ถูกฟ้องทั้งสามประกาศยังไม่เป็นธรรมและสูงเกินกว่าความเป็นจริงโดย เรียกเก็บเงินจากผู้ค้าแผงกึ่งถาวร 27 โครงการและแผงค้าไก่ชนเดิม เดือนละ 3,562 บาท แผงค้าต้นไม้เดือนละ 900 บาท แผงค้า สีเขียวเดือนละ1,910 บาทและแผงค้าหนังสือเดือนละ 2,035 บาท ทั้งที่ผู้ถูหกฟ้องที่1 ให้กรุงเทพมหานครเช่าที่ดินเพียงอัตราค่าเช่าตารางเมตรละ 18.50 บาทต่อเดือน

                    โดยผู้ฟ้องทั้ง 371 รายเห็นว่าประกาศของ รฟท.ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพระแม้ว่าผู้ถูกฟ้องที่ 1 จะเป็นเจ้าของที่ดินตลาดนัดจตุจักร แต่เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่จะต้องปฎิบัติตามที่กฎหมายบังคับให้ประกอบกิจการดังที่ พรบ. การรถไฟแห่งประเทศไทยฯได้มีกำหนดให้”วัตุประสงค์และอำนาจ”ในการประกอบกิจการของการรถไฟเท่านั้น ไม่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบใดที่ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่1 มีอำนาจในการประกอบการกิจการตลาดนัดจตุจักรได้เหมือนกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเหมือนกันที่มีกฎหมายรับรองหรือให้อำนาจไว้

                    ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลปกครองให้เพิกถอนประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามตามประกาศการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ จต.182/2555 ลงวันที่ 23 ก.พ.2555 ,จต.192/2555 ลงวันที่ 24 ก.พ.2555 ,จต.245/2555 ลงวันที่ 2 มี.ค.2555 เรื่องให้ผู้ค้าแผงกึ่งถาวร 27 โครงการและแผงค้าไก่ชนเดิมในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักไปลงนามสัญญาเช่าและชำระเงินค่าเช้า รวมทั้งประกาศการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ จต.285/255512 ลงวันที่ 12 มี.ค.2555 เรื่องขยายวันลงนามสัญญาเช่าและชำระเงินค่าเช่าแผงค้ากึ่งถาวร27โครงการและแผงค้าไก่ชนเดิม และเลขที่ จต.295/2555 ลงวันที่ 15 มี.ค.2555 เรื่องให้ผู้ค้าแผงค้าต้นไม้ ,แผงค้าเสียเขียวและแผงค้าหนังสือ ในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรไปชำระเงินค่าเช่าและลงนามสัญญาเช่า

                    อีกทั้งขอให้ศาลห้ามไม่ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม รวมทั้งบริวารเข้ามากระทำการใดที่จะเป็นการรบกวนการครอบครองและการขายสินค้าของผู้ต้องฟ้องคดีทั้ง 371 คน โดยศาลปกครองกลางรับคดีไว้ในสารบบความเป็นหมายเลขดำที่ 486/2555 เพื่อพิจารณาว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลและมีคำสั่งต่อไป