ข่าว

'ผบ.ทบ.'แจงมือบึ้มใต้เป็นคนไทยทั้งหมด

'ผบ.ทบ.'แจงมือบึ้มใต้เป็นคนไทยทั้งหมด

02 เม.ย. 2555

'ทีมงานมั่นคง'ลงใต้ปรับแผนรับมือโจรใต้ 'ประยุทธ์' ระบุ เหตุบึ้ม ฝีมือ 'บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต' แจงเป็นคนไทยทั้งหมด กร้าวคุยกันไม่ได้แล้ว วอนขอความร่วมมือจากประชาชน เตือน”ปู”อย่าเจรจาโจรใต้มั่ว หวั่นผิดกลุ่มทำบึ้มซ้ำ'ยุทธศักดิ์'ปูดสายเหยี่ยว'บีอาร์เอ็น'

               เมื่อเวลา  11.00 น.พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก พล.ต.อ.วิเชียร  พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาสมช.) พล.ท.ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เดินทางลงพื้นที่  3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามสถานการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ที่จ.ยะลา จ.ปัตตานี และที่โรงแรมลีการ์เด้นท์ จ.สงขลา โดยมีกำหนดการไปประชุมร่วมกับผบ.หน่วยที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จากนั้นจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาและโรงพยาบลาลสงขลานครินทร์

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะลงพื้นที่ใน 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และสงขลา ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่การเดินทางไปครั้งนี้ ลงไปครบทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายนโยบาย และฝ่ายความมั่นคง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด โดยเฉพาะการติดตามผู้ก่อเหตุ และการดูแลผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต รวมทั้งทำให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว โดยตนได้สั่งการเพิ่มเติมไปยังกองทัพภาคที่ 4 ว่าให้ติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ทั้งนี้ตนยังสั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางไปหารือกับ ผบ.ตร.เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญในเดือน เม.ย.จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกปี เช่น กรือเซะ สะบ้าย้อย ซึ่งหน่วยข่าวมีการแจ้งเตือนมาโดยตลอด และพยายามเต็มที่ในการดูแลพื้นที่ชุมชน นอกเขตเมือง แต่อาจมีบกพร่อง เพราะเมื่อไรก็ตามที่สถานการณ์เงียบสงบ จึงมีการปล่อย ผ่อนคลาย ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่จ้องก่อเหตุอยู่ ตนเฝ้าเตือนอยู่เสมอให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. โดยวันนี้ตนจะลงไปดูว่า ที่ผ่านมามีการปรับแผนอย่างไรบ้าง โดยวันนี้ตนจะไปสั่งการในพื้นที่ในนามกองทัพบกเรื่องการปรับกำลังในเขตเมือง ซี่งความรับผิดชอบคงต้องเป็นของตำรวจเช่นเดิมเพราะเราไม่สามารถนำทหารไปดูแลพื้นที่นี้ได้ โดยต้องมีการปรับกำลังตำรวจว่าจะทำอย่างไร และจะมีส่วนอื่นไปเสริมหรือไม่  

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี และผู้นำฝ่ายค้าน โดยขอร้องว่า สถานการณ์ภาคใต้วันนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน แก้ปัญหา ซึ่งไม่อยากให้นำเรื่องนี้ไปเป็นเรื่องการเมือง หรือเรื่องใดๆทั้งสิ้น ซึ่งปัญหาประกอบด้วยหลายส่วน คือ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม รวมถึงมีภัยแทรกซ้อนเข้ามาประกอบ สิทธิมนุษยชน ทำให้ทุกอย่างมารวมกันเป็นปัญหาในปัจจุบัน ซึ่งเราต้องค่อยๆคลี่คลาย จะใช้อารมณ์หรือความรุนแรงไปปราบปรามคงไม่ได้  เพราะจะทำให้เสียหายมากขึ้น  ทั้งนี้เรารู้หมดว่า ตอนนี้เราสู้อยู่กับใคร มีจำนวนเท่าไร  แนวร่วมเท่าไร ซึ่งไม่ได้มากมาย แต่เขาใช้วิธีกองโจร คือ ไม่มีความชัดเจน ไม่แสดงตัวตน ไม่มีที่ตั้งหน่วย และใช้ความรุนแรง คือ ยุทธวิธีการก่อการร้าย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากล 

              "เท่าที่สืบทราบมาไม่เกี่ยวกับต่างประเทศ เป็นคนไทยเชื้อสายมุสลิมทั้งสิ้น จริงๆแล้วขบวนการพวกนี้เป็นคนไทย เป็นการจับกลุ่มกันขึ้นมาและพวกนี้ก็เป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนเดิมบีอาร์เอ็นเดิมและแยกออกมาเป็นบีอาร์เอ็น โคออร์ดีเนตคนพวกนี้ก็เป็นลูกหลานของคนสมัยก่อนทั้งสิ้น โดยผู้ก่อความไม่สงบแต่เดิมมีหัวหน้าประมาณ 300 คน เมื่อรวมกับแนวร่วมเบ็ดเสร็จมีทั้งหมดประมาณ 1 หมื่นคน แต่จากการจับกุมดำเนินคดีเหลือทั้งหมด 4-5 พันคน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า เขาพยายามทำให้เราใช้ความรุนแรง โดยให้เราเอากำลังเข้าไปมากๆแล้วสู้กัน ถ้าเราทำอย่างนั้นจะเกิดปัญหา ผู้ก่อการร้ายมีอย่างเดียวคือ ใช้ความรุนแรงยกระดับเพื่อเรียกความสนใจจากคนในประเทศและนอกประเทศให้ตระหนก ดังนั้นขอร้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะจะเข้าทางที่เขาต้องการ สิ่งที่เราควรคำนึงคือ การปรับปรุงขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น เพิ่มมาตรการเข้มงวดกวดขัน รวมถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น กล้องซีซีทีวีที่มีคุณภาพต้องติดให้ครบ ส่วนกำลังพลทั้งทหาร และพลเรือนต้องฝึกและเรียนยุทธวิธีการก่อการร้าย ถ้าเราเอาคนที่ทำงานในสายงานปกติลงไปก็ทำงานไม่ได้ 100 %

               "อยากขอร้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตั้งด่าน ตรวจค้น การขอบังคับใช้กฎหมาย ถ้าไม่ยอม รือกฎหมายฉบับไหนก็ไม่ใช้ ไม่ให้มีการตรวจค้น นี่คือ ปัญหา ดังนั้นเราต้องเข้มงวดในทุกมาตรการที่เคยทำมา ถ้าทำเช่นนี้เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดหรือเกิดน้อย ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดตลอด 24 ชม.ไม่ใช่สถานการณ์เงียบสงบ แล้วผ่อนคลาย เช่น ในส่วนบ้านพัก ที่อยู่อาศัย เจ้าของก็ดูแลอยู่แล้ว สถานที่ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน หลังร้านต้องมีรปภ.และต้องเข้มงวด โดยเฉพาะโรงแรมต้องมีการตรวจใต้ท้องรถ แต่ปัจจุบันบางทีไม่ตรวจค้น และเหตุที่เกิดขึ้นก็เกิดที่โรงแรม นอกจากนี้เรายังให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา โดยมอบวิทยุเครื่องดำ เครื่องแดง หลายหมื่นเครื่องเพื่อให้ช่วยเฝ้าระวัง เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญ เพราะฝ่ายข่าวแจ้งเตือนมาโดยตลอด แต่ไม่ช่วยกันดูแล   ขณะนี้เรามีมาตรการในการตรวจรถเก๋ง มอเตอร์ไซต์ คือ การขึ้นทะเบียน 1 แสนคัน โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้ดำเนินการ โดยการติดสติกเกอร์ และใช้เครื่องยิงตรวจเวลาผ่านด่าน ในเส้นทางหลักๆ และเส้นทางอ้อม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

              เมื่อถามว่า ทางฝ่ายรัฐเข้าไปพูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราคงคุยไม่ได้ อยู่แล้ว ส่วนที่มีข่าวออกมาต้องตรวจสอบกัน ตนพูดอยู่เสมอและได้เรียนนายกฯ และทุกคน รองนายกฯท่านก็รู้ดีว่า มันไม่ได้มีแค่เพียงกลุ่มเดียว แต่มีหลายพวกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน พวกธุรกิจผิดกฏหมาย ยาเสพติด แม้กระทั่งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนก็เป็นกลุ่มเล็กๆมารวมกันแต่ละกลุ่มความคิดของมันเอง มีบางกลุ่มอยากเลิก บางกลุ่มอยากทำอยู่ มันก็แย่งชิงแกนนำกันในพวกเขาเอง ทั้งนี้การพูดคุยไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฏหมาย แต่หากคุยแล้วไม่ครบกลุ่มจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นเพราะพวกนี้ต้องการสร้างสถานการณ์แย่งชิงแกนนำกันในกลุ่มโดยใช้ความรุนแรงเข้าต่อสู้ แสดงฤทธิ์ เพื่อให้คนในกลุ่มเล็กเข้ามารวมในกลุ่มของตนเอง

              “ปัญหาคือทำอย่างไรจะจับกุมคนพวกนี้ได้โดยใช้กฏหมายที่เรามีอยู่ ดังนั้นสากลจะเข้ามายุ่งอะไรไม่ได้ทั้งสิ้นมันเป็นเรื่องภายในประเทศ ส่วนผู้ที่ก่อเหตุระเบิดขึ้นก็กลุ่มนี้แหละที่ทำงานอยู่เพราะมันมีไม่กี่กลุ่ม มันใช้คนน้อย และไม่ใช่กำลังขนาดใหญ่ไม่มีไม่มีไปวางกำลังที่ไหนก็ไม่ได้ ถ้าวางตรงไหนทหารเราก็เข้าไปจับไปยึดเพราะฉะนั้นพวกนี้ก็ลักรอบทำที่ละ 5 คน 10 คน เท่านั้นและก็เคลื่อนไหวไปมา ทางเจ้าหน้าที่เราก็มีหมายจับมีชื่อคราวที่แล้วเจ้าหน้าที่ก็จับไปแล้ว 30 คนพวกนี้ถือว่า ทำผิดกฏหมายประเทศไทยแล้วเป็นคนไทยมุสลิมทั้งสิ้น แต่เขาอาจเข้าใจผิด วันนี้เขาใช้ความรุ่นแรง เราต้องประณามพวกนี้ ถ้าจะแยกดินแดนแล้วใช้ความรุนแรงอย่างนี้จะสำเร็จหรือไม่ บอกได้เลยว่า ไม่สำเร็จเพราะทำให้คนบริสุทธิ์ทั้ง 2 ฝ่าย เสียชีวิต ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม คนมุสลิมไม่ต้องให้ความร่วมมือกับคนพวกนี้ ต้องรังเกียจ เพราะพวกนี้ทำผิดศาสนาที่สอนให้ฆ่าคน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
       
               เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบตนไม่ได้ข่าว และตนเรียนท่านนายกฯไปแล้วว่า จะให้ไปพูดคุยอะไรกับใครเค้าไม่ได้ต้องเป็นเรื่องของหน่วยงานในพื้นที่ เพราะมีมาตรา 21 อยู่คือ การให้เข้ามามอบตัว โดยเป็นการแจ้งข่าวออกไปให้ญาติพี่น้องนำมามอบตัววันนี้ก็มีการเพิ่มขึ้นมาเป็น 7 ราย แล้วก็กำลังเข้าสู่ขบวนการอยู่ ตนว่าที่เหลือจะออกมา ซึ่งตนเคยพบกับกลุ่มคนพวกนี้ที่กลับใจมาร่วมกับเรา เค้าบอกว่า ไม่ไหวแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย สู้มาหลาย 10 ปี ไม่สำเร็จสักที เพราะฉะนั้นอยากให้ใช้กระบวนการทางกฏโดยในการแก้ไขปัญหาที่ทุกคนอยากได้ในตอนนี้คือ การเมืองนำการทหาร ทั้งนี้อีก 3 ปีเราต้องเป็นอาเซียน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นยูเอ็น หรือของสากล  เขาจะเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เขาใช้คำว่า responsibility to protectประชาคมโลกถ้าเกิดปัญหาอะไรก็ตามหากเราดูแลไม่ได้เค้าก็ต้องเข้ามา ตัวอย่างมีอยู่แล้ว ทุกวันนี้เราใช้กฏหมายของเราดีที่สุด

 

'ยุทธศักดิ์'ปูดสายเหยี่ยว'บีอาร์เอ็น'กลุ่มใหม่บึ้มหลังไม่พอใจกลุ่มเก่าเจรจา
                
             พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของตนจะลงไปดูในระดับยุทธศาสตร์โดยภาพรวม ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย หลังจากที่เกิดเหตุในพื้นที่ ในส่วนกองทัพจะไปปรับแผนให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดกำลังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่อยากเรียกว่าตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่การปฏิบัติในการดูแลความปลอดภัยจะเน้นในเรื่องการป้องกันเป็นหลักก่อน โดยพื้นที่เกิดเหตุในเทศบาลเมืองยะลา มีการมอบพื้นที่ให้ตำรวจไปดูแล ซึ่งในช่วงแรกมีความรัดกุมพอสมควรแต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปอาจจะมีช่องว่างอยู่บ้าง คงต้องมีการปรับให้เหมาะสมมากขึ้น ในส่วนของ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ผ่านมาถือว่าทำงานเต็มที่ มีการเปิดยุทธการ ใช้ยาแรง จึงเป็นธรรมดาที่กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องออกมาตอบโต้

               “กลุ่มที่ก่อเหตุเป็น กลุ่มใหม่หัวรุนแรงที่เป็นสายเหยี่ยวอยู่ใน บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนทที่ไม่เห็นด้วยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นกลุ่มเก่าที่เข้าเจรจากับคนของ ศอ.บต. ที่ส่งไปคุย ซึ่งเราไม่เรียกว่าเป็นการเจรจา เพราะที่ไปคุยไม่ใช่เรื่องทางการ ซึ่งกลุ่มใหม่เขาไม่เห็นด้วยกับการเจรจา และ ไม่พอใจ มีการไปยิงเอ็ม 79 ที่บ้าน นายนัจมุดดิน อูมา อดีต สส.นราธิวาส (เคยอยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มบีอาร์เอ็น ) เพราะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. แต่งตั้ง นายนัจมุดดิน เป็นที่ปรึกษา ซึ่งการแสดงตัวเช่นนี้ ทำให้เห็นว่า กลุ่มใหม่ต้องการเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรงต่อไป ในขณะ กลุ่มเก่าที่เราเข้าไปคุยต้องการเจรจาแต่ ไม่ได้มีบทบาทมากนัก“ รองนายกฯ กล่าว