
'หาดใหญ่'วิทยุด่วนเฝ้าระวังรถสงสัย4คัน
ศูนย์วิทยุ สภ.หาดใหญ่ วิทยุด่วนให้เฝ้าระวังรถยนต์ต้องสงสัย 4 คัน พบที่ไหน สกัดตรวจค้นทันที พร้อมสั่งปูพรมตรวจสอบหอพัก บ้านเช่า สกัดกลุ่มไม่หวังดีลอบเข้ามาก่อเหตุซ้ำ จนท.เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณชั้นใต้ดินห้างลีการ์เด้นส์พลาซ่าแล้ว
1เม.ย.2555 ล่าสุดศูนย์วิทยุตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีวิทยุด่วนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและที่เกี่ยวข้องทุกนาย ให้สังเกตและสกัดตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 4 คันอย่างละเอียด หลังจากการข่าวหน่วยความมั่นคงได้แจ้งประสานมา คือ
1.รถยนเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ไทเกอร์ สีขาว ไม่ระบุหมายเลขทะเบียน โดยพบเห็นรถยนต์ที่มีลักษณะคล้ายกับทั้ง 4 คันที่แจ้งมา ให้ทำการสกัดตรวจสอบและตรวจค้นอย่างละเอียดทันที
นอกจากนี้ยังมีวิทยุด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบหอพัก บ้านเช่าตามจุดต่างๆในหาดใหญ่อีกด้วย เพื่อป้องกันการซ่องสุมของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ลักลอบเข้ามาก่อเหตุร้ายซ้ำ
จนท.เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณชั้นใต้ดินห้างลีการ์เด้นส์พลาซ่าแล้ว
ความคืบหน้าการเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงแรมลีการ์เดนท์พลาซ่า ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดระเบิดคาร์บอมบ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี สามารถเข้าเคลียร์พื้นที่ได้เพียง3 ชั้น คือชั้นบี1 บี2 และบี3 เท่านั้นยังเหลือชั้นบี4 และบี5 ซึ่งอยู่ใต้สุดยังไม่สามารถลงไปเคลียร์พื้นที่ได้ เนื่องจากบริเวณชั้นใต้ดินยังมีกลุ่มควันพิษและไอความร้อนรวมทั้งสภาพอากาศที่มืดและมีซากรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามจากการเข้าเคลียร์พื้นที่จุดที่วางคาร์บอมบริเวณชั้นบี3 เจ้าหน้าที่สามารถเก็บวัตถุพยานซึ่งเป็นชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดได้บางส่วนแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมไฟและเครื่องไล่ควันเพื่อเตรียมลงไปเคลียร์พื้นที่บริเวณชั้นบี4 และบี5 อย่างละเอียดอีกครั้งแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าการเคลียร์พื้นที่บริเวณชั้นใต้ดินจะแล้วเสร็จภายในวันนี้หรือไม่ แต่มีการยืนยันว่าบริเวณชั้นใต้ดินไม่มีคาร์บอมลูกที่สองตามที่ได้มีการตั้งข้อสงสัยแต่อย่างใด และในช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.อ.ฉัตรชัย โปตะนันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการเคลียร์พื้นที่พร้อมกับลงไปดูร่องรอยความเสียหายภายในบริเวณชั้นล่างซึ่งเป็นส่วนของห้างสรรพสินค้าด้วย
ทางด้านประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของรถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ในชั้นใต้ดินของโรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่ายังคงทยอยนำเอกสารครอบครองรถมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งขณะนี้มีกว่า200คันแล้ว
"บิ๊กอ๊อด"เผย2เม.ย.เตรียมลงดูจุดบึ้ม3จ.ภาคใต้
เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมด่วนหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยมี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) , สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และตัวแทนจากกองทัพ เข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์เหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่ขึ้นใน 3 จ.ภาคใต้ พร้อมกล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนลงไปยังในพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ โดยในขณะนี้มีผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายกองทัพได้เดินทางไปยังในพื้นที่แล้ว ส่วนตนจะลงไปในพื้นที่ใดบ้าง จะให้กองทัพ และกอ.รมน.ภาค 4 เป็นผู้พิจารณากำหนดพื้นที่ รวมทั้งในขณะนี้ได้มีการสเริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารเข้าในพื้นที่แล้ว ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นทั้ง 3 จุด จะมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่อาจจะเป็นไปได้ เนื่องจากที่ผ่านมากองทัพ และฝ่ายความมั่นคงได้เดินหน้าในการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และได้ตัดท่อน้ำเลี้ยงต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุให้เกิดการตอบโต้กลับ และการตอบโต้ดังกล่าวแทนที่จะตอบโต้เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่กลับไปทำกลับประชาชนที่ไม่รู้เรื่อง ดังนั้นการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสามารถระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายได้หรือไม่ พล.อ.ยุทธ์ศักดิ์ กล่าวว่า กากระทำที่เกิดขึ้น ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย แต่น่าจะเป็นการตอบโต้ของกลุ่มที่ไม่พอใจการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ในจุดที่เกิดระเบิดจะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนจากกล้องวงจรปิด และสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพราะในจุดชั้นบี 2 ที่ยังพบว่ามีรถยนต์จำนวนได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ และยังยังไม่พบชิ้นส่วนของระเบิด ขณะที่เกิดเหตุก็มีควันจำนวนมาก จึงจำป็นต้องมีการตรวจสอบก่อน
เมื่อถามอีกว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุหน่วยงานข่าวกรองทำไมไม่มีการแจ้งเตือนมาล่วงหน้ามา พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุว่า ก่อนหน้ามานี้ที่ก็มีการแจ้งให้มีการระมัดระวัง เพราะที่ผ่านมาก็มีนัยยะ เพราะมักจะมีการก่อเหตุในช่วงปลายเดือนมีนาคม
เมื่อถามว่า การยกเลิกพรก.ฉุกเฉินนั้น มีส่วนทำให้เกิดช่องหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันอีกครั้ง เพราะเราก็ให้เวลา 3 เดือนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมากรณีที่อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ที่มีการยกเลิกประกาศพรก.ฉุกเฉินไป ก็มีการก่อเหตุถึง 2 ครั้ง
ก.ท่องเที่ยวเร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากเหตุคาร์บอมบ์หาดใหญ่
นายสุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บว่า ขณะนี้ทางกระทรวงฯ ได้ส่งหน่วยล่วงหน้าไปยังพื้นที่แล้ว เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยมีนายสมประสงค์ โขมพัตร ผู้ตรวจราชการประจำกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นหัวหน้าคณะ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้งตำรวจท่องเที่ยว นายทะเบียนมัคคุเทศก์และนำเที่ยว เพื่อประสานกับทางจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ส่วนตัวเลข เชิงจำนวนล่าสุดยังไม่ชัดเจน
นายสุพล กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้กำชับให้ดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่และปลอดภัย ในส่วนของกรมการท่องเที่ยวที่ดูแลบริษัททัวร์ หากนักท่องเที่ยวมากับบริษัททัวร์ ทางบริษัททัวร์ต้องดูแลเต็มที่เช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเอง ตามกฎหมายนักท่องเที่ยวจะต้องมีการทำประกันชีวิตอยู่แล้ว
ผู้ว่าฯสงขลารับเหตุระเบิดจนท.บกพร่อง
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่พร้อมมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น รวมทั้งขอโทษผู้บาดเจ็บที่ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ ทั้งนี้ ยอมรับว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ จึงต้องมีการปรับแผนรักษาความปลอดภัยรับมือช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่วนชาวมาเลเซียซึ่งเสียชีวิต 1 คนกำลังประสานสถานกงสุลมาเลเซียประจำประเทศไทย เพื่อรับศพกลับประเทศ
ส่วนการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรหาดใหญ่ เข้าตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อหาเบาะแสรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สที่คนร้ายใช้ประกอบระเบิด โดยเฉพาะบริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ ถนนประชาธิปัตย์ และถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ขณะที่กล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าโรงแรม ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่คาดว่าจะสามารถจับภาพรถยนต์ และคนร้ายได้มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบแล้ว ขณะที่บ่ายวันที่ 1 เม.ย.นี้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์
ภูเก็ตย้ำหน่วยงานความมั่นคงติดตามการข่าวอย่างใกล้ชิดอย่าประมาท
นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ รวมถึงจุดล่อแหลมต่างๆ นั้น มีแผนปฏิบัติการอยู่แล้ว แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาก็ได้มีการเน้นย้ำหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคง รวมถึงการประสานกับผู้ประกอบการให้เพิ่มความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ แต่ก็เพื่อความไม่ประมาท
“เนื่องจากเราเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งค่อนข้างที่จะมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นในการดำเนินการใดๆ โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัย ที่จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก เพราะรูปแบบของการดำเนินการนั้นมีหลากหลาย สำคัญ จะต้องไม่ตั้งอยู่บนความประมาท โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ที่จะต้องมีการติดตามทางด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด”นายจำเริญ กล่าวและว่า
รายละเอียดในทางปฏิบัตินั้นคงไม่สามารถที่จะบอกได้ แต่ที่ผ่านมาได้มีการเน้นย้ำในเรื่องนี้มาโดยตลอดว่า ห้ามประมาทเด็ดขาด และเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบได้ก็ต้องเพิ่มความเข้มงวดจากระดับปกติ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จะเป็นข่าวมากไปคงไม่ดี แต่ในทางปฏิบัตินั้นเรามีการดำเนินการอยู่เป็นปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว หรือพื้นที่ที่มีความล่อแหลม ซึ่งต้องมีการเฝ้าระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ จากการมาตรการที่ดำเนินการอยู่เป็นปกติ



