
คนรับใช้มหาภัย'ยกเค้า'มาราธอน
คนรับใช้มหาภัย'ยกเค้า'มาราธอน : ตะลุยข่าว โดยทีมข่าวอาชญากรรม
ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงไม่ทันระแวงระวังภัยคนใกล้ตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีสันดานโจรแม้ว่าจะชุบเลี้ยงดูแลให้อิ่มหน่ำเพียงใดก็ยากจะเปลี่ยนนิสัยเขาได้ อย่างเหตุที่เกิดขึ้นกับ "รวงทอง ทองลั่นธม" ศิลปินแห่งชาติวัย 75 ปี ถูกคนรับใช้ค่อยๆ ขโมยทรัพย์สินของมีค่าภายในบ้านหายไปทีละชิ้นสองชิ้นเป็นเวลานานถึง 3 ปี
จนกระทั่ง "อาวุธปืน ขนาด 99 มม." หายไปจากบ้านเลขที่ 99/1 หมู่ 8 ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นเรือนพักของ "รวงทอง" กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ความอดทนของเจ้าของบ้านขาดสะบั้นลง ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดี!!
แม้ว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา "รวงทอง" จะเริ่มระแคะระคายว่าทรัพย์สินของมีค่าภายในบ้านที่สูญหายไปหลายรายการ อาจเป็นฝีมือของ "นิพภา นุชจีด" อายุ 44 ปี และ "กฤติกา ทรัพย์สนอง" อายุ 25 ปี สองแม่ลูกซึ่งจ้างมาคอยดูแลบ้านมานานกว่า 7 ปี แต่ด้วยความเกรงใจและกลัวว่าจะหาคนมาดูแลเธอและสัตว์เลี้ยงอีกกว่า 10 ชีวิตไม่ได้ จึงยังไม่กล้าคาดคั้นเอาความ ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ แม้ว่าทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางจิตใจ อาทิ พระพุทธรูป หลวงพ่อโสธร หน้าตักกว้าง 5 นิ้ว ที่บริเวณฐานใต้องค์พระ สลักคำว่า "ทองลั่นธม" นามสกุลต้นตระกูลได้หายไป เธอก็ทำได้เพียงซื้อกุญแจบ้าน 4 ชุด ชุด ละ 4,000 บาท มาล็อกห้องที่มีทรัพย์สินมีค่าเอาไว้ทุกด้าน
แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากตัวบ้านเป็นไม้สักเสียส่วนใหญ่ บริเวณหน้าต่างที่คิดว่าล็อกไว้อย่างดี กลับถูกคนรับใช้ใจคดแอบเปิดทิ้งเอาไว้ แล้วใช้กาวปิดทับเอาไว้ให้ดูเหมือนแน่นหนา อดใจรอกระทั่งเจ้าของบ้านเผลอก็จะเลาะกาวที่บริเวณหน้าต่างเข้าไป ค่อยๆ ทยอยขโมยพระเครื่องรวม 74 องค์ ซึ่งเป็นพระเครื่องที่เป็นทองคำไม่น้อยกว่า 50 องค์ รวมถึงทองคำก้อน มูลค่าน้ำหนักรวมกันไม่ต่ำกว่า 20 บาท
แม้ว่าก่อนหน้านี้ "รวงทอง" จะเทียวถามถึงทรัพย์สินต่างๆ ว่าเคยเห็นชิ้นนั้นชิ้นนี้หายหรือไม่ ก็จะได้รับคำตอบจาก "นิพภา" ด้วยอาการที่เกรี้ยวกราดว่า "แก่แล้ว หลงๆ ลืมๆ เอาของไว้ที่ไหน แล้วมาว่าคนอื่น มั่วๆ ได้อย่างไร" จนกระทั่งเป็นคิวของ ปืนพกยี่ห้อซิกซาวเวอร์ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก คราวนี้สองสามีภรรยาศิลปินแห่งชาติ ทนไม่ไหว ตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.กระทุ่มแบน กลางดึกวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา
รุ่งเช้าตำรวจพร้อมด้วยกองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ คนรับใช้รายนี้ก็ยังไม่หนีไปไหน แถมนั่งรับประทานอาหารตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทางตำรวจเองก็ยังไม่ได้สอบสวนคนใช้รายนี้ แต่ได้มุ่งที่จะรวบรวมหลักฐาน และพบหลักฐานชิ้นเด็ด คือ "รอยเท้า" ที่ทิ้งเอาไว้ในห้องพระ โดยเท้าข้างหนึ่งได้ก้าวข้ามหัวพระพุทธรูปองค์หนึ่งไปเหยียบพื้นไม้สักที่มีฝุ่นติดอยู่ พื้นไม้ที่ลงเชลแล็กอย่างดี ทำให้ปรากฏรอยเท้าคนร้ายขึ้นอย่างชัดเจน
แล้วตำรวจได้ให้ "นิพภา" ใช้เท้าสองข้าง เหยียบบนกระดาษสีขาว จึงปรากฏรอยเท้าอย่างชัดเจน และพบว่าใกล้เคียงกับรอยเท้าของคนร้าย เพียงเท่านี้เอง หน้าตาของคนรับใช้มหาภัย เริ่มซีดเผือด พูดเสียงสั่น ออกอาการพิรุธทันที ตำรวจจึงได้เชิญตัวไปสอบสวนที่โรงพักอย่างละเอียด และรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับลูกสาวลักทรัพย์ในบ้านหลังนี้หลายครั้ง แล้วนำไปขายตามตลาดนัดในเขต จ.สมุทรสาคร
"เมื่อ 7-8 ปีก่อน ฉันเห็นเขาไม่ค่อยสบาย ขาเจ็บ แต่ยังมารับจ้างตัดหญ้า เห็นว่ามีรายได้ไม่แน่นอน ฉันสงสารจึงจ้างมาเป็นคนตัดหญ้าและแม่บ้านให้เงินเดือนละ 6,000 บาท แรกๆ ก็ทำงานดีมาโดยตลอด จนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ฉันป่วยเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง และมักจะทิ้งบ้านไว้ให้เขาดูแล แต่ก็เริ่มแปลกใจเหมือนกันว่า ทรัพย์สินมีค่าบางส่วนค่อยๆ หายไป" รวงทอง เล่าถึงคนรับใช้ที่เคยแสนดี
อุทาหรณ์ของความไว้ใจ "รวงทอง" บอกว่า เมื่อสงสัยว่าใครเป็นคนร้ายแล้ว อย่ามีความรู้สึกสงสาร หรือเกรงใจ ที่ผ่านมาเพราะความเกรงใจและกลัวว่าจะหาคนมาดูแลบ้านไม่ได้ จึงไม่กล้าที่จะเอาผิด ดังนั้น หากใครรู้สึกสงสัยว่าใครเป็นขโมยต้องรีบแจ้งความเอาผิดในทันทีอย่าปล่อยไว้แบบนี้
คดีนี้ พ.ต.อ.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ได้สั่งให้ดำเนินการคนรับใช้รายนี้อย่างเฉียบขาด เพราะเป็นผู้ที่กระทำความผิดอย่างชัดเจน และจะเร่งติดตามทรัพย์สินบางส่วนกลับคืน คาดว่าคนร้ายน่าจะนำทรัพย์สินที่ขโมยไปฝากไว้ตามบ้านญาติ คงจะติดตามบางส่วนมาได้ไม่ยากนัก และอยากเตือนว่า หากคนในบ้านกระทำความผิด ควรเร่งแจ้งตำรวจ ไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปเป็นปี
........
(หมายเหตุ : คนรับใช้มหาภัย'ยกเค้า'มาราธอน : ตะลุยข่าว โดยทีมข่าวอาชญากรรม)



