
โชคร้ายที่เครดิตดี
ในยุคอิเล็กทรอนิกส์เช่นปัจจุบัน ธนบัตรและเหรียญต่างๆ กลายเป็นความยุ่งยากในการพกพา นักการเงินจึงพัฒนาเงินพลาสติกให้ก้าวหน้าและกว้างขวางมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางไปในประเทศใดของโลกนี้ ขอให้มีเครื่องมือสื่อสารที่ติดต่อกันได้ เงินพลาสติกในนามของบัตรเครดิตก็สามา
ความสะดวกของ เงินพลาสติก หรือบัตรเครดิต ทำให้คนทั่วโลกนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ธนาคารต่างๆ รวมทั้งผู้ให้บริการด้านการเงิน ต่างพัฒนาบัตรเครดิตของตนเองขึ้นมา มีการให้คะแนนสะสมสร้างสิ่งจูงใจมากมาย จากที่เคยต้องจ่ายค่าทำบัตรเครดิตเป็นจำนวนนับพันบาทต่อปี เดี๋ยวนี้มีแต่คนเสนอให้ทำกันฟรีๆ หรือมีแถมของชำร่วยให้อีกต่างหาก
ในหมู่มวลบัตรเครดิตที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ผู้ให้บริการก็กำหนดวงเงินเอาไว้ให้หลากหลายระดับ เรียกว่าแบ่งชั้นวรรณะทางสถานะกันด้วยบัตรเครดิตก็คงได้ ส่วนใหญ่ก็ไล่ระดับจากล่างไปหาระดับบนด้วยบัตรเงิน บัตรทอง ไปจนถึงระดับบัตรแพลทตินั่ม หรือสูงขึ้นไปกว่านั้นตามแต่ผู้ให้บริการจะกำหนดเอาไว้
สามัญสำนึกของคนที่ใช้บัตรเครดิตโดยทั่วไป ต่างเข้าใจตรงกันว่าเมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการใดๆ ที่ผู้จำหน่ายหรือผู้ให้บริการปิดประกาศแจ้งเอาไว้ว่ายินดีรับชำระด้วยบัตรเครดิต ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการก็เบาใจได้ว่าเขาสามารถซื้อหาสินค้าได้ด้วยความสบายใจ แม้จะไม่มีเงินสดติดกระเป๋าเลยก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้บริการที่ถือบัตรเครดิตระดับสูงๆ ซึ่งมีการกำหนดวงเงินเอาไว้ให้มากกว่าบัตรระดับต่ำ
แต่ความเข้าใจดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กับประเทศไทยได้ เพราะหลายครั้งที่ผู้ซึ่งมีบัตรเครดิตติดตัวอยู่ และวงเงินในการใช้ก็ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขกติกาทุกประการ ประวัติการชำระค่าบริการก็ดีเยี่ยม แต่เขาไม่อาจมั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่เขาควักบัตรเครดิตออกจากกระเป๋าเพื่อจ่ายค่าสินค้าและบริการนั้น เขาจะได้รับการยอมรับแต่โดยดีหรือไม่
ปัญหาประเภท “การติดต่อสื่อสารกับธนาคารขัดข้อง”, “เครื่องรูดบัตรชำรุด” ดูจะเป็นปัญหาสามัญประจำบ้านของผู้ถือบัตรเครดิตเสมอมา หลายครั้งที่ต้องวิ่งวุ่นไปกดเงินสดจากตู้เงินด่วนมาจ่ายค่าสินค้าและบริการ หลายครั้งอีกเช่นกันที่ต้องคืนสินค้ากันไปเพราะไม่รู้จะไปเอาเงินสดที่ไหนมา ต้องอับอายขายหน้าประชาชีแทบแทรกแผ่นดินหนี โดยไม่รู้จะไปเพรียกหาความชดใช้จากใคร
แต่ที่ร้ายและทำลายหัวใจคนเครดิตดีมีเงินมากที่สุดคือ หลังจากที่หอบหิ้วสินค้ามาเต็มสองมือพะรุงพะรังแล้ว พอควักบัตรเครดิตประเภทมีวงเงินสูงอย่างระดับแพลทตินั่มออกมา พนักงานเก็บเงินกลับส่งยิ้มหวานและบอกว่า “ขออภัยค่ะ มีบัตรอื่นที่ไม่ใช่แพลทตินั่มไหมคะ เป็นธนาคารเดียวกันนี่ก็ได้ค่ะ แต่ขอเป็นบัตรเงินธรรมดาหรือบัตรทองดีกว่านะคะ"
เท่ากับว่าผู้ประกอบการยินดีรับชำระด้วยบัตรธรรมดามากกว่าบัตรที่มีวงเงินสูงๆ แล้วไหนตอนที่เรียกหาสมาชิกมาทำบัตร ผู้ให้บริการถึงได้บอกว่าบัตรทองดีกว่าบัตรเงิน บัตรแพลทตินั่มดีกว่าบัตรทอง ท่านที่มีเครดิตดีใช้แพลทตินั่มดีกว่าจะได้วงเงินใช้จ่ายสูงดี
ถ้าอย่างนี้ต้องถือว่าเป็นกรรมของคนมีเครดิตดีแท้ๆ ทีเดียวเชียว ใครไม่เชื่อจะลองใช้บัตรแพลทตินั่มจ่ายค่าสินค้าที่ซูเปอร์มาเก็ตซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมงดูก็ได้ แต่ควรมีเงินสดติดกระเป๋าสำรองเอาไว้ หรือหาบัตรธรรมดาๆ ติดเอาไว้ใช้อีกสักใบหนึ่ง จะปลอดภัยที่สุดครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



