
ปัด'แม้ว'แจกหน้ากากแดงช่วยเข้าไทย
'ณัฐวุฒิ'อัดคนจินตนาการ แต่งนิทาน 'ทักษิณ' ใส่หน้ากากแอบเข้าไทย ยันไม่กลับช่วงสงกรานต์ แจงขยายสมัยประชุม ไม่ได้เร่งรัดช่วย 'แม้ว' ยัน ปรองดอง -นิรโทษกรรม คนละเรื่อง จวก'ปชป.'เลิก โจมตี เสียดสี
2 เม.ย.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการเดินทางไปประเทศลาวและกัมพูชา เพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า เท่าที่ทราบประชาชนที่สนใจก็มีการเตรียมการเดินทาง แกนนำ นปช.บางท่านก็ไปประสานงานกับประเทศที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งในรายละเอียดคิดว่าแกนนำ นปช.จะมีการแถลงใน 1-2 วันนี้ ส่วนประชาชนไปมากน้อยแค่ไหนเท่าที่ฟังก็มีพอสมควร ส่วนตนก็ต้องดูภารกิจก่อน
ส่วนกรณีที่มีผู้ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้วิธีแจกหน้ากากคนเป็นหมื่นๆ และปะปนเข้ามาในประเทศไทยนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องการคำว่าสติ ถ้าหากคิดอ่านจินตนาการไปจนถึง พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้วิธีแจกหน้ากากคนเป็นหมื่นๆ และปะปนเข้ามาในประเทศไทย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แสดงว่าคนเป็นหมื่นๆต้องสวมหน้ากาก พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ตลอด เพื่อให้แต่ละฝ่ายไม่สามารถจะจับทางได้ ในโลกของความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ น่าจะเป็นแค่ให้เกิดสีสันในการร่วมกิจกรรม ความจริงหน้ากาก พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เห็นในเมืองไทยก็มีคนทำขายทำใส่ในกิจกรรมของคนเสื้อแดงบ้างแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาอย่างสง่างามเป็นอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะกระบวนการอย่างไรตนไม่ทราบ คงต้องรอดูสถานการณ์บ้านเมืองอีกครั้ง แต่หลักการคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยากกลับมาประเทศไทยในแบบที่ทุกๆฝ่ายยอมรับได้ และในแบบที่สถานการณ์บ้านเมืองมีความสงบเพียงพอที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกรุนแรง ทั้งนี้ก็อยู่ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะประเมินสถานการณ์รวมของประเทศอย่างไร ส่วนจะใช้วิธีการสวมหน้ากากปะปนเข้ามาตนคิดว่าเป็นได้แต่ในนิยาย คงไม่ต้องไปจินตนาการกันขนาดนั้น
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้กลับไทยในช่วงสงกรานต์ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คงเป็นไปไม่ได้เลย เพราะท่านพูดเองว่าคงจะไม่กลับเข้าประเทศตามที่นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร พูด ส่วนจะมาแบบไหนเมื่อไหร่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และการตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณเอง
แจงขยายสมัยประชุม ไม่ได้เร่งรัดช่วย "แม้ว"
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการขยายเวลาประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติ เพื่อเร่งรัดขบวนการการนิรโทษกรรม ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า จริงๆมีร่างกฎหมายหลายฉบับที่ค้างคาอยู่ในการพิจารณาของสภา เพราะฉะนั้นการขยายกรอบเวลาของสมัยประชุมจะมีผลสำคัญสำหรับการเอาร่างกฎหมาย ต่างๆเข้าสู่กระบวนการ ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องการปรองดอง เมื่อทางสภามีมติและรับที่จะดำเนินการแล้ว ตนก็คิดว่าคงต้องไม่วิตกกังวลถึงขั้นว่าจะจบภายในวันนี้พรุ่งนี้ มันไม่เร็วและไม่ด่วนกันขนาดนั้น แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนว่าเรื่องปรองดองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ ได้พึ่งมาพูดมาทำกันในรัฐบาลนี้ คำว่าปรองดองเราพูดกันมาแล้วหลายปี และแต่ละรัฐบาลก็พยายามดำเนินการเรื่องนี้ ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีการตั้งกรรมการ แต่สุดท้ายนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ก็ไปไม่ถึงฝั่ง และมาวันนี้ก็มีการตั้งกรรมาธิการปรองดองชุดพล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน เป็นประธาน ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลนี้เข้ามาและจะเร่งรัดเอาเฉพาะหน้า แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยพยายามเดินกันมาตลอดหลายปี แต่เรายังเดินไปไม่ถึงไหนสักที บ้านเมืองนี้มันรอช้าไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการที่ตั้งตนมาแล้วตนก็เห็นว่าควรจะเดินหน้า ส่วนจะมีใครคอยสกัดขัดขวางหรือล้มโต๊ะทำลายก็เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องพิจารณา
ยัน ปรองดอง -นิรโทษกรรม คนละเรื่อง
เมื่อถามว่า มั่นใจกระบวนการปรองดองว่าจะเดินไปเพื่อให้การนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ เกิด ขึ้นหรือไม่เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ตั้งข้อสังเกต ที่ตอกย้ำอยู่เสมอว่าใช้เสียงมากลากไป นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง เรื่องการปรองดองที่เดินไปตามกระบวนการรัฐสภาไม่ใช้เสียงข้างมากไม่ได้ การตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศต้องใช้มติเสียงข้างมาก ไม่ว่าจากประชาชนหรือตัวแทนประชาชนเป็นตัวหาข้อสรุป ส่วนเสียงข้างน้อยมีข้อสังเกตและคิดเห็นอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ต้องเคารพกัน ส่วนเรื่องของคดีความตนยืนยันมาตลอดและจุดยืนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงว่ากระบวน การที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกระบวนการอยุติธรรมที่มีความไม่ชอบธรรมตั้งแต่ขั้นต้น การที่มีการยึดอำนาจและตั้งบุคคลที่มีความเป็นปฎิปักอย่างชัดแจ้งกับ พ.ต.ท. ทักษิณ มาทำหน้าที่พนักงานสอบสวนนั้นก็เท่ากับเป็นการยัดเยียดความอยุติธรรม ให้กับผู้ถูกดำเนินการอยู่แล้ว
ทั้งนี้ กระบวนการอยุติธรรมที่ต้นทางไม่เป็นธรรม เราจะยอมรับว่าสิ่งนั้นคือความยุติธรรมไม่ได้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใคร เช่น ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ กำลังเตรียมการจะขึ้นไต่สวนในคดีถูกกล่าวหาว่าบงการฆ่าประชาชน ถามว่าถ้ารัฐบาลนี้ใช้อำนาจตั้งนายณัฐวุฒิและนายจตุพร เป็นกรรมการสอบสวน เราจะถือเป็นความยุติธรรมหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จะบอกว่านั้นคือกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ เรื่องนี้เราพูดเอาแต่ได้ไม่ได้ เพราะที่เสียคือระบบนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศไทย ส่วนสุดท้ายสุดทางของกรรมการปรองดองจะสรุปลงจุดไหน ตนว่าเราอย่างพึ่งไปวาดภาพจินตนาการเอาเองและไปบอกให้ประชาชนวิตกกังวล ให้กระบวนการเดินไปข้างหน้าก่อนและให้ความร่วมมือกันทุกฝ่าย บ้านเมืองก็จะหาทางออกได้
จวก “ประชาธิปัตย์” เลิก โจมตี เสียดสี
เมื่อถามว่า การที่พรรคฝ่ายค้านออกมาตำหนิการทำหน้าที่ส.ส.ของเพื่อไทยที่ไปเตรียมความ พร้อมต้อนรับอดีตนายกฯ แทนที่จะไปดูแลบ้านเมืองโดยเฉพาะปัญหาภาคใต้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเห็นว่าทุกอย่างที่เป็นปัญหาของประเทศทั้งระยะยาวและเฉพาะหน้ารัฐบาลก็ เดินหน้าทำอยู่ตลอด การแก้ปัญหายาเสพติด เศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่มีสัญญาณว่ารัฐบาลจะหยุดเรื่องใดเลย ส่วนเรื่องการต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนใหญ่คนดำเนินการจะเป็นแกนนำนปช.ที่ไม่ได้อยู่ในการเมืองในระบบ ต้องให้สติประชาธิปัตย์เหมือนกันว่า เวลาเกิดเหตุการณ์ใดในบ้านเมืองไม่ใช่จ้องแต่จะโจมตี เสียดสีเหน็บแนมอย่างเดียวมันไม่ใช่ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์โดยเฉพาะที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และทันที่ที่เกิดขึ้นก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและป้องกันเหตุ ไม่ให้ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก แต่การที่นายอภิสิทธ์ ลงไปในพื้นที่ตนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่นักการเมืองอดีตนายกฯจะลงไปให้กำลังใจประชาชน แต่ต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าการลงไปทำอะไรที่ภาพออกมาเหมือนจะดูดีก็ไม่เป็นเหตุ ให้อธิบายว่าคนอื่นเขาทำไม่ดี ประชาธิปัตย์ต้องละเลิกนิสัยแบบนี้ พอไปทำอะไรนิดหน่อยดูเหมือนภาพจะเข้าท่าก็หันมาชี้หน้าด่าคนอื่นทันทีแบบนี้ประชาธิปัตย์ต้องเลิก



