ข่าว

เสียงสะท้อน'เสรีค่าคอมฯ'

เสียงสะท้อน'เสรีค่าคอมฯ'

03 เม.ย. 2555

เศรษฐกิจ : การตลาด - เสียงสะท้อน 'เสรีค่าคอมฯ' โบรกฯชี้ตลาดทุนไทยยังไม่แข็งแรง

          หลังจากเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่นในธุรกิจค้าหลักทรัพย์ไปเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา และมีกระแสเรียกร้องจากผู้เกี่ยวข้องให้ทบทวนนโยบายดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นผลดีกับการพัฒนาตลาดทุน รวมทั้งการตอบรับจากนายกิตติรัตน์ ณ ณะนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่พร้อมจะทบทวนการเปิดเสรีค่าคอมฯ ”กรุงเทพธุรกิจทีวี” เปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ ”เสรีค่าคอมฯทบทวนหรือเดินหน้า” โดยมีผู้เกี่ยวข้องกับการตลาดทุนทั้งบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนเข้าร่วมแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ 

          นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า หลังเปิดเสรีค่าคอมฯ มา 3 เดือนพบว่าในแง่ของการแข่งขันยังไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่ตนเห็นว่าขณะนี้ตลาดทุนไทยยังไม่เข้มแข็ง และมีขนาดเล็ก หากเปิดเสรีให้แข่งขันด้านราคา คุณภาพก็อาจจะหายไป อีกทั้งคงต้องมองในแง่ของการพัฒนาตลาดด้วย เพราะขณะนี้ตลาดหุ้นไทยมีนักลงทุนอยู่แค่ 2 แสนราย จากประชากร 65 ล้านคน และมีเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันเพียง 3 แสนล้านบาทเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ขนาด 10 ล้านล้านบาทถือว่าน้อยมาก จึงยังไม่ควรเปิดเสรีตอนนี้ ทางที่ดีควรจะสร้างความเข้มแข็งให้ตลาดก่อน 

          ขณะที่รายได้จากค่าคอมฯที่กำหนด 0.25% ของมูลค่าซื้อขายถือว่าบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไม่ได้มีกำไรมากเกินควร และถือเป็นรายได้ที่นำไปใช้ลงทุนงานวิจัยที่มีต้นทุนแพง ถ้างานวิจัยหายไปก็จะกลับไปเหมือน 10-20 ปีก่อนที่เป็นระบบข่าวลือ เราก็จะแข่งกับประเทศอื่นในภูมิภาคไม่ได้ ซึ่งสิ่งทีเกิดขึ้นตอนนี้คือ บล.มีการลดจำนวนนักวิเคราะห์ทำให้หายไปจาก 3-4 ปีก่อนมาก จากที่เคยมี 350-360 คนตอนนี้เหลือเพียง 200 คนเท่านั้น 

          นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ จำกัด ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า แม้ตลาดทุนไทยจะพัฒนามาประมาณ 30 ปี แต่ถือว่ายังเด็กและต้องพัฒนาอีกมาก แม้ว่าการเปิดเสรีค่าคอมฯจะทำให้ผู้บริโภคได้ราคาที่ถูกลง แต่คุณภาพที่ให้บริการก็จะลดลงไปด้วย และการเปิดเสรีนั้นนักลงทุนรายย่อยก็ไม่ได้รับประโยชน์ มีเพียงรายใหญ่ที่มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น 

          ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กล่าวว่า การคิดค่าคอมฯ ในขณะนี้ไม่ได้มีการฮั้วกันของบล.อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันมีโบรกเกอร์จำนวน 36 ราย ครึ่งหนึ่งเป็นโบรกเกอร์จากต่างประเทศทั้งในเอเชีย ยุโรป สหรัฐ จึงไม่มีใครสามารถกำหนดตลาดได้ และมีการแข่งขันตามกลไกลตาดไม่ได้มีการผูกขาด จนเป็นเหตุให้ต้องมีการเปิดเสรีค่าคอมฯหรือเปิดเสรีใบอนุญาต (ไลเซ่น) ใหม่ 

          ขณะที่นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บล.คันทรี่กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ถ้าโบรกเกอร์หันมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการมากขึ้นน่าจะมีประโยชน์กว่าการมาแข่งขันด้านราคา และค่าคอมฯที่จัดเก็บในปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่ 90% ก็มีความพึงพอใจโดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 0.17% ของมูลค่าการซื้อขายซึ่งต่ำสุดในเอเชียอยู่แล้ว 

          นายสมจินต์ ศรไพศาล นายกสมาคม บลจ. กล่าวว่า การขอให้ทบทวนการเปิดเสรีค่าคอมฯนั้น ทางสมาคมอยากให้อุตสาหกรรมเดินไปได้และลูกค้าพึงพอใจ เพราะอยากเห็นการเติบโตไปพร้อมกันและสร้างนักลงทุนใหม่ๆ เข้ามาแทนนักเก็งกำไร 

          ด้านนักลงทุนอย่างนายกิติชัย เตชะงามเลิศ ให้ความเห็นว่า โบรกเกอร์ไม่ควรมาอ้างเรื่องต้นทุนงานวิจัยที่สูง เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายนโยบายให้เวลาในการเตรียมตัวมานานแล้ว และขณะนี้มูลค่าการซื้อขายแต่ละวันก็แตะ 4 หมื่นล้านบาท โบรกฯก็มีรายได้เข้ามามากกกว่าในอดีตอยู่แล้ว แต่ก็ยังเอาเปรียบลูกค้าในการผลักภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ หากนโยบายกลับไปกลับมามองว่ายิ่งจะสร้างความสับสนในการลงทุนและการพัฒนาตลาดทุนไทย

 

 

----------

(หมายเหตุ : เศรษฐกิจ : การตลาด - เสียงสะท้อน 'เสรีค่าคอมฯ' โบรกฯชี้ตลาดทุนไทยยังไม่แข็งแรง)

----------