
แพร่ภาพผู้ต้องสงสัยบึ้มรร.หาดใหญ่
พบประวัติรถใช้ก่อเหตุคาร์บอมบ์รร.ลีการ์เด้นท์พลาซ่าหาดใหญ่ แพร่ภาพ 2 ผู้ต้องสงสัยวอนประชาชนช่วยให้เบาะแส รองนายกฯ-ผบ.ทบ.ลงพื้นที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์ยะลา
2เม.ย.2555 ความคืบหน้าในการตรวจสอบรถยนต์ที่ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการก่อวินาศกรรมที่โรงแรมลีการ์เด้นท์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นรถยนต์แบบฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กค 6734 พัทลุง ของนายธนสร เกื้อสุข อดีต ปลัด อบต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2554 จากนั้นรถคนนั้นนี้คนร้ายได้ยึดไป และนำไปใช้ในการก่อเหตุรุนแรง
ทั้งการใช้เป็นพาหนะในการยิงสถานียุทธศาสตร์ตำบลกาลอ ม.1 ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เป็นเหตุให้ ชรบ.และอส. เสียชีวิต 2 นาย และชิงอาวุธปืนไป 6 กระบอก เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังใช้ก่อเหตุยิงชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปะโด อ.มายอ จ.ปัตตานี ส่วนทะเบียนรถที่ใช้ก่อเหตุคาร์บอมที่ อ.หาดใหญ่ หมายเลข กม 8455 สงขลา เป็นทะเบียนปลอม โดยป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์
ขณะเดียวกันระหว่างที่ขับลงไปจอดบริเวณชั้นใต้ดินลานจอดรถพบว่าคนร้ายไม่ได้รับหางบัตรเข้าที่จอดรถแต่อย่างใด โดยอาจจะใช้จังหวะที่เจ้าหน้าที่ประจำป้อมตรวจทางลงลานจอดรถเผลอ ขณะที่หนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้คือ นายเจะหมะ วานิ แนวร่วมในจ.สงขลา มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ส่วนอีกคนเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้เผยแพร่ภาพสองผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ โรงแรมลีการ์เด้นท์พลาซ่า เพื่อให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส โดยผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน กล้องวงจรปิดภายในชั้นใต้ดินของโรงแรมสามารถบันทึกภาพไว้ได้ขณะที่เดินขึ้นจากลานจอดรถบริเวณชั้นบี 4 ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่เกิดระเบิด และเดินย้อนออกจากห้างบริเวณทางลงลานจอดรถ โดยชายทั้ง 2 คนสูงประมาณ170 ซม.สวมกางเกงยีนส์ เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำสวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า รองเท้าผ้าใบ เดินออกจากลานจอดรถในเวลาประมาณ 10.13 น.ของวันเกิดเหตุ โดยผู้ที่ทราบเบาะแสหรือรู้จักชายต้องสงสัยทั้งสองคนสามารถแจ้งเบาะแสไปได้ที่ พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา โทร 081-8978558
รองนายกฯ-ผบ.ทบ.ลงพื้นที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์ยะลา
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมประชุมผู้บังคับหน่วยในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปกรณีเหตุระเบิดบนถนนรวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา รวมทั้งความคืบหน้าด้านคดี โดยมี พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวร่วมให้ข้อมูล
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายคดี รวมทั้งติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็ว นอกจากนั้นยังได้หารือถึงการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ด้วย
พล.อ.ยุทธศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ จ.ยะลา ก็ให้มีความเข้มงวดมากขึ้นทุกฝ่าย ต้องสร้างเอกภาพให้เกิดขึ้นทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ศอ.บต. สร้างเอกภาพในการจัดการพื้นที่ ที่เรียกว่าโซนนิ่ง รับผิดชอบในเรื่องโซนนิ่งต่างๆ และให้จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่สามารถทำงานได้ทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์
ส่วนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ยะลานั้น ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ก็จะมีการจัดงานสงกรานต์ขึ้นมา จะมีการทำบุญในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวยะลา กลุ่มคนที่ก่อเหตุต้องการเพียงสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องโดยไม่สนใจว่าจะนับถือศาสนาอะไร ไม่มองถึงศีลธรรม และมนุษยธรรม
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นโยบายการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพราะความรับผิดชอบในการดูแลพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่แบ่งการดูแลอย่างชัดเจน พื้นที่เมืองก็จะมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ส่วนพื้นที่ป่าเขา ทหารก็จะเป็นผู้ดูแลพื้นที่หลัก
“แต่วันนี้พบว่า ปัญหาอยู่ที่เมื่อเราคลายความเข้มงวดลงไป ก็จะเกิดเรื่องทุกครั้ง เพราะคนกลุ่มนี้ยังอยู่ในพื้นที่ ที่มีวัตถุประสงค์สร้างความวุ่นวาย สร้างอิทธิพล รวมทั้งแนวคิดการแบ่งแยกดินแดนที่ยังมีอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาสสร้างความรุนแรงแล้วมีผลกระทบนั้น กลุ่มคนเหล่านี้ก็จะกระทำทันที ซึ่งหลังจากนี้ความเข้มในการตรวจตรา รถยนต์ เปิดท้ายรถ ตรวจหาสิ่งผิดปกติก็จะมีความเข้มงวดมากขึ้น ที่อาจจะเสียเวลาแต่ทุกท่านจะปลอดภัย รวมทั้งทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตลอด อย่าคลายความเข้มงวด อย่างประมาท” ผบ.ทบ. กล่าวและว่า
สำหรับกลุ่มที่ก่อเหตุนั้นกฎหมายไม่ให้เจรจา เพราะพวกเขาเป็นผู้ร้าย พวกเราเป็นข้าราชการ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การเจรจาต้องมีการต่อรองแต่เราไม่มีอะไรต่อรอง ถ้าพวกเข้าต่อรองขอแยกดินแดน ขอเขตปกครองพิเศษ ขอสิ่งที่ผิดกฎหมาย ที่ไม่สามารถให้ได้ มีอย่างเดียวคือหยุดการกระทำแล้วพวกเราจะไปดูแล ไปสร้างงานสร้างอาชีพให้ พัฒนา การต่อรองอย่างอื่นให้ไม่ได้ ส่วนการติดตามผู้ที่ก่อเหตุนั้น ทางตำรวจกำลังติดตามอยู่ ซึ่งรู้ตัวแล้ว
โจรใต้กดบึ้มคณะกำนันปัตตานีเจ็บ4
เมื่อเวลา 17.00 น. นายอิสมาแอล บือแน กำนันตำบลกอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซู รุ่นดีแม็ก 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กค. 7624 ปัตตา พร้อมจนท.อส.ชุดคุมครองหมู่บ้านตำบลกอลำ จำนวน 3 นาย เพื่อจะเดินทางไปร่วมงานสุนัต ของลูกนายก อบต.กอลำ โดยคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องใส่ในถังเหล็ก น้ำหนัก 15 ก.ก. ฝังไว้ใต้พื้นถนน โดยลากสายไฟประมาณ 100 เมตรเข้าไปในสวนยางพารา เมื่อรถของกำนันขับผ่านถนนภายในหมู่บ้าน หมู่4 บ้านปูลากาซิง ต.กอลำ จึงกดระเบิดทันที แรงระเบิดถูกบริเวณหน้ารถทำให้รถลอยกระเด็นไปตกข้างทาง ซึ่งเป็นสวนผลไม้ห่างจากจุดเกิดเหตุระเบิด 30 เมตร ทำให้กำนัน และอส.ที่นั่งมาในรถ รวม 4 คน ถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนรถกระจกทั้ง 4 บานแตก เครื่องพังเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุมีใบปลิวเขียนข้อความไปวางไว้ภายในป้อม อส. ระบุบข้อความว่า "มึงเร็นเกมส์กับเงิน แต่กูจะเล่นเกมส์กับชีวิต" ทั้งนี้นายอิสมาแอลเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาได้รับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกำนัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
สตูลรปภ.เข้มงวดรับอานิสงค์นทท.แห่เที่ยวลังกาวี-หลีเป๊ะ
นายพิศาล ทองเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ได้สั่งการชุดรักษาความมั่นคงและทหาร ร 5พัน2 และผู้บังคับการภูธร จ.สตูล สั่งการให้ตำรวจดูแลนักท่องเที่ยวรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางจากปากบารา-หลีเป๊ะ และตำมะลัง-ลังกาวี ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทุกฝ่ายในขณะนี้ได้ตรวจเข้มโดยกองเรือภาคที่ 3 ได้ส่งเรือตรวจการณ์เข้าลาดตระเวณบริเวรเกาะตะรุเตา-หลีเป๊ะ
ส่วนการรักษาความเรียบร้อยภายใน โดยเฉพาะหน่วยราชการต่างๆ ทหาร ร.5พัน2 ได้สั่งตรึงกำลังสถานที่ราชการ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆอย่างเป็นที่น่าพอใจ ส่วน จ.สตูล นั้นได้รับอานิสงค์จากเหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงได้มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป เข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะลังกาวีเพิ่มมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งยังได้กำชับให้นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.สตูล ได้ดูแลบริษัททัวร์ต่างๆ โดยการบริการให้เป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวของ จ.สตูล ในปีนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นต้นมาจนถึงเดือน เมษายน มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ถึง 30 - 50 % ซึ่งถือได้ว่าการทำงานของจังหวัด โดยผู้ว่าฯและ ส.ท่องเที่ยว อบจ.สตูล ได้ประสานงานในการทำงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายสามารถ เจริญฤทธิ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.สตูล กล่าวว่า ระเบิดคาร์บอมบ์ที่หาดใหญ่นั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของ จ.สตูล เนื่องจาก จ.สตูล นั้น นักเที่ยวจะเที่ยวเฉพาะเกาะหลีเป๊ะ และเกาะลังกาวี จึงทำให้เป็นการรับอานิสงค์เสียมากกกว่า และโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้กำชับให้นายอำเภอส่วนหน้า โรงพักบนเกาะหลีเป๊ะได้เข้าไปดูแลนักท่องเที่ยวพร้อมได้ประสานงานตำรวจน้ำและกองเรือภาคที่ 3 เข้ามาดูแลนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา
ส่วนเรื่องความปลอดภัยถือได้ว่า ตำรวจสตูล โดยทางผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สตูล ได้ให้การดูแลนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษโดยสั่งทุกโรงพักให้ออกลาดตระเวนและหาข่าว เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยว ทั้งพื้นที่ทางทะเลและทางบก ในขณะนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในพื้นที่ จ.สตูล ส่วนทางผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลก็ได้ออกมาตรการเข้มให้ดูแลนักท่องเที่ยวในการเดินทาง พร้อมทั้งให้กรมเจ้าท่า ตรวจตราในเรื่องของความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งการท่องเที่ยวของ จ.สตูล ในปีนี้แม้จะมีระเบิดคาร์บอมบ์ที่หาดใหญ่ แต่ภูมิประเทศของ จ.สตูล และชัยภูมิของ จ.สตูล เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาดูแลทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ราชการอย่างต่อเนื่องแล้ว



