
'ยุทธศักดิ์'ฟุ้งบึ้มใต้เหตุรบ.ทำงานได้ผล
"ยุทธศักดิ์" ฟุ้งเหตุบึ้มใต้เพราะรัฐบาลทำงานได้ผล จนผู้ก่อเหตุต้องตอบโต้ คุยหากเดินตามแผน 3 เดือน สถานการณ์ดีขึ้น ชี้รู้ตัวแล้ว มทภ.4ตรวจที่เกิดเหตุบึ้มรร.ลีการ์เด้นส์
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 เม.ย. ภายหลังที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงได้เรียกประชุมหน่วยข่าว ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรอง หน่วยข่าวกรองของกองทัพ ศูนย์รักษาความปลอดภัย ตำรวจสันติบาล ที่ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล เพื่อสรุปสถานการณ์ที่เกิดเหตุระเบิด 3 จุด ใน จ.สงขลา ยะลา และปัตตานี
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อสรุปการปฏิบัติตามยุทธการเชิงรุกของ กอ.รมน. ภาคที่ 4 ที่ได้กระทำจากข่าวที่ได้รับและเป้าหมาย ซึ่งมีผลทำให้กลุ่มหัวรุนแรงที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ได้กระทำการลักษณะตอบโต้ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและสร้างความกดดันให้รัฐบาล และสร้างความหวาดระแวงให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเราเพิ่มความระวังให้จุดต่างๆที่ล่อแหลม ทั้งใน จ.นราธิวาส ปัตตานี และ สงขลา
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะประกาศ พรก.ฉุกเฉนเพิ่มใน จ.ปัตตานี้หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่าเราจะไม่ประกาศเพิ่ม เพราะเราประกาศภาวะฉุกเฉินไปแล้ว ยกเว้น อ.แม่ลาน แต่เนื่องจาก อ.แม่ลาน ขณะนี้ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรง จึงไม่ต้องประกาศเพิ่ม
เมื่อถามว่าได้รับรายงานว่าเหลือคาร์บอมบ์อีก 1 จุดใน จ.สงขลาหรือไม่ ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยัง ในพื้นที่ดังกล่าวขณะนี้มี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. แม่ทัพภาค 4 และ ผอ.ศอบต. อยู่ในพื้นที่แล้ว โดยกำลังตรวจสอบข่าวอยู่ ขณะที่หน่วยงานทหารตำรวจและ ศอ.บต.ก็ประชุมและพร้อมในพื้นที่อยู่แล้ว
ทั้งนี้เมื่อถามว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น จะชี้ชัดว่าเป็นคาร์บอมบ์หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ก็ได้ตรวจสอบอยู่ ซึ่งต้องดูความเสียหายของยานพาหนะ ที่จอดอยู่ที่ โรงแรมลีการ์เดนอีกครั้ง และต้องตรวจดูเขม่าไฟและสะเก็ดระเบิดว่ามีลักษณะของระเบิดแสวงเครื่องหรือไม่ ซึ่งคงจะมีการแถลงข่าวต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ระบุได้หรือไม่ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด หรือเป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นกลุ่มใด เพราะปกติในการก่อเหตุจะมีกลุ่มที่มีหลายระดับตั้งแต่กลุ่มหัวรุนแรง รุนแรงปานกลาง และไม่รุนแรง แต่ขณะนี้เรารู้ว่ากลุ่มที่ก่อเหตุน่าจะเป็นมือที่ประกอบระเบิด โดยที่ผ่านมาหน่วยข่าวก็มีชื่ออยู่แต่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาได้
เมื่อถามว่าต่อไปต้องปรับเรื่องนโยบายการข่าวหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า การปรับปรุงในการข่าวก็ต้องมี ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ที่จะปฏิบัติการในภาคใต้ก็ยังจะคงยุทธศาสตร์ที่ได้เสนอ ครม. และผ่านสภาไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงยุทธศาสตร์ของ กอ.รมน.ภาค และยุทธศาสตร์ตามแนงทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะปฏิบัติต่อไป แต่อาจจะปรับยุทธวิธี การที่ตนจะเดินทางไปพื้นที่ในวันที่ 2 เม.ย. ก็จะพูดถึงเรื่องนี้ด้วย ส่าวนการปรับก็อาจจะเป็นเช่นการให้ลงทะเบียนยานพาหนะอย่างเข้มงวด และต้องตั้งจุดตรวจต่างๆ โดยมั่นใจว่าหากเรายังดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่มี ในสามเดือนก็น่าจะดีขึ้น
"การเกิดเหตุอาจจะเพราะกลุ่มผู้ไม่หวังดีไม่แฮปปี้กับยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปและได้รับความร่วมมือจากประชาชน" พล.อ.ยุทธศาสตร์กล่าว
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องกำลังทหาร ไม่จำเป็นต้องเพิ่มอีก เพราะประชาชนพอใจกับกำลังที่จัดไว้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ประชาชนในภาคใต้ต้องการคือการเพิ่มกำลังพัฒนา ซึ่งต่อไปหน่วยงาน 19 กระทรวง และ 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น และได้กำชับแม่ทัพภาคสี่ให้นำกำลังไปดูแลความปลอดภัย ในที่สาธารณะให้ประชาชน มีความมั่นใจมากขึ้น โดยนายกฯได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้ขับเคลื่อนในเรื่องนี้
"โฆษก กอ.รมน." ชี้วางระเบิดป่วนใต้หวังข่มขวัญประชาชน
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ส่วนหน้า ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เนชั่นชาแนลถึงเหตุการณ์ระเบิดที่จังหวัดยะลาว่าจุดประสงค์ของกลุ่มคนร้าย ต้องการให้ประชาชนหวาดกลัว และตอบโต้เจ้าหน้าที่ โดยลักษณะการก่อเหตุในระยะหลังนั้นค่อยข้างสะเปะสะปะ ไม่คำนึงถึงความเดือนร้อนของประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะที่ผ่านมาประชาชนนั้นเริ่มเบื่อหน่ายต่อการก่อเหตุในพื้นที่และหันมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกับผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ได้ค่อนข้างมาก ส่วนการปราบปรามปัญหาภัยแทรกซ้อนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติดและน้ำมันเถื่อนนั้นมีหลักฐานเกี่ยวโยงกับผู้ก่อเหตุความไม่สงบชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางกอ.รมน.ได้รับการแจ้งข่าวมาก่อนหรือไม่ พ.อ. ปราโมทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งเตือนจากแหล่งข่าวในพื้นที่เฝ้าระวังทุกจังหวัดอยู่แล้ว แต่ถนนพื้นที่ เมืองจังหวัดยะลา นั้นเป็นลักษณะใยแมงมุมทำให้มีช่องทางเข้าออกค่อนข้างเยอะ โดยจุดที่เกิดเหตุนั้นอยู่ห่างจากจุดเซฟตี้โซนอยู่ โดยทางแม่ทัพนั้นได้สั่งกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลพื้นที่ในเขตเมืองมากขึ้น ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่ในการรับผิดชอบดูแลประชาชนอย่างชัดเจน
มทภ.4ตรวจที่เกิดเหตุบึ้มรร.ลีการ์เด้นส์
เมื่อเวลา16.00 น. พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค4 เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและรับทราบสถานการณ์กรณีเหตุระเบิดโรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่า ใน อ.หาดใหญ่ พร้อมกับเปิดเผยว่า ทุกฝ่ายจะต้องหามาตรการป้องกันอุดช่องโหว่เพื่อไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ หากจำเป็นต้องหาเครื่องมือมาเพิ่มเติมเชื่อว่ารัฐบาลก็น่าจะสนับสนุนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่ขณะนี้จำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูเมืองให้กลับมามีสภาพเดิมโดยเร็วสุดโดยเฉพาะสภาพจิตใจของชาวหาดใหญ่รวมถึงในพื้นที่จ.ยะลา ซึ่งมีสภาพไม่แตกต่างกัน ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้นั้นทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานว่าเป็นระเบิดชนิดใดและจุดชนวนด้วยอะไร
ด้าน นายวันชัย ลีละศิธร เจ้าของโรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่เสร็จเรียบร้อยก่อน แต่ยืนยันว่าในโซนที่เกิดระเบิดไม่มีการใช้ถังแก๊สตามที่มีข่าวปรากฏออกมาแต่อย่างใด ทั้งห้องครัวร้านอาหารต่างๆล่วนใช้ระบบไฟฟ้าทั้งสิ้น และเจ้าหน้าที่เทศบาลก็ทราบดีเพราะเป็นข้อห้ามในเรื่องของการออกใบอนุญาต เพราะถังแก๊สต้องอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทนำมาวางไว้ชั้นใต้ดินไม่ได้ ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ต่อไปและเร่งปรับปรุงให้กลับมาเปิดบริการโดยเร็วที่สุดหลังสถานการณ์คลี่คลาย
อย่างไรก็ตามล่าสุดเทศบาลนครหาดใหญ่ได้นำประกาศมาติดห้ามใช้อาคารโรงแรมลีการ์เด้นส์พล่าซ่าชั่วคราวจนกว่าการเคลียร์พื้นที่จะแล้วเสร็จและทางวิศวกรจะเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาการที่ถูกไฟไหม้ให้เพื่อยืนยันถึงความปลอดภัย



